วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569
ในห้วงเวลาต้นปีทศวรรษที่ 2530 ถึง 2540 ผู้เขียนใช้เวลาส่วนใหญ่ในการทำข่าวการเมืองพม่าในกรุงย่างกุ้งและตามป่าเขาแนวชายแดนไทย-พม่า
จุดศูนย์กลางของสื่อจากทั่วโลกในเวลานั้นอยู่คฤหาสน์หลังใหญ่สร้างแบบโคโลเนี่ยนสไตล์ ตรงกลางพื้นที่ 5.6 ไร่ ตั้งอยู่บนถนนยูนิเวอร์ซิตี้ เอเนนิว ด้านหลังของบ้านติดกับทะเลสาบขนาดใหญ่ที่ชาวพม่าเรียกว่าทะเลสาบอินยา
คฤหาสน์หลังนี้เคยเป็นที่กักบริเวณนางออง ซาน ซู จี เป็นเวลากว่า 15 ปีในระหว่างการต่อสู้ทางการเมืองคฤหาสน์โบราณที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยอังกฤษยังเป็นเจ้าอาณานิคมพม่ากลายเป็นจุดสนใจของสื่อมวลชนและคนทั่วไปเมื่อ นางออง ซาน ซู จี ผู้มีครอบครัวลูกสามีเป็นอังกฤษเดินทางกลับบ้านมาเพื่อเยี่ยมดูอาการนางคิน ยี่ มารดาวัยชราซึ่งป่วยนอนติดเตียงอยู่เป็นเวลานาน และบังเอิญนางออง ซาน ซู จี กลับมาเยี่ยมมารดาตรงกับห้วงเวลาที่นักศึกษาและประชาชนชาวพม่ากำลังก่อหวอดประท้วงรัฐบาลทหาร นักศึกษาประชาชนที่กำลังประท้วงรัฐบาลทำกันเหมือนไก่ถูกสับหัวคือดิ้นพล่านไปหาคนโน้นทีคนนี้ทีแต่ไม่มีแกนนำที่โดดเด่นอย่างชัดเจน เมื่อข่าวแพร่กระจายออกไปว่าออง ซาน ซู จี มาพักอาศัยอยู่ในคฤหาสน์ริมทะเลสาบอินย่า ทุกสายตาก็เพ่งมองมาที่บ้านหลังนี้
ในตอนแรกนางออง ซาน ซู จี เปิดบ้านต้อนรับเฉพาะคนภายในที่รู้จักคุ้นเคยเพียงไม่กี่คน และการต้อนรับแขกของนางซู จี เวลานั้นให้แขกเข้าบ้านทางประตูกำแพงด้านข้างซึ่งอยู่ติดกับที่ตั้งของสำนักงานทูตทหารไทย
ผู้เขียนในฐานะผู้สื่อข่าวเป็นคนไทยจึงสามารถไปเยี่ยมเยือนหรือไปคารวะทูตทหารไทยได้และเมื่อขอใช้ห้องน้ำชั้นสองของอาคารจะเห็นความเคลื่อนไหวในคฤหาสน์หลังนั้น ซึ่งต่อมาเราตกลงกันว่าจะเรียกว่า “บ้านทรายทอง” คือการทำข่าวในพม่าเข้มงวดกับสื่อมวลชนมากในยุคนั้นโทรศัพท์มือถือยังไม่แพร่หลาย เมื่อโทรเข้าไปสำนักงานทูตทหารจากโทรศัพท์ตั้งโต๊ะเสี่ยงที่จะถูกดักฟังได้ เลยต้องสอบถามความเคลื่อนไหวว่า ในบ้านทรายทองเป็นอย่างไรบ้าง
เมื่อเปิดให้คนใกล้ชิดเข้าประตูข้างข่าวแพร่กระจายออกไปคนพม่าส่วนใหญ่ที่ไร้ที่พึ่งทางจิตวิญญาณก็แห่กันมาขอพบนางออง ซาน ซู จี ในฐานะลูกสาวนายพลอองซานที่ประตูหน้าบ้าน ทำให้นางอองซู จี ต้องขึ้นยืนโต๊ะหลังประตูเพื่อให้สูงพอโผล่หน้าให้ประชาชนได้เห็น
เธอปฏิบัติอย่างนั้นนานเข้าทุกๆ วันสุดสัปดาห์เธอต้องมายืนบนโต๊ะหลังประตูหน้าบ้าน แล้วปราศรัยกับประชาชนนับร้อยนับพันคนที่มารอพบหน้าเธอทุกๆ วันเสาร์ อาทิตย์ จนกระทั่งนักศึกประชาชนแพร่กระข่าวทั่วประเทศว่าบัดนี้ขบวนการต่อต้านรัฐบาลทหารมีวีรสตรีบุตรีนายพลเอกออง ซานเป็นแกนนำการชุมนุมโดยปริยาย
นางออง ซาน ซู จี นำการปฏิวัติประชาชนอยู่ภายในรั้วบ้านประมาณสองเดือนและถึงจุดเดือดในวันที่ 8 ส.ค. 2531(888) เมื่อทหารปราบปราบผู้ชุมนุมครั้งใหญ่ ว่ากันว่ามีคนตายเป็นพันคนบ้านพักริมทะเลสาบถูกปิดตายมีทหารมาตั้งด่านหนาแน่นบนถนนยูนิเวอร์ซิตี้เอเวนิวมีทางเดียวที่ติดตามความเคลื่อนไหวจากบ้านทรายทองได้คือทางรั้วกำแพงข้างบ้านติดกับสำนักงานทูตทหารไทยหรือไม่ก็จากห้องชั้นสองของสำนักงาน
ความที่นางซู จี ใช้บ้านหลังนั้นเป็นที่มั่นเคลื่อนไหวทางการเมืองและไม่ได้ออกจากบ้านไปไหนทำให้ทั่วโลกเข้าใจว่าที่นั่นเป็นบ้านพักส่วนตัวของเธอ จนกระทั่งถึงปี 2543 เมื่อนายออง ซาน อู พี่ชายของเธอปรากฏตัวขึ้นแล้วบอกว่าบ้านหลังนี้เขามีสิทธิ์อยู่ครึ่งหนึ่ง ออง ซาน อู ซึ่งเปรียบเหมือนชายกลาง ของบ้านทรายทองที่หายตัวไปนานโผล่ขึ้นมาอีกทีบอกว่าเขาไปเป็นวิศวกรอยู่ที่อเมริกาและถือสัญชาติอเมริกันแล้ว
ออง ซาน อู ชายกลางที่เป็นตัวร้ายไม่เหมือนชายกลางในนิยายของ ก.สุรางคนางค์ที่ชายกลางรักเข้าใจและเห็นใจพจมานในบ้านทรายทอง แต่ชายกลางออง ซาน อู เมื่อพูดกันดีๆ แล้วพจมาน ซู จี ไม่ยอมแบ่งสมบัติให้ นายออง ซาน อู เลยฟ้องศาล
พจมาน ซู จี กับชายกลาง ออง ซาน อูสู้คดีกันในศาลนานหลายปีจนถึงปี 2545 ศาลอุทธรณ์พม่ายืนตามศาลชั้นต้นว่าออง ซาน อู มีสิทธิ์คนละครึ่งกับนางซู จีในทรัพย์สินที่ดินและบ้านเลขที่ 54-56 บนถนนอเวนิว
ตั้งแต่นั้นมานางซู จี ย้ายออกจากบ้านทรายทองและต่อสู้คดีในศาลฎีกาใช้เวลานาน จนถึงกลางเดือน ก.ค. 2565 ศาลฎีกาอ่านคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นว่าออง ซาน อู มีสิทธิ์ครึ่งในบ้านและทรัพย์สินดังกล่าว
เมื่อคดีสิ้นสุดที่ศาลฎีกาก็เกิดปัญหาว่าแบ่งทรัพย์สินกันยากเพราะคฤหาสน์หลังใหญ่สร้างอยู่ตรงจุดกลางของแปลงที่ดิน 5.6 ไร่ทนายความของ ออง ซาน อู แนะนำให้ขายทอดตลาดคฤหาสน์ทรัพย์สินและที่ดินทั้งหมดแล้วนำเงินที่ได้มาแบ่งเท่าๆ กัน
ทนายของออง ซาน อู ประเมินมูลค่าทรัพย์สินที่ดินและตัวอาคาร 9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณสามพันสองร้อยสามสิบล้านบาท) ส่วนนายออง ซาน อู เมื่อถูกถามว่าจะขายบ้านเอาเงินแบ่งกันหรือไม่ เขาบ่ายเบี่ยงไม่ตอบคำถามพูดแต่เพียงว่า “นี่เป็นเรื่องส่วนตัว”
ทางฝ่ายนางออง ซาน ซู จี ไม่เห็นด้วยกับการขายทอดตลาดเพราะถือว่าสถานที่แห่งนั้นเป็นแหล่งประวัติศาสตร์การเมืองยุคใหม่ที่เธออยากทำให้บ้านหลังนั้นเป็นพิพิธภัณฑ์ เนื่องจากบ้านและที่ดินรัฐบาลยกให้นางคิน ยี่ หลังจากที่พลเอกออง ซาน ถูกลอบสังหาร และบ้านหลังนี้ถือเป็นแหล่งสำคัญทางประวัติศาสตร์การเมืองยุคใหม่ที่นางถูกกักบริเวณในนั้นเหมือนฤๅษีนานกว่าสิบห้าปี
นอกจากนั้นบ้านหลังนี้นางออง ซานซู จี เคยใช้เป็นสถานที่ต้อนรับประธานาธิบดีบารัก โอบามา และนางฮิลลารี คลินตันในฐานะรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ
ดร.ซาซา โฆษกของรัฐบาลสามัคคีแห่งชาติหรือรัฐบาลเงาของฝ่ายนางออง ซาน ซู จีคัดค้านการขายบ้านโดยให้เหตุผลว่า“บ้านหลังนั้นเป็นสัญลักษณ์ของพลังแห่งการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยต้องเก็บรักษาไว้ให้เป็นแหล่งประวัติศาสตร์ยุคใหม่ของการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย..”
นางออง ซาน ซู จี วัย 77 ปีปัจจุบันถูกขังอยู่ในเรือนจำพิเศษในกรุงเนปิดอ หลังจากศาลตัดจำคุกเธอ 20 ปีจากความผิด 11 คดี ที่ถูกฟ้องรวมกันและยังต่อสู้ในศาลอีกเจ็ดคดีอาญาที่มีอัตราโทษสูงทั้งนั้น ออง ซาน ซู จี ถูกฟ้องเกือบยี่สิบคดี หลังจากทหารยึดอำนาจพรรคเอนแอดี เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2564
ทูตพิเศษยูเอนที่เยือนพม่าเมื่อกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เรียกร้องให้รัฐบาลทหารพม่าปล่อยตัวเธอกลับบ้านทันที พลเอกมินอ่อง หล่าย ประธานคณะผู้บริหารแห่งรัฐ (State Administration Council=SAC) ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 26 สิงหาคมว่า “คณะผู้บริหารแห่งรัฐจะพิจารณาปล่อยตัวออง ซาน ซู จี เมื่อศาลพิจารณาคดีเธอเสร็จสิ้นทุกข้อกล่าวหา”
ชะตากรรมของนักการเมืองวัย 77 ปีหลังจากเสร็จสิ้นคดีทุกข้อกล่าวหายังไม่แน่นอนว่าจะได้กลับมาใช้ชีวิตบั้นปลายในบ้านทรายทอง (พม่า) หรือไม่
สุทิน วรรณบวร

ทิ้ง สหรัฐฯ ลุยเดี่ยว ณัฏฐ์ มงคลนาวิน วิเคราะห์ปม NATO วงแตกกลางดึก
นิคมปิโตรฯอิหร่านถูกถล่ม โลกสะเทือน ราคาน้ำมันพุ่งแน่
บุกรวบคลินิคเถื่อนย่านอ้อมน้อย เปิดรักษาคนไข้ไร้ใบอนุญาต
ไทยศักยภาพเหนือกว่า ทร.ไม่หวั่นกัมพูชา รับเรือคอร์เวตจากจีน
รัวยิงเปิดทางหนี แก๊งค้ายาทิ้งไอซ์ 240 กก. ซิ่งหนีริมโขงนครพนม

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี