Logo วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์ /

วันจันทร์ ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2566, 02.00 น.
ฝุ่น PM2.5 เป็นภยันตรายต่อสุขภาพอย่างยิ่ง

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

คงเป็นเรื่องที่ไม่ต้องวิตกกังวลอะไรอีกต่อไปแล้วสำหรับโรคโควิด-19 ซึ่งเป็นภัยคุกคามของประชาชนทั่วทั้งโลกมาเป็นระยะเวลาประมาณ 3 ปี รวมทั้งในประเทศไทยของเราเองด้วย ที่ทำให้มีผู้เจ็บป่วยที่ต้องเข้ารับการรักษามากกว่า 4.7 ล้านราย และเสียชีวิตไปรวมทั้งสิ้นประมาณ 3.4 หมื่นราย  เพราะเมื่อดูตัวเลขของผู้ติดเชื้อที่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลในช่วง 1 สัปดาห์ระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ถึงวันที่ 6 มีนาคมมีเพียงแค่ 147 ราย เท่ากับมีผู้ป่วยทั้งประเทศวันละแค่ 21 ราย และมีผู้เสียชีวิตรวมทั้งสิ้นแค่ 7 รายหรือคิดเฉลี่ยเท่ากับ 1 รายต่อวันเท่านั้นเอง

ถึงแม้สถานการณ์จะดีขึ้นอย่างมากมายจนไม่น่ามีปัญหาอีกแล้ว แต่ก็พบว่าประชาชนชาวไทยจำนวนไม่น้อยยังป้องกันตัวเองด้วยการสวมหน้ากากอนามัยไปในสถานที่ต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจุดที่มีผู้คนจำนวนมากจะพบว่า คนไทยเกือบทั้ง 100% ยังคงใส่หน้ากากอนามัยอย่างมิดชิดซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดี


ในเรื่องของการฉีดวัคซีนนั้น หน่วยงานสาธารณสุขของภาครัฐยังคงมีข้อแนะนำให้ประชาชนที่เป็นกลุ่มเสี่ยงเข้ารับการฉีดวัคซีนซึ่งน่าจะเป็นเข็มกระตุ้นเข็มที่ 3 หรือ 4 หรือ 5 แล้ว เพื่อป้องกันอาการรุนแรงในกรณีที่ได้รับเชื้อไวรัสที่ยังคงเป็นสายพันธุ์โอมิครอนเข้าไปจะได้ไม่มีปัญหา ในส่วนของประชาชนทั่วไปที่มีสุขภาพดีนั้นยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน  แต่เพื่อป้องกันตัวเอง ควรจะได้รับการฉีดอย่างน้อยปีละ 1 เข็มไปก่อน

ภัยที่ทำให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพของคนทั่วไปนั้นมาจากได้หลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นจากโรคติดเชื้อทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นไวรัสหรือแบคทีเรีย การบาดเจ็บที่เกิดจากอุบัติเหตุทุกชนิด ซึ่งในประเทศไทยนั้นเกิดจากอุบัติเหตุทางจราจรสูงมากและที่สำคัญไม่น้อยก็คือ ภัยที่เกิดจากสิ่งแวดล้อมเป็นพิษ ซึ่งในประการหลังนี้ประเทศไทยกำลังผจญกับสิ่งที่ก่อให้เกิดภยันตรายต่อสุขภาพอย่างมากคือจากฝุ่นละอองทางอากาศที่เรียกว่า PM2.5 ซึ่งหากมีปริมาณสูงที่ระดับหนึ่ง ก็จะก่อให้เกิดพิษร้ายต่อร่างกายได้ ทำให้เกิดโรคต่างๆ ติดตามมาอย่างมากมาย

จึงขอนำเรื่องของ PM2.5 มาเล่าสู่กันฟังอีกครั้งหนึ่ง ว่ามันคือฝุ่นขนาดเล็กมากๆ เล็กกว่าเส้นผมของมนุษย์ จนขนจมูกของมนุษย์ซึ่งมีหน้าที่กรองฝุ่นขนาดเล็กไม่สามารถจะกรองฝุ่นนี้ไว้ได้ ทำให้ฝุ่นนี้เข้าสู่ระบบทางเดินหายใจของคนเรา ไปสู่ปอดและเข้าสู่กระแสเลือดได้ และฝุ่นที่ว่านี้ยังมีขนาดเล็กกว่ารูขุมขนจึงทำให้ผ่านผิวหนังเข้าสู่ร่างกายได้เช่นเดียวกัน ฝุ่นตัวนี้จะเป็นตัวพาสารโลหะหนักต่างๆ เช่นปรอท แคดเมียม และสารก่อมะเร็งเข้าสู่ร่างกายได้ด้วย จึงนับว่าเป็นฝุ่นที่เป็นอันตราย หรือมีภยันตรายต่อสุขภาพเป็นอย่างมาก

ผู้ที่ได้รับฝุ่นนี้ในปริมาณสูงและต่อเนื่องเป็นระยะเวลายาวนานจะเกิดผลเสียอย่างยิ่ง โดยเริ่มต้นอาจจะมีอาการเพียงแค่ไอจามหรือคล้ายกับภูมิแพ้ ผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้อยู่แล้วจะมีอาการมากขึ้น  ทำให้เกิดโรคทางเดินหายใจเรื้อรัง รวมทั้งอาจทำให้เกิดโรคหลอดเลือดและหัวใจเรื้อรัง โรคปอดเรื้อรัง และที่ร้ายแรงที่สุดคือเป็นมะเร็งของปอดได้ด้วย

ปริมาณของฝุ่นจะมีอันตรายมากน้อยแค่ไหนได้มีการจัดระดับไว้ โดยกรมควบคุมมลพิษของประเทศไทยได้จัดระดับดัชนีคุณภาพอากาศ ที่เรียกว่า Air Quality Index (AQI) เป็น 5 ระดับ วัดจากปริมาณของฝุ่นเป็นไมโครกรัมต่อ 1 ลูกบาศก์เมตร

ระดับที่ 1 AQI  0-25 แทนด้วยสีฟ้าแสดงว่าคุณภาพอากาศดีมาก

ระดับที่ 2 AQI  26-50 แทนด้วยสีเขียว แสดงว่าคุณภาพอากาศดี ทำกิจกรรมกลางแจ้งได้ทุกอย่าง

ระดับที่ 3 AQI  51-100 แทนด้วยสีเหลือง แสดงว่าคุณภาพอากาศปานกลาง อาจมีผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ อาจเคืองตาไม่ควรทำกิจกรรมกลางแจ้ง

ระดับที่ 4 AQI  101-200 แทนด้วยสีส้ม แสดงว่าคุณภาพอากาศไม่ดี มีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะกับผู้ป่วยและผู้มีร่างกายอ่อนแอ อาจปวดศีรษะ แน่นหน้าอก หัวใจเต้นไม่ปกติ คลื่นไส้ อ่อนเพลียได้ด้วย หากมีอาการดังกล่าว ควรไป พบแพทย์

ระดับที่ 5 AQI มากกว่า 201 แทนด้วยสีแดง อากาศเลว มีผลกระทบต่อสุขภาพอย่างแน่นอน  ต้องหลีกเลี่ยงการอยู่ในพื้นที่แจ้ง และต้องใช้อุปกรณ์ป้องกันตัวเองรวมทั้งหากมีอาการดังที่กล่าวไว้แล้วต้องไปพบแพทย์

โดยสรุปนั้นระดับที่ 4 และ 5 หรือที่แทนด้วยสีส้มและสีแดง ซึ่งเป็นระดับที่มีปริมาณฝุ่นมากกว่า 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เป็นระดับที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพชัดเจน

ในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมานั้นองค์กรการแพทย์หลายองค์กร ประกอบด้วย ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย สมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทยฯ สมาคมอุรเวชแห่งประเทศไทยฯ สมาคมประสาทวิทยาแห่งประเทศไทย สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทยและสมาคมพิษวิทยาคลินิก ได้ออกประกาศร่วมกันเรื่องการปฏิบัติตัวของประชาชนในช่วงวิกฤตฝุ่น PM2.5 โดยมีเนื้อหาดังนี้

เป็นที่ทราบและตระหนักกันดีถึงพิษภัยต่อสุขภาพจากฝุ่น PM2.5 ทั้งผลเฉียบพลันและผลเรื้อรัง ไม่เฉพาะผลต่อระบบการหายใจที่เป็นช่องทางนำฝุ่นเข้าสู่ร่างกายเท่านั้น มีผลต่อการเกิดโรคระบบต่างๆ เช่น ระบบหลอดเลือดและหัวใจระบบประสาท หลอดเลือดสมอง และโรคไต ประชาชนกลุ่มเสี่ยงที่จะได้รับอันตรายได้มากคือ เด็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคเรื้อรัง (โรคปอด หัวใจ สมองและไต) ในขณะที่ทุกภาคส่วนกำลังระดมสมองแก้ปัญหาทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ประชาชนควรดูแลสุขภาพของตัวเองในช่วงที่มีฝุ่นมีปริมาณสูงดังนี้

1.หมั่นตรวจสอบคุณภาพอากาศจากแหล่งข้อมูลของรัฐและเอกชนอย่างสม่ำเสมอหรือใช้เครื่องวัดปริมาณฝุ่นแบบพกพาเพื่อวางแผนกิจวัตรประจําวันให้เหมาะสมและให้หลีกเลี่ยงการสัมผัสฝุ่น PM2.5 โดยการจัดให้มีพื้นที่ปลอดภัย

2.เมื่อค่า PM2.5 ในขณะนั้น (ค่ารายชั่วโมง)ขึ้นสูงเกินเกณฑ์คือ

ก.สูงกว่า 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร กลุ่มเสี่ยงควรงดทำกิจกรรมกลางแจ้ง บุคคลทั่วไปควรลดและปรับเวลาทำกิจกรรมกลางแจ้ง โดยใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา

ข.สูงกว่า 100 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรทุกคนควรงดทำกิจกรรมกลางแจ้ง ยกเว้นผู้ที่ต้องทำหน้าที่บริการสาธารณะกลางแจ้งให้ใส่หน้ากาก N95 ตลอดเวลา

ค.สูงกว่า 150 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร  ทุกคนควรอยู่ในตัวอาคารซึ่งติดตั้งระบบระบายและฟอกอากาศที่มีประสิทธิภาพเพียงพอ ยกเว้นผู้ที่ต้องทำหน้าที่บริการสาธารณะกลางแจ้งให้ใส่หน้ากาก N95 ตลอดเวลา และจำกัดช่วงเวลาปฏิบัติงานไม่ให้เกินครั้งละ 60 นาที

3.ขณะที่มีปริมาณฝุ่นภายนอกขึ้นสูง ภายในตัวอาคารจัดให้มีระบบระบายและฟอกอากาศที่มีประสิทธิภาพเพียงพอ

4.การออกกำลังกายสม่ำเสมอจะช่วยให้ร่างกายแข็งแรง ลดโอกาสเจ็บป่วย แต่ขณะที่ปริมาณฝุ่นขึ้นสูงควรหลีกเลี่ยงหรือชะลอการออกกำลังกายกลางแจ้ง ตามระดับเตือนภัยในข้อ 2 หรือออกกำลังกายในร่มที่มีระบบระบายและฟอกอากาศที่มีประสิทธิภาพเพียงพอ

5.ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ จะช่วยเร่งการขับฝุ่น PM2.5 ที่เล็ดลอดเข้ากระแสเลือดออกไปทางไตในรูปของปัสสาวะได้มากขึ้น

6.การอยู่ในบริเวณที่มีต้นไม้สีใบเขียวจะช่วยการดูดซับฝุ่นในอากาศได้เพิ่มมากขึ้น

ซึ่งคำแนะนำดังกล่าวทั้งหมดเป็นประโยชน์ต่อประชาชนทุกคนเป็นอย่างมาก

ตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานั้นพบว่าค่า AQI ของกรุงเทพฯจะอยู่ที่ระดับสีแดงและสีส้มเกือบจะตลอดสัปดาห์ ส่วนจังหวัดในภาคเหนือจะอยู่ในระดับสีแดงเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งถือว่าเป็นระดับที่ก่อให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพอย่างแน่นอน และมีข้อสังเกตว่าค่า AQI จะขึ้นสูงมากในช่วงบ่ายถึงเย็น ซึ่งน่าจะเกิดจากการสะสมของฝุ่นละออง PM2.5 ที่เกิดจากฝุ่นควันจากยานพาหนะ ไฟป่า เผาขยะและโรงงานอุตสาหกรรมเป็นหลัก โดยพบว่ามีผู้ที่เจ็บป่วยด้วยโรคระบบทางเดินหายใจเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก

ปัญหาเรื่องฝุ่น PM2.5 คงจะอยู่คู่กับประเทศไทยไปอีกเป็นระยะเวลานาน เพราะการแก้ไขที่ต้นเหตุเป็นเรื่องค่อนข้างจะยาก ถึงแม้ว่ารัฐบาลจะได้มีความพยายามอย่างมาก ไม่ว่าจะเรื่องของการควบคุมป้องกันไม่ให้เกิดไฟป่าซึ่งเกิดจากการเผาของประชาชนในบางพื้นที่ หรือแม้แต่เรื่องของความพยายามที่จะส่งเสริมอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าให้มากยิ่งขึ้นเพื่อลดมลภาวะฝุ่นละอองดังกล่าวในระยะยาวก็ตาม

ภยันตรายต่อสุขภาพของประชาชนจะยังคงเกิดขึ้นต่อไปจากฝุ่น PM2.5 ก็ได้แต่หวังว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะทำให้ได้รัฐบาล ที่มีความตั้งใจในการจัดการเรื่องฝุ่นดังกล่าว โดยอาจจะต้องดำเนินการให้เป็นวาระแห่งชาติ เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่ดีอย่างแท้จริง ก็จะเป็นคุณประโยชน์มหาศาลแก่ชาวไทยทุกคน

นายแพทย์ปิยะ เนตรวิเชียร

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
06:45 น. เปลี่ยนโฉมประเทศ กรอ.นัดแรกดัน4วาระใหญ่
06:30 น. ศุภจีลั่นส่งออกยังแข็งแกร่ง เปิดตลาดใหม่-ดันFTAรับมือโลกผันผวน
06:15 น. ‘วราวุธ’ปรับแผนตรวจโรงงานเหล็ก
06:05 น. ชีพจรโลกธุรกิจ : 22 มิถุนายน 2569
06:00 น. อุโมงค์ถล่มดับ2 เส้นรถไฟดอยหลวง แฉเหตุเจอฝนสะสม
ดูทั้งหมด
อบอุ่นหัวใจ ปุ๋ย ภรณ์ทิพย์ ควงลูกชาย ฌอน ไซมอน สุดสง่า เข้าเยี่ยมคารวะ อดีตนายกรัฐมนตรี
อายุเป็นเพียงตัวเลข อ้อม พิยดา ฉลองวันเกิด 51 ปีที่สวิตเซอร์แลนด์
ชื่นมื่น หยดน้ำ นัดดาภรณ์ ลูกสาว ปู อนุวัฒน์ ขวัญฤดี ควงแขนเจ้าบ่าวเข้าพิธีฉลองมงคลสมรสสุดอบอุ่น
พรุ่งนี้น้ำมันลดราคา เบนซิน ลง 1.50 บาท ดีเซล ลง 1.30 บาท
โปรดเกล้าฯ รับโอน พลตรี ปริทัศน์ บุนนาค เป็นข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหาร
ดูทั้งหมด
ได้ข้อคิดที่ตรงกับสถานการณ์ในยุคนี้ จากภาพยนตร์ NETFLIX I Can Only Imagine 2 (3) จบ
สายพันธุ์นักเลือกตั้ง
ทนายปีศาจ กับการเพิกถอนใบอนุญาตว่าความ
บุคคลแนวหน้า : 22 มิถุนายน 2569
เรียนรู้อะไร จากการลงมือทำจริง ของ ‘คุณหมอเหรียญทอง แน่นหนา’
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

คิงชาร์ลส์ เตรียมเปิดเผยข้อมูลภาษีส่วนพระองค์เป็นครั้งแรก

แฟนๆแห่ยินดี มินนี่ ภัณฑิรา เผยข่าวดีตั้งท้องลูกคนแรก

ปลอดสาร ไม่แปลว่า ปลอดเชื้อ หมอเจด ยกเคส ต้าเหนิง แม้เลือกกินเฮลตี้ แต่ยังติดเชื้อไวรัส

ยิ่งโตยิ่งสวย น้องปีใหม่ ฉายแววสวยหวาน นั่งแท่นพิธีกรคู่แม่แอฟ

เอกนัฏ ประกาศ ไฟทาง-ไฟสาธารณะ ต้องมีเจ้าภาพ ลดต้นทุนแฝง ค่าไฟฐาน

ภราดร ย้อน พริษฐ์ ชี้ แก้ รธน.ต้องยึดหลักการ ไม่ใช่ยึดตัวบุคคล

  • Breaking News
  • เปลี่ยนโฉมประเทศ กรอ.นัดแรกดัน4วาระใหญ่ เปลี่ยนโฉมประเทศ กรอ.นัดแรกดัน4วาระใหญ่
  • ศุภจีลั่นส่งออกยังแข็งแกร่ง เปิดตลาดใหม่-ดันFTAรับมือโลกผันผวน ศุภจีลั่นส่งออกยังแข็งแกร่ง เปิดตลาดใหม่-ดันFTAรับมือโลกผันผวน
  • ‘วราวุธ’ปรับแผนตรวจโรงงานเหล็ก ‘วราวุธ’ปรับแผนตรวจโรงงานเหล็ก
  • ชีพจรโลกธุรกิจ : 22 มิถุนายน 2569 ชีพจรโลกธุรกิจ : 22 มิถุนายน 2569
  • อุโมงค์ถล่มดับ2  เส้นรถไฟดอยหลวง  แฉเหตุเจอฝนสะสม อุโมงค์ถล่มดับ2 เส้นรถไฟดอยหลวง แฉเหตุเจอฝนสะสม
ดูทั้งหมด
Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved