หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม พรรคเพื่อไทย พยายามจะอวดวิสัยทัศน์ สร้างภาพลักษณ์ความเป็นนักบริหาร ทั้งๆ ที่ ประสบการณ์การทำงานบริหารน้อยมากๆ
ไม่มีประสบการณ์บริหารราชการแผ่นดินเลย
จะอ้างว่าบริหารธุรกิจ ก็เป็นธุรกิจในครอบครัว และไม่ได้ประสบความสำเร็จโดดเด่นอะไรเลย แม้แต่คนในพรรคเพื่อไทยยังมีอีกหลายคนมีผลงานดูดีกว่ามาก เพียงแต่คนเหล่านั้นไม่ได้มีนามสกุลชินวัตรเท่านั้นเอง
แต่ดูเหมือนว่า ยิ่งอุ๊งอิ๊งจะโชว์ ก็ยิ่งจะ “ปอกเปลือกตัวเองล่อนจ้อน”
ก่อนหน้านี้ ก็ถูกจับโป๊ะ ว่าไปเคลมเอาผลงานของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ เช่น รถไฟทางคู่เส้นทางใหม่ หรือแม้แต่ถนนสายท่องเที่ยวที่เมืองคอน เป็นต้น
.jpg)
ล่าสุด อุ๊งอิ๊งโพสต์เฟซบุ๊กโชว์วิสัยทัศน์ด้านการท่องเที่ยวของประเทศ
บอกว่า การท่องเที่ยวบ้านเรายังไม่ฟื้น โทษว่าการท่องเที่ยวของบ้านเราไม่มีรากฐานที่แข็งแรงมากพอ เมื่อเจอสถานการณ์โควิดที่เลวร้ายที่สุด (Worst case scenario) จึงล้มลงและยากที่จะฟื้นฟูให้เป็นเหมือนเดิม
“พรรคเพื่อไทยเสนอไว้ว่าในปี 2570 การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของไทยจะต้องกลายเป็นแลนด์มาร์คที่สำคัญของโลก สร้างงานสร้างรายได้มากกว่า3 ล้านล้านบาท และเทศกาลต่างๆ ในไทย เช่น สงกรานต์ หรือลอยกระทง จะต้องถูกนักท่องเที่ยวต่างชาติปักหมุดไว้ในปฏิทินของตน” น.ส.แพทองธาร ระบุ
1. น่าสงสัยว่า อุ๊งอิ๊งไปอยู่ไหนมา?
แสดงวิสัยทัศน์ราวกับคนที่คิดเชื่อปักจิตปักใจว่า ประเทศไทยไม่มีคนตระกูลชินวัตรกุมอำนาจรัฐ แล้วจะอ่อนแอ ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรเลย
ไม่ได้ศึกษาข้อมูลการเปลี่ยนแปลงของบ้านเมืองในช่วง 8 ปี ที่ผ่านมาเลยหรือ ในท่ามกลางวิกฤตระดับโลก แบบที่รัฐบาลทักษิณ รัฐบาลยิ่งลักษณ์ไม่เคยต้องเจอมาก่อน แต่ประเทศไทย รัฐบาล ภาคเอกชน ประชาชนคนไทย ก็ยังก้าวผ่านวิกฤตเหล่านั้นมาได้ ฟื้นลำดับต้นๆ ของโลกนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาทะลุเป้า จนประเทศอื่นๆ หลายประเทศยกย่องและเดินตามโมเดลของประเทศไทย
มีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ซ่อมแซมบูรณะ เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน แก้ปัญหาที่หมักหมม ทั้งเรื่องประมง การบิน แรงงาน ฯลฯ ฟื้นความสัมพันธ์กับซาอุฯ เปิดตลาดใหญ่มหึมา สานสัมพันธ์กับทุกขั้วอำนาจในโลก เพื่อรักษาโอกาสทางเศรษฐกิจและความมั่นคงในภาวะความขัดแย้งสุมไฟสงครามโลก
ในขณะเดียวกัน ก็ต้องตามล้างตามเช็ด ตามชดใช้ภาระที่รัฐบาลขี้โกงอุจจาระทิ้งไว้มากมายมหาศาล
2. นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้นำเสนอข้อมูลในแบบที่ทำให้อุ๊งอิ๊งดูราวเด็กน้อยไร้ความรู้รอบตัวไปเลย
นายธนกรระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้ความสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบสาธารณสุขไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะนโยบาย Medical Hub หรือการเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติที่ส่งผลให้การแพทย์และการสาธารณสุขของไทย เป็นที่ยอมรับทั้งด้านศักยภาพและความพร้อมในระดับโลก กลายเป็นจุดแข็งดึงดูดประชากรโลกและนักเที่ยวเที่ยวเดินทางมาประเทศทั้งเพื่อการพักผ่อนและการรักษาตัว
ในปี 2564 ที่ผ่านมา Medical Tourism Association จัดอันดับให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ของไทยติดอันดับ 5 ของโลก เกิดจากแพทย์ไทยมีศักยภาพและมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ คุณภาพและมาตรฐานการรักษาระดับสากล ค่ารักษาพยาบาลสมเหตุสมผล
ส่วนหนึ่งเป็นเพราะภาครัฐมีมาตรการสนับสนุนทั้งทางตรงและทางอ้อม มีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ
ทั้งนี้ ยังไม่นับรวมด้าน Wellness ทั้งการนวดไทย สปา ผลิตภัณฑ์สุขภาพต่างๆ ซึ่งเป็น Soft power ไทยที่สร้างความประทับใจ ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวและรายได้เข้าประเทศไทยมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลโดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมเป็นเจ้าภาพขับเคลื่อนแผนแม่บทประเด็นด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ Wellness ตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี กำหนดรายได้จากการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพขยายตัวต่อเนื่องเฉลี่ยร้อยละ 8 ต่อปี ตั้งแต่ปี 2566-2570 ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขยังได้เปิดเผย รายได้จาก Medical Hub ในปี 2564 โดยอ้างอิงข้อมูลสำรวจธนาคารแห่งประเทศไทยร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขมีมูลค่าถึง 11,903 ล้านบาท และยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ซึ่งสอดคล้องกับศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจภาคเอกชน ที่คาดการณ์ว่า อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ของไทยจะกลับมาฟื้นตัวอย่างรวดเร็วด้วยมูลค่าเกือบ 2.5หมื่นล้านบาทในปี 2566
นายธนกรกล่าวต่อว่า สำหรับนโยบาย Medical Hub มีเป้าหมายหลัก คือ 1.เป็นศูนย์กลางบริการเพื่อส่งเสริมสุขภาพ (Wellness Hub) เช่น นวดไทยเพื่อสุขภาพ สปาเพื่อสุขภาพ น้ำพุร้อน 2.ศูนย์กลางบริการสุขภาพ (Medical Service Hub) เช่น การบริการการรักษาเฉพาะทาง การตรวจสุขภาพทันตกรรม ศัลยกรรมตกแต่งและเสริมความงาม บริการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก 3.ศูนย์กลางบริการวิชาการและงานวิจัย (Academic Hub) เช่น การพัฒนาทางด้านการศึกษา การจัดประชุมวิชาการนานาชาติ สามารถสร้างองค์ความรู้ต่อยอดด้านการแพทย์ในประเทศได้ ตลอดจนมีการจัดประชุมต่างๆ ช่วยสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในพื้นที่ได้อีกด้วย และ 4.ศูนย์กลางยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ (Product Hub) เช่น การพัฒนายาแผนปัจจุบัน อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ เครื่องสำอาง อุปกรณ์ทางการแพทย์ ทั้งนี้ การดำเนินโยบายและมาตรการด้านสาธารณสุข และนโยบาย Medical Hub นอกจากจะช่วยคนไทยทั้งประเทศให้มีระบบสาธารณสุขที่ดี มีศักยภาพ ทุกคนเข้าถึงได้ง่ายแล้ว ยังจะช่วยสร้างรายได้เข้าประเทศมูลค่ามหาศาล ลดการพึ่งพิงการนำเข้ายา เครื่องมือแพทย์ และอุปกรณ์จากต่างประเทศ สร้างประโยชน์ด้านสาธารณสุขของไทยอย่างยั่งยืน
“ท่านนายกฯ ผลักดันนโยบาย Medical Hub ผ่านกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อให้การบริการการแพทย์และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เป็นอุตสาหกรรมการบริการชั้นนำของภูมิภาคและของโลก สร้างรายได้เข้าประเทศ พร้อมๆ กับการดูแลสุขภาพของพี่น้องประชาชนในประเทศ ด้วยการยกระดับหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ขยายนโยบาย 30 บาททุกที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ช่วยผู้ป่วยสิทธิบัตรทองสามารถเข้ารักษาในหน่วยบริการปฐมภูมิที่ไหนก็ได้ทั่วประเทศ เพราะสุขภาพของประชาชนคือความมั่นคงของชาติ ขณะเดียวกัน การสาธารณสุขยังเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศอีกด้วย” รมต.ธนกรกล่าว
3. พูดง่ายๆ ว่า คุณหนูอุ๊งอิ๊งไม่ต้องเป็นนายกฯ เพื่อไทยไม่ต้องเป็นรัฐบาล ประเทศก็เดินไปได้
ทักษิณกลับมาติดคุก ประเทศยิ่งเดินต่อไปโลดเลย
ไม่ใช่กลับมาโดยไม่ติดคุก แบบนี้ต่างหากประเทศชาติจะวุ่นวายไม่รู้จบ
สารส้ม

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี