Logo วันพุธ ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / กวนน้ำให้ใส
กวนน้ำให้ใส

กวนน้ำให้ใส

สารส้ม
วันพฤหัสบดี ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 02.00 น.
หยุดวิ่งวกวน ไม่มีปัญญาแก้สายสีเขียว ก็ควรส่งให้รัฐบาล

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

จนบัดนี้ ยังไม่มีการตัดสินใจแก้ปัญหารถไฟฟ้าสายสีเขียว ทั้งจากผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และจากรัฐบาล โดยกระทรวงมหาดไทย


รัฐบาลแสดงความเป็นสุภาพบุรุษ เปิดทางให้ผู้ว่าฯ ป้ายแดงได้โชว์ฝีมือแก้ปัญหาตามหาเสียงไว้

ผู้ว่าฯ ป้ายแดง บอกศาลาเลิกเอาสายสื่อสารลงดินไปแล้วหนึ่งอ้างว่าไม่มีงบ ส่วนปัญหาสายสีเขียวที่เคยบอกว่าจะแก้ภายใน 1 เดือนก็ยังวกไปวนมา และชัดแน่แล้วว่า ไม่สามารถทำค่าโดยสารตามนโยบายหาเสียง

1. ปัญหารถไฟฟ้าสายสีเขียว คาราคาซังมาตั้งแต่ปลายปี 2564 การตัดสินใจทั้งหมดยังค้างอยู่ที่การประชุมคณะรัฐมนตรี โดยเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงผู้ว่าฯกทม. มาเป็นนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ กลับดูเหมือนว่าการแก้ปัญหาจะซับซ้อน ซ้ำซ้อน และซ้ำซากมากขึ้น

ปัจจุบัน กทม. มีภาระค้างจ่ายให้แก่บริษัทเอกชน ปีละประมาณ 5,700 ล้านบาท

ยอดหนี้สะสมกว่า 4 หมื่นล้านบาท

2. ผู้ว่าฯชัชชาติ ตอบคำถามสื่อมวลชน เกี่ยวกับหนี้สะสมสายสีเขียวกว่า 4 หมื่นล้านบาท ระบุว่า

2.1 ในส่วนต่อขยายที่ 1 หรืออ่อนนุช-แบริ่ง และช่วงสะพานตากสิน-บางหว้า ชี้แจงว่า มีสัญญาว่าจ้างเดินรถชัดเจน ระหว่าง กทม. และ KT รวมถึงผ่านการพิจารณาของสภากทม.แล้ว จากนั้น KT ได้นำสัญญาฉบับเดียวกันไปลงนามกับบริษัทเอกชน ทำให้ตัวเลขทั้งหมดผ่านการพิจารณา และการรับรู้ของสภากทม. ดังนั้น ในส่วนของภาระหนี้ที่เกิดขึ้น จึงจะต้องจ่ายตามสัญญา แต่ปัจจุบันกทม. มีการหยุดจ่ายหนี้ให้แก่เอกชนไปแล้ว ด้วยความเข้าใจว่า สภาพหนี้ที่มีอยู่ ถูกนำไปคำนวณรวมกับข้อตกลง เรื่องการขยายสัมปทาน ถึงปี 2602 ซึ่งขณะนี้ประเด็นดังกล่าว อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี(ครม.) จึงเป็นที่มาของการหยุดจ่ายเงินให้แก่เอกชนชั่วคราวดังนั้น การดำเนินการในส่วนนี้จะต้องรอครม. พิจารณาเสร็จก่อน

ประเด็นนี้ เป็นการแก้ตัวแบบโยนขี้

เพราะที่รัฐมนตรีมหาดไทย ตัดสินใจแล้ว จะเอาเข้า ครม. แล้ว พอผู้ว่าฯ ป้ายแดงหาเสียงว่าจะเอาค่าโดยสารถูกๆ รัฐบาลก็ให้เกียรติ โดยให้ทำงานอย่างเต็มที่ แต่กลับมาอ้างว่า ยุติจ่ายหนี้เอกชน เพราะรอ ครม.ตัดสินใจ

2.2 ในส่วนต่อขยายที่ 2 คือ แบริ่ง - ปากน้ำ และจากหมอชิต- คูคต นายชัชชาติ อ้างว่า จากการตรวจสอบ พบไม่ได้มีสัญญาจ้างเกิดขึ้น แต่เป็นเพียงหนังสือมอบหมายให้ดำเนินงาน ระหว่าง กทม. และ KT เท่ากับในส่วนนี้ไม่มีสัญญาจ้างและไม่ได้ผ่านสภากทม. จึงไม่มีตัวเลขหนี้และลักษณะความรับผิดชอบดำเนินการที่ชัดเจน ดังนั้น ในส่วนของสภาพหนี้ที่เกิดขึ้น จึงต้องมีการหารือร่วมกับสภากทม.อีกครั้ง ว่าจะสามารถจ่ายได้หรือไม่

ในความเป็นจริง KT หรือ กรุงเทพธนาคม เป็นวิสาหกิจของกรุงเทพมหานคร หรือเป็นกิจการที่อยู่ในอำนาจควบคุมหรือกำกับของกรุงเทพมหานคร โดย กทม.มีสัดส่วนถือหุ้นทั้งสิ้น 44,994 หุ้น หรือคิดเป็น 99.98% จากหุ้นทั้งหมด 50,000 หุ้น

นายชัชชาติ ในฐานะผู้ว่าฯกทม. ก็เพิ่งเลือกเอานายธงทอง จันทรางศุ อดีตปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี มานั่งเป็นประธานบริษัทกรุงเทพธนาคมด้วยตัวเอง

ส่วนบีทีเอสก็เดินรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายที่ 2 ให้ประชาชนนั่งฟรีมาตลอด ทุกวัน ไม่เคยหยุด และยังไม่ได้รับค่าจ้างเลย ทั้งค่าวางระบบและค่าเดินรถ

3. ผู้ว่าฯ ชัชชาติหาเสียงไว้สวยหรู แต่พอเอาเข้าจริง ก็แค่ขายฝันเรื่องค่าโดยสาร

แถมการแก้ปัญหาหนี้สินสายสีเขียวก็เหลวเป๋ว ไปไม่ถึงไหน

ยังขยันสร้างภาพ ขายฝัน ขายไอเดียไปเรื่อยๆ โดยไม่มีการลงมือตัดสินใจแก้ปัญหาที่เป็นรูปธรรม

4. ในความเป็นจริง สิ่งที่นายชัชชาติมะงุมมะงาหราสร้างภาพการแก้ปัญหาอยู่ในวันนี้ ล้วนแต่ผ่านการพิจารณาของผู้เกี่ยวข้องที่จะแก้ปัญหามาแล้วทั้งนั้น

เห็นแล้วว่า กทม.ไม่มีปัญหาหาเงินมาจ่าย จะต้องเอาเงินไปใช้จ่ายช่วยชาวบ้านเรื่องอื่นๆ การเจรจาโดยคณะกรรมการ ตามมาตรา 44 จึงเสนอให้เอกชนรับภาระหนี้ทั้งหมด เพื่อปลดภาระหนี้สินของภาครัฐ และให้มีการเดินรถต่อเนื่องเป็นเส้นทางเดียวทุกส่วนต่อขยายสายสีเขียว ผู้โดยสารไม่ต้องเปลี่ยนขบวน ค่าโดยสารตลอดสาย 15-65 บาท แลกกับขยายสัมปทานให้เอกชนนั่นเอง

ในความเป็นจริง บทบาทการตัดสินใจในการแก้ปัญหาสายสีเขียวฐานะของผู้ว่าฯกทม.เป็นเพียงการนำเสนอความเห็นประกอบ ในเรื่อง“ร่างสัญญาร่วมลงทุนโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว” ตามที่ พล.อ.อนุพงษ์เผ่าจินดา ในฐานะ รมว.มหาดไทย ได้มีข้อสรุปไปแล้ว ตามข้อมูลการพิจารณาของคณะกรรมการที่แต่งตั้งขึ้นตามมาตรา 44 อันประกอบด้วย ปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน ปลัดกระทรวงการคลัง,ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา,เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, อัยการสูงสุด,ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ และผู้ทรงคุณวุฒิด้านการเงินและด้านระบบรถไฟฟ้า ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยแต่งตั้งด้านละหนึ่งคนเป็นกรรมการ และปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นกรรมการและเลขานุการ

ที่ผ่านมา พล.อ.อนุพงษ์ ในฐานะรมว.มหาดไทย ก็แสดงจุดยืนชัดเจนในเรื่องนี้มาโดยตลอด ในการตอบข้อซักถามสภาผู้แทนราษฎรถึง 2 ครั้ง ยืนยันว่า ผลประโยชน์จากข้อสรุปของคณะกรรมการ ตามมาตรา 44 ในเรื่องการลงทุนร่วมรัฐ-เอกชน เป็นประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ ไม่เฉพาะกับการแก้ปัญหาหนี้ค้างชำระสะสม แต่ผลประโยชน์ต่างตอบแทนตลอดระยะเวลาการขยายสัมปทาน รถไฟฟ้าสายสีเขียวยังคุ้มค่าสูงสุด เนื่องจากภาครัฐโดยเฉพาะกทม. และ รฟม. ไม่ต้องนำเงินงบประมาณ มาดำเนินการ แต่ค่าใช้จ่ายต่างๆ จะเป็นภาระของภาคเอกชนในระยะยาว

เลิกปล่อยให้นักสร้างภาพถ่วงเวลา สร้างความเสียหายดอกเบี้ยพอกพูน รังแต่จะทำให้การแก้ปัญหาถูกเอาการเมืองเข้าไปเล่นแร่แปรธาตุ มีแต่จะขยายปัญหามากกว่าเก่า

กทม.ไม่มีปัญญาแก้ ก็ควรให้รัฐบาลตัดสินใจแก้ หยุดหลอกตัวเองหยุดหลอกประชาชน

สารส้ม

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
15:21 น. ส่งตัวนอนคุก! หนุ่มหื่นจับก้นนักข่าวสาว ไร้เงินประกัน 1 แสนบาท
15:19 น. ปังทุกองศา! ปู ไปรยา สวมบิกินีควบมอเตอร์ไซค์ เช็กอินที่ภูเก็ต
15:03 น. เริ่มทยอยกลับ ถนนสายเอเชียช่วงอ่างทองรถแน่น แนะเส้นทางเลี่ยง-คาดเย็นนี้ติดหนึบ
14:58 น. ญี่ปุ่นสั่งระงับออกวีซ่าแรงงานต่างชาติในธุรกิจร้านอาหาร หลังโควตาใกล้เต็ม
14:50 น. ของดีบุรีรัมย์ ลูกชิ้นยืนกินยอดทะลักวันละ 3 หมื่น ช่วงหยุดยาวสงกรานต์
ดูทั้งหมด
'พระสุพรรณกัลยา'ไม่ได้ถูกปลงพระชนม์
หวานเจี๊ยบที่บอสตัน ทิม พิธา โพสต์ภาพคู่สวีทสงกรานต์ ก้อย อรัชพร
ส่องโมเมนต์น่ารัก 'เบิร์ด ธงไชย' เช็คอินคาเฟ่ดัง บรรยากาศสุดอบอุ่น
จับแก๊งขายชาติ ยึดเรือ5ลำกลางทะเล ลอบส่งสินค้าไปเขมร
เช้านี้ติดหนึบ เขาช่องตะโกอ่วม รถแน่นขนัดรับสงกรานต์
ดูทั้งหมด
คำถามถึง ‘มารยาท’ ของ ‘ศุภจี’ ?
จิตใจของสงกรานต์
Data Center และ AI Infrastructure : โอกาสใหม่ที่ไทยต้องไม่พลาด
คู่มือเอาตัวรอดในสังคมที่ดื้อความโปร่งใส (101)
นิทานหมาป่า (4)
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ส่งตัวนอนคุก! หนุ่มหื่นจับก้นนักข่าวสาว ไร้เงินประกัน 1 แสนบาท

ปังทุกองศา! ปู ไปรยา สวมบิกินีควบมอเตอร์ไซค์ เช็กอินที่ภูเก็ต

เริ่มทยอยกลับ ถนนสายเอเชียช่วงอ่างทองรถแน่น แนะเส้นทางเลี่ยง-คาดเย็นนี้ติดหนึบ

ญี่ปุ่นสั่งระงับออกวีซ่าแรงงานต่างชาติในธุรกิจร้านอาหาร หลังโควตาใกล้เต็ม

จวกยับใช้ถังขยะ ใส่น้ำตักสาดคนอื่น วอนอย่าหาทำทั้งเชื้อโรค-กลิ่นเหม็น

รัสเซีย-ไทย ฉลองสานสัมพันธ์ 130 ปี ‘ปาตรูเชฟ’ พบ ‘สุริยะ’ รุกขยายส่งออกสินค้าเกษตร-ปุ๋ยเคมี

  • Breaking News
  • ส่งตัวนอนคุก! หนุ่มหื่นจับก้นนักข่าวสาว ไร้เงินประกัน 1 แสนบาท ส่งตัวนอนคุก! หนุ่มหื่นจับก้นนักข่าวสาว ไร้เงินประกัน 1 แสนบาท
  • ปังทุกองศา! ปู ไปรยา สวมบิกินีควบมอเตอร์ไซค์ เช็กอินที่ภูเก็ต ปังทุกองศา! ปู ไปรยา สวมบิกินีควบมอเตอร์ไซค์ เช็กอินที่ภูเก็ต
  • เริ่มทยอยกลับ ถนนสายเอเชียช่วงอ่างทองรถแน่น แนะเส้นทางเลี่ยง-คาดเย็นนี้ติดหนึบ เริ่มทยอยกลับ ถนนสายเอเชียช่วงอ่างทองรถแน่น แนะเส้นทางเลี่ยง-คาดเย็นนี้ติดหนึบ
  • ญี่ปุ่นสั่งระงับออกวีซ่าแรงงานต่างชาติในธุรกิจร้านอาหาร หลังโควตาใกล้เต็ม ญี่ปุ่นสั่งระงับออกวีซ่าแรงงานต่างชาติในธุรกิจร้านอาหาร หลังโควตาใกล้เต็ม
  • ของดีบุรีรัมย์ ลูกชิ้นยืนกินยอดทะลักวันละ 3 หมื่น ช่วงหยุดยาวสงกรานต์ ของดีบุรีรัมย์ ลูกชิ้นยืนกินยอดทะลักวันละ 3 หมื่น ช่วงหยุดยาวสงกรานต์
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

ตรงจุด แม่นยำ เข้มข้นพอ หรือไม่?  นโยบายเศรษฐกิจรัฐบาลอนุทิน 2

ตรงจุด แม่นยำ เข้มข้นพอ หรือไม่? นโยบายเศรษฐกิจรัฐบาลอนุทิน 2

15 เม.ย. 2569

โครงการแลนด์บริดจ์ (Land Bridge)  กับภูมิรัฐศาสตร์โลก

โครงการแลนด์บริดจ์ (Land Bridge) กับภูมิรัฐศาสตร์โลก

14 เม.ย. 2569

ช่วยงานรัฐบาลต่างพรรค  ประกาศิตปชป. ต้องลาออกจากพรรค

ช่วยงานรัฐบาลต่างพรรค ประกาศิตปชป. ต้องลาออกจากพรรค

13 เม.ย. 2569

ราคาที่ต้องจ่าย  เมื่อเลือกที่จะอุ้มราคาน้ำมันช่วยประชาชน

ราคาที่ต้องจ่าย เมื่อเลือกที่จะอุ้มราคาน้ำมันช่วยประชาชน

10 เม.ย. 2569

สั่งลดราคาน้ำมันดีเซล ณ โรงกลั่น  ใช้อำนาจรัฐตาม พ.ร.ก. แก้วิกฤตน้ำมันเชื้อเพลิง

สั่งลดราคาน้ำมันดีเซล ณ โรงกลั่น ใช้อำนาจรัฐตาม พ.ร.ก. แก้วิกฤตน้ำมันเชื้อเพลิง

9 เม.ย. 2569

โจทย์เศรษฐกิจโลกเปลี่ยน  งบประมาณแผ่นดินต้องปรับ เข้มข้นกว่าเดิม

โจทย์เศรษฐกิจโลกเปลี่ยน งบประมาณแผ่นดินต้องปรับ เข้มข้นกว่าเดิม

8 เม.ย. 2569

‘ฝุ่นพิษข้อมูล’  ฟุ้งกระจายมากกว่าช่วงโควิด-19

‘ฝุ่นพิษข้อมูล’ ฟุ้งกระจายมากกว่าช่วงโควิด-19

7 เม.ย. 2569

รัฐมนตรีมืออาชีพ นักการเมืองฝ่ายค้าน  กับวิกฤตพลังงานโลก

รัฐมนตรีมืออาชีพ นักการเมืองฝ่ายค้าน กับวิกฤตพลังงานโลก

6 เม.ย. 2569

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved