วันเสาร์ ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / ที่นี่แนวหน้า
ที่นี่แนวหน้า

ที่นี่แนวหน้า

วิภาวดี หลักสี่
วันเสาร์ ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2567, 02.00 น.
ปรับนโยบาย‘ข้าว-ชาวนา’ ให้ไกลกว่า‘อุดหนุนราคา’

ดูทั้งหมด

  •  

 

“ข้าวปริมาณมันมากก็จริง แต่มูลค่ามันสู้กับสินค้า แม้แต่สินค้าเกษตรตัวอื่นๆ เช่น ทุเรียน รวมถึงเดี๋ยวนี้เราจะเห็นในหลายๆ ประเทศเองเขาก็สร้างสินค้าที่มีมูลค่าที่ได้มากกว่าในแง่ผลผลิตข้าว แต่อย่างไรก็ดี เนื่องจากชาวนายังมีจำนวนมากประมาณ 3.5-4 ล้านครัวเรือน ซึ่งก็ยังมีเศรษฐกิจการปลูกข้าวอยู่ ไม่ได้ปลูกข้าวทั้งหมดแต่ยังปลูกข้าวอยู่ ถ้ารวมพื้นที่มันยังมีพื้นที่จำนวนมาก ฉะนั้นข้าวในเชิงความสำคัญต่อชีวิตของผู้คนในภาคเกษตรก็ยังถือว่าสำคัญอยู่”


รศ.ดร.ประภาส ปิ่นตบแต่ง สมาชิกวุฒิสภา (สว.) และอดีตอาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวกับรายการ “Farmers Talk” ทางช่องยูทูบ “landactionthai” ของมูลนิธิชีวิตไท เมื่อเร็วๆ นี้ ถึงการที่รัฐไทยยังคงมอง “ข้าว” ในฐานะ“พืชเศรษฐกิจ” แม้ปัจจุบันจะมีสินค้าอื่นๆ ที่มีมูลค่าสูงกว่าก็ตาม โดยประวัติศาสตร์การส่งออกข้าวของไทยนั้น เริ่มตั้งแต่ “สนธิสัญญาเบาว์ริง” ที่รัฐไทย (หรือสยาม) ทำกับอังกฤษในปี 2398 และหลังจากนั้นได้มีการขุดคลองที่เป็นจุดเริ่มต้นของระบบชลประทาน เช่น คลองมหาสวัสดิ์ คลองรังสิตประยูรศักดิ์ เป็นต้น

แม้บทบาทของข้าวจะลดลงในเชิงเศรษฐกิจ แต่ในทางการเมืองยังมีความสำคัญ “หากดูครัวเรือนชาวนา 4 ล้านครัวเรือน คิดเป็นจำนวนคนอาจถึง 20 ล้านคนเป็นฐานเสียงที่มีจำนวนไม่น้อย พรรคการเมืองจึงต้องมีนโยบายที่สนับสนุนชีวิตของชาวนาหรือผู้ปลูกข้าว” เห็นได้จากช่วงที่มีการเลือกตั้ง จะมีนโยบายที่หลายคนเรียกว่า “ประชานิยม”ที่เกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือหรืออุดหนุนชาวนา

คำถามต่อมา “เมื่อข้าวไม่ใช่พืชเศรษฐกิจที่มีบทบาทสูงอีกแล้วสำหรับประเทศไทย..เหตุใดจึงยังมีคนปลูกอยู่เป็นจำนวนมาก?” อาจารย์ประภาส อธิบายว่า จริงๆ มีชาวนาที่หันไปปลูกพืชอื่นด้วย เช่น ผักบุ้ง ผักชีฝรั่ง เตยหอม ฯลฯ เพื่อให้มีรายได้เพิ่มขึ้นเพียงพอกับรายจ่าย แต่ก็ยังไม่ได้เลิกปลูกข้าวเสียทีเดียวเพราะพืชอื่นใช้แรงงานในการปลูกและเก็บเกี่ยวมากกว่าข้าว จึงใช้วิธีแบ่งที่ดินเพื่อทำนาส่วนหนึ่ง และปลูกพืชอื่นๆ อีกส่วนหนึ่ง ประกอบกับรัฐบาลยังมีนโยบายเอื้อต่อชาวนา ทำให้ยังมีคนปลูกข้าวอยู่

“ข้าวให้รายได้พูดง่ายๆ คือน้อยมากเทียบกับรายได้ที่ต้องการใช้ในครัวเรือน ผมยกตัวอย่าง 20 ไร่ ถ้าเราปลูกข้าวทั้งหมด ปลูกข้าวที่เรียกว่า ข้าว กข ข้าวแข็งอายุสั้นปีนี้ดีหน่อยได้ตันละประมาณ 1 หมื่นบาท ก่อนหน้านี้5-6 พันบาทมาตลอด ถ้าผลิตดูแลดีที่สุด ลงทุนปุ๋ย-ยาต่างๆ ดูแลอย่างดี ก็จะได้ไร่ละประมาณ 1 ตัน ก็คือ 1,000 กิโลกรัมก็ได้ 1 หมื่นบาท 20 ไร่ก็ 2 แสนบาท สมมุติทำ 2 ครั้งใน 1 ปี ก็จะได้ประมาณ 4 แสนบาท

แต่ว่าการลงทุน ถ้าไม่คิดค่าแรงของตัวเอง ค่าลงทุนการผลิตก็ประมาณครึ่งหนึ่ง ก็คือถ้าปีหนึ่งทำ 2 ครั้ง ก็ได้ 4 แสนบาท ลงทุนไปครึ่งหนึ่งก็ประมาณ 2 แสนบาท ซึ่งโดยเฉลี่ยไม่มีใครมีนา 20 ไร่แล้ว แต่การทำนา 2 ครั้ง ครั้งแรกไม่มีทางที่จะได้ไร่ละตัน เพราะจะไปเก็บเกี่ยวช่วงฤดูร้อน ข้าวก็จะไม่ค่อยผสมเกสร เทียบให้ดูว่าถึงแม้ได้กำไรสักปีละ 2 แสนบาท ครัวเรือนหนึ่งมี 3-4 คน รายได้เฉลี่ยต่อเดือนก็ประมาณหมื่นกว่าบาท มันอยู่ไม่ได้” อาจารย์ประภาส ระบุ

อาจารย์ประภาส ซึ่งมีพื้นเพมาจากครัวเรือนชาวนาในพื้นที่ จ.นครปฐม ก่อนจะไปเป็นนักวิชาการ จนเกษียณแล้วจึงกลับมาเป็นชาวนาอีกครั้ง โดยร่วมก่อตั้ง “กลุ่มวิสาหกิจชุมชน บ้านโฉนดชุมชนคลองโยง-ลานตากฟ้า” อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม กล่าวต่อไปว่า โครงสร้างการผลิตข้าวแบบเดิมที่ส่งเสริมการปลูกข้าวอายุสั้นเพื่อการส่งออก เช่น ข้าวนึ่ง ซึ่งส่งไปยังภูมิภาคตะวันออกกลาง ไม่ช่วยให้ชาวนาสามารถอยู่ได้ จึงเห็นอีกทางเลือกหนึ่งคือความพยายามปรับเปลี่ยนมาเป็นการปลูก “ข้าวอินทรีย์” โดยมี 2 ลักษณะ คือ

1.จัดตั้งกลุ่มผูกปิ่นโต ชาวนารวมกลุ่มผลิตเอง ตั้งแต่การปลูกข้าว สีข้าว ทำบรรจุภัณฑ์ โดยมีผู้บริโภคเป็นผู้สั่งซื้อล่วงหน้าและเป็นลูกค้าประจำ สร้างความสัมพันธ์กันในทางการตลาด 2.ผลิตเพื่อแปรรูป นำผลผลิตข้าวอินทรีย์แปรรูปเป็นแป้งหรือผลิตภัณฑ์อื่นๆ ทั้งนี้ ปัจจุบันแม้แต่คนปลูกข้าวก็ไม่ได้กินข้าวที่ตนเองปลูก แต่ไปซื้อข้าวบรรจุถุงมาบริโภค ซึ่งตนเรียกว่า “ข้าวไม่มีหัวนอนปลายเท้า” ขัดแล้วก็นำมาใส่ถุง ในขณะที่ข้าวพื้นถิ่น เช่น ขาวเกยไชย ใน จ.นครสวรรค์ โดยมีการพูดคุยกันในกลุ่มว่าน่าจะเป็นทางรอดทางหนึ่งในการสร้างมูลค่าของการผลิตข้าว

เมื่อมองในแง่ “ชาวนา (หรือเกษตรกร) กับการเป็นฐานเสียงสำคัญในทางการเมือง” หากดูงบประมาณที่ใช้จัดทำนโยบายอุดหนุนภาคเกษตร พบว่า อยู่ที่ 1.5 แสนล้านบาทต่อปี ในจำนวนนี้ร้อยละ 70 เป็นนโยบายที่เกี่ยวข้องกับข้าวหรือชาวนา ดังนั้น ประเด็นที่น่าจะพูดคุยกันต่อไป คือ “รัฐบาลใช้งบประมาณจำนวนมากเพื่อประคับประคองรายได้ของชาวนา นำมาสู่คำถามว่าควรนำงบประมาณไปปรับปรุงโครงสร้างที่ยั่งยืนมากกว่าการอุดหนุนหรือไม่?” เพราะการใช้งบฯ อย่างที่ผ่านมาก็ไม่สามารถทำให้ชาวนามีชีวิตอยู่ได้ด้วยการปลูกข้าว

“ไม่มีชาวนาที่ไหน เอาแถวนี้ก่อนแล้วกัน (ทุ่งนครชัยศรี) ซึ่งปลูกข้าวกันมาตั้งแต่ยุคบุกเบิกหลังสนธิสัญญาเบาว์ริง ไม่มีครัวเรือนชาวนาใดที่มีรายได้จากการทำนาอย่างเดียวอีกต่อไปแล้ว และไม่มีครัวเรือนซึ่งมีรายได้หลักจากการทำนาที่จะทำให้ชีวิตในเศรษฐกิจครัวเรือนอยู่ได้ รายได้จากการทำนาเป็นสัดส่วนที่น้อยมาก ที่เราเห็นภาพว่ามีการค้าขายหรือปรับมาปลูกพืชอย่างอื่น เหมือนกับจ้างงานตัวเองฉะนั้นการอุดหนุนในเชิงนโยบายชาวนา ผมคิดว่าข้อเสนอของ TDRI (สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย)ก็คือการเสนอให้ลดการปลูกข้าวลงในพื้นที่ที่เหมาะสม

ที่มากไปกว่านั้นคือการพัฒนาการปลูกข้าวคุณภาพสูงเพื่อการส่งออกที่จะได้ราคาดี รวมถึงอย่างเช่นในเวียดนาม เขาก็ปรับไปสู่ข้าวอินทรีย์ ผมคิดว่าทิศทางนี้เป็นทิศทางที่ควรจะปรับในเชิงโครงสร้าง ในการอุดหนุนการผลิตข้าวในรูปแบบข้าวอินทรีย์ ซึ่งตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เรื่องโรครวน หรือประเด็นเรื่องสุขภาพ แล้วก็สอดคล้องกับตลาดซึ่งต้องการข้าวหรืออาหารเพื่อสุขภาพ” อาจารย์ประภาส ระบุ

อาจารย์ประภาส ให้ข้อสรุปโดยย้ำว่า สังคมชาวนาที่อยู่ด้วยรายได้หลักจากการผลิตข้าวไม่มีอีกต่อไปแล้ว ชาวนาจำนวนมากก็ปรับตัวกันไปแล้ว นโยบายช่วยเหลือโดยรัฐจึงเป็นเพียงการสร้างคะแนนนิยมกับฐานเสียง อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ว่ารัฐจะไม่คิดเรื่องนโยบายเพื่อปรับโครงสร้าง เช่น โครงการนาอินทรีย์ล้านไร่ แต่ยังขาดการประเมินติดตามผลที่ชัดเจน ปัจจุบันโครงการสิ้นสุดไปแล้ว ใช้งบประมาณกว่า 1 หมื่นล้านบาท แต่เมื่อโครงการจบไป เท่าที่สอบถามชาวนาก็ทราบว่าหลายคนกลับมาปลูกข้าวโดยใช้สารเคมีเช่นเดิม

ดังนั้น “นโยบายของรัฐควรสนับสนุนข้าวอินทรีย์ในกลุ่มที่มีการพัฒนาพันธุ์ข้าวพื้นถิ่นขึ้นมา” เช่น ขาวเกยไชย (จ.นครสวรรค์) หอมนครชัยศรี (จ.นครปฐม) โดยเฉพาะสำหรับตลาดบริโภคภายในประเทศ ซึ่งมีตัวอย่างจาก ญี่ปุ่น ที่มีข้าวพันธุ์ท้องถิ่นของแต่ละพื้นที่ขายเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม “การตลาดถือเป็นความท้าทายสำคัญของกลุ่มข้าวอินทรีย์” การสนับสนุนให้มีตลาดรองรับผู้ผลิตที่ต้องการปรับเปลี่ยนสู่การปลูกข้าวที่ดีต่อสุขภาพ ที่ผู้บริโภคก็พร้อมจ่าย เป็นอีกแนวทางที่น่าสนใจนอกเหนือจากการแปรรูป!!!

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
21:56 น. น็อต วรฤทธิ์ วอนอย่าคุกคาม เผยมีคนบุกหาเรื่องถึงร้าน ปมเห็นต่างทางการเมือง
21:55 น. เพื่อไทย ขายฝัน แจกเงินล้าน วันละ 9 คน
21:52 น. ณัฐวุฒิ เหน็บแรง! บอกถึงพรรคส้มชนะ ก็ตั้งรัฐบาลไม่ได้ เหตุติดล็อก 44 สส. โดนเล่นเรื่องแก้ รธน.
21:37 น. ‘รอง ผบช.สง.ก.ตร.’ช่วยราชการ ภ.1 ตรวจเยี่ยมตำรวจภาค1 ฝึกอบรมปฏิบัติหน้าที่ Local CAT
21:29 น. อนุทิน บ่นเฮงซวย หลังชาวบ้านปรี่ร้อง ย้ายที่อยู่ ใช้สิทธิประกันสังคมไม่ได้
ดูทั้งหมด
ชาวเน็ตขำท้องแข็ง เขมร ฝึกทหารหรือฝึกละครโรงเรียน ชมคลิป
ดรามาจนได้ หลัง ททท. ปล่อยภาพ ลิซ่า โปรโมตเที่ยวไทย ดี้ นิติพงษ์ วิจารณ์ใช้ AI ด้อยค่าศิลปิน
ครูปรีชากับพวก คดีเบิกความเท็จ ชำระเงินให้หมวดจรูญแล้ว แต่ยังขาดอีก 8 หมื่น
แม่ทัพกุ้ง ไขข้อสงสัยนักเรียน ทหารมีไว้ทำไม กลางเวทีบรรยายพิเศษที่ศรีมหาโพธิ
เปิดประวัติ ทนายแก้ว นักกฎหมายชื่อดัง ก่อนเจอวิกฤตข่าวฉาวสะเทือนวงการ
ดูทั้งหมด
กกต.อนุญาตให้นักการเมืองโกง?
องค์การนาโตถึงกาลเวลาแล้ว?
สู้สุดซอยไปสุดทาง
บุคคลแนวหน้า : 24 มกราคม 2569
เมื่อทรัมป์ลดซ่าอิหร่านก็สงบ
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เพื่อไทย ขายฝัน แจกเงินล้าน วันละ 9 คน

น็อต วรฤทธิ์ วอนอย่าคุกคาม เผยมีคนบุกหาเรื่องถึงร้าน ปมเห็นต่างทางการเมือง

อนุทิน บ่นเฮงซวย หลังชาวบ้านปรี่ร้อง ย้ายที่อยู่ ใช้สิทธิประกันสังคมไม่ได้

ส้มหล่นหรือเส้นใหญ่ ทรัมป์ ชวน กัมพูชา ก่อตั้งคณะกรรมการสันติภาพ

โรงเรียนกำเนิดวิทย์ -ปตท. ตั้งเป้าผลิตนักเรียนวิทย์ฯ ของโลก 11 รุ่น สุดปัง! สำเร็จการศึกษาแล้วกว่า 8 รุ่น 565 คน

รถเละเป็นเศษเหล็ก กู้ภัยยังอึ้ง หนุ่มรอดตายปาฏิหาริย์ พากันส่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ข้างกาย

  • Breaking News
  • น็อต วรฤทธิ์ วอนอย่าคุกคาม เผยมีคนบุกหาเรื่องถึงร้าน ปมเห็นต่างทางการเมือง น็อต วรฤทธิ์ วอนอย่าคุกคาม เผยมีคนบุกหาเรื่องถึงร้าน ปมเห็นต่างทางการเมือง
  • เพื่อไทย ขายฝัน แจกเงินล้าน วันละ 9 คน เพื่อไทย ขายฝัน แจกเงินล้าน วันละ 9 คน
  • ณัฐวุฒิ เหน็บแรง! บอกถึงพรรคส้มชนะ ก็ตั้งรัฐบาลไม่ได้ เหตุติดล็อก 44 สส. โดนเล่นเรื่องแก้ รธน. ณัฐวุฒิ เหน็บแรง! บอกถึงพรรคส้มชนะ ก็ตั้งรัฐบาลไม่ได้ เหตุติดล็อก 44 สส. โดนเล่นเรื่องแก้ รธน.
  • ‘รอง ผบช.สง.ก.ตร.’ช่วยราชการ ภ.1 ตรวจเยี่ยมตำรวจภาค1 ฝึกอบรมปฏิบัติหน้าที่ Local CAT ‘รอง ผบช.สง.ก.ตร.’ช่วยราชการ ภ.1 ตรวจเยี่ยมตำรวจภาค1 ฝึกอบรมปฏิบัติหน้าที่ Local CAT
  • อนุทิน บ่นเฮงซวย หลังชาวบ้านปรี่ร้อง ย้ายที่อยู่ ใช้สิทธิประกันสังคมไม่ได้ อนุทิน บ่นเฮงซวย หลังชาวบ้านปรี่ร้อง ย้ายที่อยู่ ใช้สิทธิประกันสังคมไม่ได้
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

​องคมนตรีห่วงใยผู้ต้องขัง แนะตั้งหน่วยบำบัด - ฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดในเรือนจำ

​องคมนตรีห่วงใยผู้ต้องขัง แนะตั้งหน่วยบำบัด - ฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดในเรือนจำ

24 ม.ค. 2569

เหตุเครนลอนเชอร์ถล่มซ้ำซาก เกินเยียวยา

เหตุเครนลอนเชอร์ถล่มซ้ำซาก เกินเยียวยา

17 ม.ค. 2569

‘อว. For Kids – Skill for Future’ เรียนรู้ เล่นจริง..วันเด็กแห่งชาติ’69

‘อว. For Kids – Skill for Future’ เรียนรู้ เล่นจริง..วันเด็กแห่งชาติ’69

10 ม.ค. 2569

เส้นทางแห่งปัญญาจาก ‘นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ’ สู่ ‘คนรุ่นใหม่’

เส้นทางแห่งปัญญาจาก ‘นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ’ สู่ ‘คนรุ่นใหม่’

3 ม.ค. 2569

PSMD เปิดรับปริญญาโท  เร่งผลิต ‘นักฟิสิกส์การแพทย์’  เพื่อประโยชน์สูงสุดกับผู้ป่วย

PSMD เปิดรับปริญญาโท เร่งผลิต ‘นักฟิสิกส์การแพทย์’ เพื่อประโยชน์สูงสุดกับผู้ป่วย

26 ธ.ค. 2568

อว.ชู ‘วิจัยติดดิน กินได้’  ทำโคราชเป็น ‘ศูนย์กลางนวัตกรรม’

อว.ชู ‘วิจัยติดดิน กินได้’ ทำโคราชเป็น ‘ศูนย์กลางนวัตกรรม’

19 ธ.ค. 2568

อว.เร่งนำงานวิจัยสู้ภัยพิบัติ-เยียวยาประชาชน  ชง ‘คืนค่าเทอม-เลื่อนสอบ’ บรรเทาผลกระทบ

อว.เร่งนำงานวิจัยสู้ภัยพิบัติ-เยียวยาประชาชน ชง ‘คืนค่าเทอม-เลื่อนสอบ’ บรรเทาผลกระทบ

12 ธ.ค. 2568

​สปสช. จับมือ ไปรษณีย์-ธ.กรุงไทย ส่งเวชภัณฑ์ ‘ฟอกไต’ ช่วยผู้ป่วยพื้นที่น้ำท่วมภาคใต้

​สปสช. จับมือ ไปรษณีย์-ธ.กรุงไทย ส่งเวชภัณฑ์ ‘ฟอกไต’ ช่วยผู้ป่วยพื้นที่น้ำท่วมภาคใต้

6 ธ.ค. 2568

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved