วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569
พรรคก้าวไกลที่พยายามจัดรัฐบาลผสม เคยโจมตีรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เรื่องจัดงบประมาณไม่คุ้มค่าที่เรียกว่า งบช้างป่วย ที่นำงบประมาณสามแสนกว่าล้านบาท ใช้เป็นเงินบำนาญและสวัสดิการแก่ข้าราชการที่เกษียณแล้ว พรรคก้าวไกลจึงเรียกงบประมาณส่วนนั้นว่า “เป็นงบช้างป่วย” ที่รักษาไม่หาย หรือถึงแม้รักษาหายก็ไม่สามารถนำมาใช้งานหรือช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจได้
การเปรียบเทียบใช้งบประมาณเพื่อสวัสดิการข้าราชการวัยชราว่า เป็นงบช้างป่วยของพรรคก้าวไกล ทำให้หลายฝ่ายมองว่า เป็นตรรกะมักง่ายที่เรียกได้ว่า เป็นการเนรคุณผู้ชราที่รับใช้ชาติมานานปี
ก่อนออกจากทำเนียบรัฐบาลที่นั่งทำงานมาเก้าปี ลุงตู่ได้แสดงให้พรรคก้าวไกลเห็นว่ารัฐบาลใช้งบประมาณช้างป่วยอย่างคุ้มค่า สร้างความสุขให้คนไทยและสร้างชื่อเสียงให้ประเทศชาติแค่ไหน ในกรณีที่ รัฐบาลใช้เงินประมาณ 19 ล้านบาท ในการนำ“พลายศักดิ์สุรินทร์” ช้างทูตสันตวไมตรีที่ไปป่วยอยู่ประเทศศรีลังกา กลับมารักษาในมาตุภูมิได้อย่างปลอดภัย งบประมาณ 19 ล้านนี้ ยังไม่รวมกับงบประมาณส่วนตัวของคุณกัญจนา ศิลปอาชา ผู้เป็นแม่งานในการนำ “พลายศักดิ์สุรินทร์” กลับบ้านที่มีรายงานว่า ได้ใช้เงินส่วนตัวไปหลายล้านบาท
ข่าวการเตรียมการนำ “พลายศักดิ์สุรินทร์” กลับบ้านได้รับการสนใจจากสื่อทั่วโลกมานานกว่าสองสัปดาห์ สื่อต่างประเทศหลายสำนักติดตามรายงานข่าวตั้งแต่การเตรียมฝึกช้างให้พร้อมกับการเดินทางครั้งยิ่งใหญ่ การสร้างกรงเหล็กเพื่อใส่ช้างในเครื่องบินที่ใช้ในการลำเลียงเดินทางโดยอากาศยานนานหลายชั่วโมง ข่าวเหล่านี้ได้รับการนำเสนออย่างต่อเนื่องจากสื่อต่างประเทศทั้งจากศรีลังกาและจากประเทศไทย จึงถือว่า การใช้งบประมาณช้างป่วยจริงครั้งนี้ได้ผลทางการประชาสัมพันธ์ประเทศไทยโดยไม่ต้องใช้บริษัทประชาสัมพันธ์ ไม่ต้องเสียเงินจ้างค่าโฆษณา ก็ทำให้ชื่อเสียงประเทศไทยดังขจรไกลไปทั่วโลกได้
สื่อทั่วโลกให้ความสนใจการย้ายช้างกลับบ้าน ตามหลักการเสนอข่าวที่คติว่า Animal Sports and Sex เป็นข่าวที่ชาวโลกให้ความสนใจร่วมกัน ดังนั้น คนทำข่าวจึงรู้ว่า ข่าวเกี่ยวกับสัตว์ กีฬา และเรื่องเพศที่เด่นๆ ไม่ว่าจะเกิดขึ้นในมุมไหนของโลกสำนักข่าวต่างประเทศ จะต้องรายงานข่าวชิ้นนั้น
ข่าว “พลายศักดิ์สุรินทร์” หรือ “มธุ ราชา” ในชื่อศรีลังกา เริ่มต้นในศรีลังกาตั้งแต่ปี 2565 เมื่อสำนักข่าวเอเอฟพี ได้รับข้อมูลจากกลุ่มรณรงค์เพื่อสิทธิสัตว์และสิ่งแวดล้อม(Rally for Animal Rights and Environment=RARE) ว่า ได้พบเห็น ช้างถูกทรมานจนได้รับบาดเจ็บมีแผลพุพองหนองไหลที่ขาหน้าและบั้นท้าย
กลุ่ม RARE ได้ร้องเรียนเรื่องช้างถูกทรมานไปยังกรมสัตว์ป่าและพืชพันธุ์ของศรีลังกาแล้ว แต่ไม่ได้รับความสนใจ สำนักข่าวเอเอฟ จึงเสนอข่าวนั้นออกไปทั่วโลก ข่าวทรมานช้างที่ได้มาจากประเทศไทย สร้างความฮือฮาในศรีลังกา ทำให้ ทูตไทยประจำกรุงโคลัมโบ เดินทางไปดูอาการของ “พลายศักดิ์สุรินทร์” ที่ถูกล่ามโซ่ไว้ในวัดแห่งหนึ่งทางภาคใต้ห่างจากเมืองหลวง ไปประมาณ 250 กิโลเมตร
ท่านทูตเห็นอาการเจ็บป่วยของ “พลายศักดิ์สุรินทร์” แล้วแจ้งมายังรัฐบาลไทย ซึ่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก็ไม่นิ่งนอนใจ เริ่มติดตามอาการป่วยของช้างและประสานงานทางการทูตกับรัฐบาลศรีลังกาขอนำช้างป่วยกลับมารักษาในประเทศไทย ซึ่งการขอช้างกลับไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องลิ้นการทูตเจรจาหลายรอบ เพราะทางรัฐบาลศรีลังกา เกรงว่าการคืนช้างให้กับประเทศไทย อาจเป็นตัวอย่างให้ช้างจากพม่าและอินเดียถูกขอคืนบ้าง
ในระหว่างการเจรจา กลุ่ม RARE ซึ่งรณรงค์เรื่องสวัสดิภาพสัตว์ก็กดดันรัฐบาลศรีลังกาให้ส่งช้างกลับมารักษาในประเทศไทย เพราะมีโรงพยาบาลช้างที่ได้มาตรฐานและศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยหลายแห่งในประเทศไทย พร้อมกันนั้นกลุ่ม RARE เรียกร้องให้ลงโทษควาญช้าง ที่สร้างบาดแผลฉกรรจ์ให้ “พลายศักดิ์สุรินทร์” และเจ้าหน้าที่กรมสัตว์และพืชพันธุ์ที่ละเลยหน้าที่ไม่ดูแลรักษาช้างซึ่งถูกทรมานโดยควาญช้าง
เรื่อง “พลายศักดิ์สุรินทร์” เป็นข่าวต่อเนื่องในศรีลังกา เพราะว่าศรีลังกามีความเชื่อตามคติพุทธหินยาน เหมือนไทยว่า ช้างมีตำนานสัมพันธ์กับพระพุทธเจ้า ส่วนสำนักข่าวต่างประเทศ ก็เน้นให้ความสนใจกับกลุ่ม RARE และรัฐบาลไทย ที่ใส่ใจในสวัสดิภาพสัตว์อย่างจริงจัง “พลายศักดิ์สุรินทร์” จึงเป็นข่าวประชาสัมพันธ์ประเทศไทยได้อย่างต่อเนื่อง
วันที่ 3 กรกฎาคม สองวันหลังจาก “พลายศักดิ์สุรินทร์” ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมบ้านเกิดได้ดี สำนักข่าวบีบีซีเวิลด์พาดหัวข่าวว่า “ช้างไทยบินกลับบ้านหลังจากมีข้อครหาว่าถูกทรมานในศรีลังกา”
บีบีซี ให้รายละเอียดว่า ช้างที่ราชวงศ์ไทย มอบให้รัฐบาลศรีลังกาเมื่อปี 2544 ได้กลับมายังบ้านเกิดของมัน
หลังจากมีการเจรจาทางการทูตหลายรอบรัฐบาลไทย ได้ขอให้รัฐบาลศรีลังกาคืนช้าง หลังจากมีข้อครหาว่าช้างถูกทรมานขณะที่ถูกล่ามโซ่ไว้ในวัดแห่งหนึ่ง
ช้างที่มีน้ำหนักตัวถึง 4,000 กิโลกรัม ได้รับการลำเลียงโดยเครื่องบินขนส่งขนาดใหญ่ ในกรงเหล็กที่สร้างขึ้นพิเศษ และ ช้างเชือกนี้จะถูกนำไปรักษาโดยวิธีธาราบำบัด
ทั้งศรีลังกาและประเทศไทย ถือว่าช้างเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์
พ.ศ. 2544 ราชวงศ์ไทยพระราชทานช้างสามเชือก ให้รัฐบาลศรีลังกา รวมทั้ง “มธุ ราชา” เพื่อนำช้างไปฝึกใช้แห่พระบรมธาตุในพิธีกรรมทางศาสนา รัฐบาลศรีลังกา ได้โอน มธุ ราชา ให้อยู่ภายใต้การดูแลของวัดแห่งหนึ่งทางภาคใต้ของประเทศ
ในปี 2565 กลุ่ม RARE ได้ร้องเรียนว่าช้างถูกนำไปใช้ร่วมกับกลุ่มช้างลากซุงและร้องเรียนด้วยว่า ช้างมีแผลเน่าพุพอง น้ำหนองเยิ้มที่ขาหน้าและบั้นท้าย จนน่าเป็นห่วง เพราะถูกละเลยไม่ดูแลรักษา
ต่อมา กลุ่ม RARE ในศรีลังกา เรียกร้องให้ทางการไทย เข้าไปช่วยเจรจา หลังจากพวกเขาใช้เวลาหลายเดือนร้องเรียนให้รัฐบาลศรีลังกา ทำการรักษาและแก้ปัญหาช้างป่วยไม่เป็นผล
น.ส.ปัญชลี พนาพิตยะ ผู้ก่อตั้งกลุ่ม RARE กล่าวย้ำว่า “ความล้มเหลวของเจ้าหน้าที่ฝ่ายสัตว์ป่าและพืชพันธุ์ศรีลังกา ทำให้ชื่อเสียงของประเทศชาติเสื่อมเสีย” ตามรายงานข่าว เอเอฟพีว่า มธุ ราชา มีแผลเน่า และหนองเยิ้มที่ขาหน้า และบั้นท้ายขณะนำมันออกจากวัดเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา กลุ่ม RARE อ้างว่าบาดแผลเกิดจากการกระทำของควานช้าง มุธุ ราชา ถูกย้ายมาไว้ในสวนสัตว์ศรีลังกาชั่วคราว และบาดแผลส่วนใหญ่เริ่มสมานเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา
ธิเนช กุนาวาร์เตนะ นายกรัฐมนตรีศรีลังกา แจ้งต่อสภา เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาว่า เขาได้ส่งสารแสดงความเสียใจ และ ขอพระราชทานอภัยไปยังพระมหากษัตริย์มหาวชิราลงกรณ์ เรื่องมธุ ราชา ถูกทรมานและได้รับประกันความไว้เนื้อเชื่อใจใหม่ ระหว่างประเทศสองประเทศแล้ว
ในประเทศเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2566 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณให้ “พลายศักดิ์สุรินทร์” เป็นช้างในพระบรมราชานุเคราะห์ ถือเป็นบุญของช้าง และคนไทย ที่มีองค์พระมหากษัตริย์ให้ความสำคัญกับทุกๆ ชีวิตที่อยู่ในประเทศไทย
นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ประเทศไทยได้ระงับการส่งสัตว์เมื่อสามปีที่แล้ว หลังจากนักปกป้องสิทธิสัตว์ประท้วง
สรุปว่างบประมาณช้างป่วยจริงที่รัฐบาลลุงตู่ใช้ในการนำ “พลายศักดิ์สุรินทร์” กลับบ้านได้ผลทางด้านประชาสัมพันธ์ประเทศไทยและได้ผลทางจิตวิทยาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ตลอดถึงผลกำไรที่ทำให้คนไทยมีความสุขใจและต่อไป“พลายศักดิ์สุรินทร์” อาจเป็นจุดขายในตลาดการท่องเที่ยวจุดหนึ่งของไทย
สุทิน วรรณบวร

ทร.เอาจริงสั่งขังทันที! ฟันวินัยผู้กระทำเกินกว่าเหตุ ฝ่าฝืนคำสั่ง ผบ.ทร.
'ปรัชญา'ผงาดแชมป์!หวดเทนนิสเอทีพีที่สเปน
สงกรานต์ตรังอ่วม ตั๋วเต็ม-ค่าโดยสารพุ่งตามค่าน้ำมัน
สว.นันทนา ร้องวิป 3 ฝ่าย จัดสรรเวลาอภิปรายนโยบายรัฐบาลให้เหมาะสม
โคราชร้อนปรอทแตกกว่า 40 องศาฯ สวนสัตว์จัดอาหารเย็นแช่แข็งคลายร้อนสัตว์

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี