วันจันทร์ ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
อุ๊งอิ๊งค์-แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีคนที่ 31 ของประเทศไทย ดูจะไม่รู้อะไรเลยบนโลกใบนี้แม้แต่เรื่องของตนเอง..เพราะฟังจากที่เธอให้สัมภาษณ์สื่อเมื่อตอนสายวันที่ 27 สิงหาคมวานนี้ระหว่างมาถึงที่ทำการพรรคเพื่อไทย-อาคารชินวัตร3..เรื่องการลาออกจากทุกบริษัทที่เป็น“กงสี”ของตระกูลชินวัตร
ผู้สื่อข่าวถามว่าได้ลาออกจากกรรมการบริษัทในเครือชินวัตร 21 บริษัทแล้วจริงหรือไม่..ซึ่งนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ได้ตอบคำถามนี้ว่า..“ไม่แน่ใจว่าลาออกไปกี่บริษัทแต่ยืนยันว่าอะไรที่ทำแล้ว และขัดต่อกฎหมายก็ต้องดำเนินการให้หมดซึ่งขณะนี้ทีมกฎหมายกำลังช่วยกันดำเนินการ แต่จะกี่บริษัทนั้น ไม่แน่ใจ ขอดูกฎหมายเป็นหลักค่ะ”
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีกรณีที่ไม่มีการส่งหนังสือกรอกประวัติ พล.ต.อ.พัชรวาทวงษ์สุวรรณ..นางสาวแพทองธารหรือคุณหนูอุ๊งอิ๊งค์ตอบผู้สื่อข่าวแบบถามช้างตอบกระบือว่า..“ขอให้เป็นไปตามกระบวนการ..จริงๆแล้วในคณะรัฐมนตรี..ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งใดๆ..ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรีอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นขอให้รอสักหน่อย”
ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า..หากรายชื่อสะเด็ดน้ำแล้ว..ขั้นตอนต่อไปนายกรัฐมนตรีจะเป็นคนตัดสินใจแต่เพียงผู้เดียวใช่หรือไม่..คุณหนูไข่ในหินซึ่งเป็นดีเอ็นเอของอดีตนักโทษชายทักษิณ ชินวัตร..ตอบว่า “ใช่ค่ะ”พร้อมกับชี้แจงในรายละเอียดว่า..“การตรวจสอบคุณสมบัติมีหลายขั้นตอน..เห็นว่ามีหลายพรรคยังติดขัด”
ส่วนเรื่องตำแหน่งรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยนั้น..นายกรัฐมนตรีหญิงคนที่สองของประเทศไทยและคนที่สองของตระกูลชินวัตร วัย 38 ปีเปิดเผยว่า..ของพรรคเพื่อไทยมีการส่งรายชื่อรัฐมนตรีเกินโควตา..โดยเธอได้ขยายความในประเด็นที่ส่งรายชื่อเกินโควตาว่า..“เนื่องจากมองว่า..ส่งเกินไปก่อนเพื่อทำการตรวจสอบคุณสมบัติ..และในส่วนของพรรคเพื่อไทยอิ๊งค์ก็จะเป็นคนพิจารณาตำแหน่งเองทั้งหมด..โดยจะรับฟังและปรึกษาคนที่อยู่ในคณะรัฐมนตรีและทำงานด้วยกันในพรรค..แต่ท้ายที่สุดแล้วจะเป็นคนตัดสินใจเองค่ะ”
ผู้สื่อข่าวถามจี้ต่อว่า..จะมีปัญหาเกิดความน้อยเนื้อต่ำใจกันสำหรับคนที่ไม่ได้รับหรือไม่..นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีที่ถูกบิดา“ครอบครอง”ทั้งตัวและหัวใจตอบว่า..“เรื่องของตำแหน่ง..ทุกคนก็หวังว่าจะเป็น..แต่ตัวเลือกปัจจุบันที่ดีที่สุดต้องเพื่อประเทศชาติ..และคิดว่าหลายคนที่มีประสบการณ์แล้ว..และคนที่ยังไม่มีประสบการณ์..ก็ต้องแบ่งกัน..เพราะในการทำงานต้องเล็งถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสิ่งสำคัญ..ไม่เช่นนั้นก็จะไม่ลงตัว”
คำตอบและความเห็นสุดท้ายของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีที่“มีวันนี้เพราะพ่อให้”ในย่อหน้าข้างบนถัดขึ้นไปนี้..ฟังแล้วดูพิกลและขัดแย้งอยู่ในตัว..เธอบอกว่าตำแหน่งรัฐมนตรีนั้น..ตัวเลือกที่ดีที่สุดต้องเพื่อประเทศชาติ..แต่แล้วเธอก็เรื่อยเจื้อยแบบไม่ได้คิดหรือจะอะไรก็สุดแท้แต่..ว่า“คิดว่าหลายคนที่มีประสบการณ์แล้ว..และคนที่ยังไม่มีประสบการณ์..ก็ต้องแบ่งกัน”
ฟังแล้วก็เลยไม่รู้ว่า..ตัวเลือกอันเป็นคุณสมบัติที่ดีที่สุดของรัฐมนตรีต้องเพื่อประเทศชาตินั้น..ใช้มาตรฐานใดเป็นตัวกำหนด..เพราะเธอบอกว่า..คนที่มีประสบการณ์แล้วและคนที่ยังไม่มีประสบการณ์ต้องแบ่งกัน..ถามว่า“แบ่งเค้กกันกินหรืออย่างไร ?”
พอหันไปมองผู้เป็นบิดา คือ อดีตนักโทษชายทักษิณ ชินวัตร..ซึ่งครอบครองและอาจจะเข้าข่ายครอบงำ“แพทองธาร ชินวัตร”ลูกสาวที่เป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ในเวลานี้..เปิดตัวชนิดที่ไม่เกรงหน้าอินทร์หน้าพรหมใดๆทั้งสิ้น..เรียกว่ากระโดดลงมาเล่นบน“กระดานอำนาจ”อย่างเต็มตัว..หลังจากได้รับการพระราชทานอภัยโทษเมื่อวันที่ 18 สิงหาคมเป็นต้นมา ชนิดที่กระชั้นถี่..แม้แต่รัฐธรรมนูญหรือกฎหมายที่เป็นหลักของบ้านเมืองก็ไม่สนใจนั้น..เป็นภาพสะท้อนได้ชัดเจนที่สุด..ว่า“ระบอบทักษิณ”กำลังฟื้นคืนชีพ..เหมือนเมื่อครั้งรัฐบาลพรรคไทยรักไทยที่มีทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรีครองอำนาจ..ระหว่างปี 2544-2549
เรื่องนี้“อาจารย์แก้วสรร อติโพธิ” นักวิชาการอิสระ, อดีตรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และอดีตคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ(คตส.)..พูดได้ชัดเจนที่สุดจากบทความเรื่อง“มันมาแล้วโว๊ยยย!!!”..ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 27สิงหาคมวานนี้..ว่า“ระบอบทักษิณ” มีหน้าตาอย่างไร..ก่อนที่จะถูกคณะรัฐประหารโค่นลงจากอำนาจในวันที่ 19 กันยายน 2549..และวันนี้กำลังหวนคืนกลับมาใหม่
อาจารย์แก้วสรร อติโพธิ ชี้ว่า..“ระบอบนี้เอาเงินมาลงทุนสร้างอำนาจ..เอาอำนาจไปยึดสื่อสร้างความเชื่อ..พร้อมกับอุปถัมภ์ชาวบ้านด้วยประชานิยม..ทั้งหมดนี้ส่งผลเป็นคะแนนเลือกตั้งไปเพิ่มพูนเป็นอำนาจ..เมื่อได้อำนาจก็เอาไปสร้างเงินจนเกิดเป็นคอรัปชั่นหลากหลายตามมา..ตัวแพทองธารจะเล่นแค่ในระบบไปตามบทเท่านั้น..แต่ตัวระบอบทั้งระบอบต้องจัดการ..และสื่อสารชัดโดยทักษิณ..ผมว่าภายในหนึ่งปีนี่..ดูเอาก็แล้วกันว่า เขาจะซื้อคน, ยึดสื่อ, ยึดส่วนราชการและมวลชนได้มากมายเพียงใด..วันนี้มีเงินเต็มถัง..ทุนที่จะเข้ามาร่วมลงทุน ก็กิ๊บก๊าบเข้ามาแล้ว”
หากย้อนกลับไปดู“ระบอบทักษิณ”ในยุคที่อดีตนักโทษชายทักษิณ ชินวัตร ครองอำนาจนั้น..เริ่มจากสลายพรรคการเมือง..โดยดึงพรรคเสรีธรรมที่มีนายประจวบ ไชยสาส์น เป็นหัวหน้าพรรคยุบมาควบรวมเป็นกลุ่มการเมืองในพรรคไทยรักไทยชื่อว่า“กลุ่มวังพญานาค”..จากนั้นก็ควบรวมพรรคความหวังใหม่ของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ..ที่มีนายเสนาะ เทียนทองหัวหน้า“กลุ่มวังน้ำเย็น”ติดเข้ามาด้วยกับพรรคความหวังใหม่..รวมทั้ง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง..เป็นผลทำให้พรรคไทยรักไทยจากที่มี สส.หลังเลือกตั้งเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2544 จำนวน 248 คนเพิ่มขึ้นเป็น 295 คนทันที..จากจำนวน สส.ในสภาฯที่มีทั้งหมด 500 คน..และในปี 2548 ก็ยังได้พรรคชาติพัฒนาของ“สุวัจน์ ลิปตพัลลภ”ยุบรวมเข้ามาอีก
ปี 2545 หลังจากรัฐบาลพรรคไทยรักไทยบริหารประเทศมาได้หนึ่งปี..ก็ขยับไปยึดส่วนราชการ..โดยการปฏิรูประบบราชการ..มีการจัดแบ่งกระทรวงทบวงกรมใหม่..จากเดิมมี 14 กระทรวง ก็เพิ่มเป็น 20 กระทรวง..พร้อมกับจัดสรรข้าราชการที่ยอมทอดตัวรับใช้ไปลงตำแหน่งที่สำคัญๆในแต่ละกระทรวง..ตั้งแต่ปลัดกระทรวงลงไปถึงอธิบดีและผู้อำนวยการกอง..เรียกว่าเปลี่ยน“ไพ่”ใหม่ทั้งสำรับ
เมื่อเข้าไปยึดกุมอำนาจทั้งทางการเมืองและในส่วนราชการได้อย่างเบ็ดเสร็จแล้ว..“ทักษิณ ชินวัตร”โดยรัฐบาลพรรคไทยรักไทยก็บริหารประเทศโดยใช้“นโยบายประชานิยม”ที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับโครงการของรัฐ..รวมทั้งนโยบายแปลงสินทรัพย์เป็นทุนและแปรรูปรัฐวิสหากิจ..อันเป็นที่มาของการทุจริตคอรัปชั่นอย่างมโหฬาร
ที่กล่าวมานั้นก็เพื่อต่อภาพให้เห็นดังที่อาจารย์แก้วสรร อติโพธิ เขียนไว้ในบทความว่า..”เมื่อได้อำนาจก็เอาไปสร้างเงินจนเกิดเป็นคอรัปชั่นหลากหลายตามมา”
สรุปแล้ว ที่“อาจารย์แก้วสรร อติโพธิ” ตะโกนไว้ในบทความว่า..“มันมาแล้วโว๊ยยย!!!”นั้น..มันมาจริงๆจะเห็นได้ว่าเวลานี้..ไม่เพียงแต่ 2 พรรคการเมือง..คือพรรคพลังประชารัฐ กับพรรคพลังประชาธิปัตย์จะแตกแยกกันเองเพราะ“แย่งชามข้าวสุนัข”เรื่องโควต้ารัฐมนตรีแล้ว..สื่อก็กำลังถูกยึดไปเรื่อยๆ
ขณะที่นโยบายประชานิยม..นอกจาก“โครงการดิจิทัลวอลเล็ต”ที่จะแปรเปลี่ยนเป็นจ่ายเงินสด 1หมื่นบาทให้แก่กลุ่มเปราะบาง 13.5 ล้านคน และคนพิการอีกประมาณ 1 ล้านคนแล้ว..เรื่อง“เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์”ก็น่าจับตาว่าใครและกลุ่มทุนไหนจะได้ผลประโยชน์บ้าง..รวมไปถึงเรื่องที่“ทักษิณ ชินวัตร”ไปพูดในงานดินเนอร์ทอล์กของสื่อเครือเนชั่นที่สยามพารากอน..เกี่ยวกับแนวคิดให้ต่างชาติเช่าที่ดิน 99 ปี..เรื่องนี้ก็ไม่ต่างจากนโยบายแปลงสินทรัพย์ให้เป็นทุนสมัยรัฐบาลพรรคไทยรักไทย..เท่ากับเป็นการแปลง“ผืนแผ่นดินไทย”เป็นทรัพย์แล้วจัดสรรผลประโยชน์..ระหว่างกลุ่มทุนใหญ่ด้านอสังหาริมทรัพย์เพียงไม่กี่ตระกูล
นับจากนี้ไปเมื่อ“มันมาแล้วโว๊ยยย!!!” อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด..เพราะบ้านเมืองไม่ใช่ของใครคนหนึ่งคนใด-ดังเพลงฝรั่งที่ว่า“Whatever Will Be, Will Be.” !
รุ่งเรือง ปรีชากุล

เท้ง ขึ้นรถแห่ขอบคุณชาวบางกะปิ หลังปชน.แลนด์สไลด์กทม. 33 เขต ประชาชนให้กำลังใจสู้ๆ
พ่ายศึกยึดเมืองตรัง! ความเจ็บปวดของ 'โกหน่อ'
ไบรท์ เผยคลิปคุยกับ อนุทิน เฉลยบทสนทนาไม่ใช่เรื่องการเมือง
ทนาย บิ๊กโจ๊ก บุก ปปง. ค้านตั้งกรรมการคู่ขัดแย้ง สอบปมอายัดทรัพย์
นักเขียนดัง ฟาดแรง พรรคส้มตกถังส้วม เหตุไร้เดียงสา ปล่อยอนุทินเป็นนายกฯจนชนะขาด

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี