เนื่องในโอกาสวันโทรทัศน์สากล - World Television Day เมื่อวันที่ 21 พ.ย. ที่ผ่านมา
ในยุคสมัยก่อนเมื่อช่องทางการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารยังไม่ได้มีมากนัก “โทรทัศน์” เป็นหนึ่งในตัวช่วยที่คอยเป็นศูนย์กลางระหว่างผู้ส่งสารและผู้รับสารในการสื่อสารเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้น จากเมื่อก่อนมีแค่หนังสือพิมพ์ วิทยุจนนำไปสู่การมีโทรทัศน์ การที่มีสิ่งประดิษฐ์ที่คอยเชื่อมโยงข้อมูลข่าวสารที่รวดเร็วนั้นทำให้มนุษย์มีการพัฒนาและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตอย่างรวดเร็ว หากต้องการจะเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร สื่อบันเทิงต่างๆ เจ้ากล่องสี่เหลี่ยมใบนี้พร้อมจะทำหน้าที่นำเสนอเรื่องราวเหล่านั้นเอง ไม่ว่าจะเป็น “ครูผู้สอน” จากการถ่ายทอดและนำเสนอองค์ความรู้มาสู่บ้านเรือน เป็น “ผู้ให้ความบันเทิง” ผ่านเรื่องราวที่นำเสนอมาเพื่อสร้างรอยยิ้ม และที่สำคัญที่สุดคือการเป็น “กระจกสะท้อนสังคม” ที่เชื่อมโยงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสังคม เพียงแค่เอื้อมมือเปิดสวิตช์ เราก็สามารถรับรู้เรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้ทันที โทรทัศน์จึงกลายเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังในการสร้างความเข้าใจและกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้ชีวิตอย่างรวดเร็ว
โทรทัศน์ การสื่อสาร และปัญหาคอร์รัปชัน
ปัญหาคอร์รัปชันฝังรากลึกและซุกซ่อนอยู่ในทุกบริบทของสังคม ตั้งแต่การทุจริตเล็กๆ ในหน่วยงานรัฐ ไปจนถึงการทุจริตเชิงนโยบายขนาดใหญ่ ที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของเราทุกคน ไม่ว่าจะเป็นการฮั้วประมูลโครงการที่ไร้คุณภาพ หรือการจ่ายสินบนเพื่อให้ได้มาซึ่งบริการที่ดี
คอร์รัปชันเปรียบเสมือน “ภัยเงียบ” ที่กัดกินประเทศอย่างช้าๆ ภายใต้ความซับซ้อนของระบบและความยากที่จะเข้าใจจนอาจทำให้ประชาชนเกิดสภาวะ “นิ่งเฉย” ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นทำความเข้าใจปัญหานี้อย่างไร หรือแม้กระทั่งการสื่อสารขอความช่วยเหลือเมื่อได้รับผลกระทบจากปัญหาคอร์รัปชัน โทรทัศน์จึงเป็นเครื่องมือในการนำเสนอเรื่องราวให้เกิดการรับรู้ข้อมูลได้ทั่วถึงและรวดเร็วที่สุด ผ่านการตั้งคำถามและสื่อสารเรื่องราวของผู้ได้รับผลกระทบจากการคอร์รัปชัน เพื่อเป็นการสร้างแรงกดดันให้กับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการลงมือแก้ไขปัญหา
กรณีศึกษาที่สะท้อนพลังของโทรทัศน์กับปัญหาคอร์รัปชัน
คดีบ่อบำบัดน้ำเสีย “คลองด่าน” (2542-2546): เกิดจากมหากาพย์ทุจริตที่เริ่มต้นด้วยเจตนาที่แอบแฝง ในการเปลี่ยนพื้นที่สีเขียวเป็นพื้นที่อุตสาหกรรม เพื่อขายให้กับรัฐในราคาสูงเกินจริงและนำไปสู่การก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียที่ผิดหลักวิศวกรรมและทำลายระบบนิเวศ
“เสียงของคนในพื้นที่” ชาวบ้านคลองด่านที่ลุกขึ้นมาตั้งคำถามและต่อสู้กับการบุกรุกป่าชายเลน การรวมตัวที่เข้มแข็งและการทำงานร่วมกับภาคประชาสังคม ในการสืบค้นข้อมูลผู้เกี่ยวข้องเพื่อส่งข้อมูลไปยังสื่อมวลชน ให้เกิดการเผยแพร่การทุจริตในครั้งนี้ และมีการติดตามตรวจสอบผู้ที่เกี่ยวข้องจากหลายภาคส่วน จนนำไปสู่การเปิดโปงกระบวนการทุจริต
คดีเครื่องตรวจวัตถุระเบิด “CTX 9000”(2548-2549) : ก่อนที่จะมีการเปิดสนามบินสุวรรณภูมิ มีความไม่ชอบมาพากลในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง “เทคโนโลยีราคาแพง” อย่างเครื่องตรวจวัตถุระเบิด CTX 9000 ที่มีการตั้งข้อสังเกตเรื่องส่วนต่างราคาและการแก้สเปกสายพานลำเลียงเพื่อเอื้อประโยชน์ให้เอกชนรายเดียว
ในเวลาต่อมากระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (DOJ) ได้เปิดโปงเส้นทางการจ่ายสินบนข้ามชาติในบริษัทเอกชนที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ครั้งนี้ซึ่งทำให้ข้อมูลนี้กลายเป็น“สารตั้งต้น” ให้ฝ่ายค้านและสื่อมวลชนไทยนำมาขยายผล ช่วยกันสื่อสารปัญหานี้จนเกิดเป็นวิกฤตศรัทธาของรัฐบาลในเรื่องความไม่โปร่งใสในเมกะโปรเจกท์ และถูกฝ่ายค้านนำมาอภิปรายในสมัยนั้น
กรณีเหล่านี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า เมื่อเกิดการสื่อสารและมีการรับรู้เป็นจำนวนมาก จะเกิดแรงกดดันที่คอยบังคับให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต้องดำเนินการแก้ไขปัญหา หรือ เกิดการเปลี่ยนแปลง “ยิ่งคนรู้เยอะเท่าไร ยิ่งมีแรงขับเคลื่อนปัญหามากเท่านั้น” ซึ่งเราเห็นได้ชัดเลยว่าในช่วงสมัยนั้นที่โทรทัศน์เป็นที่นิยมในการรับชมข่าวสาร กล่องสี่เหลี่ยมใบนี้จึงเป็นเหมือนเครื่องมือที่สร้างการรับรู้และกระตุ้นการมีส่วนร่วมจากทุกฝ่ายในการต่อต้านคอร์รัปชัน
เวลาผ่านมาถึงปัจจุบันเมื่อเทคโนโลยีมีการพัฒนามากยิ่งขึ้น ช่องทางออนไลน์และระบบดิจิทัลเข้ามามีบทบาทในการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการสื่อสารมากขึ้น จากโทรทัศน์ที่เป็นการสื่อสารแบบทางเดียวก็จะมีโซเชียลและแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ ที่เราสามารถทำได้มากกว่าแค่รับชมสื่อ แต่เราสามารถมีส่วนร่วมโต้ตอบกับเนื้อหาที่ถูกนำเสนอแบบเรียลไทม์ได้ด้วย ในขณะเดียวกันช่องทางออนไลน์ก็เปิดโอกาสสร้างพื้นที่ให้ทุกคนเป็นเจ้าของช่องทางสื่อสารของตนเอง สามารถเป็นผู้รายงานข่าว เป็นผู้จุดประเด็น และเชื่อมโยงผู้คนได้อย่างรวดเร็ว เพื่อให้ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนข่าวสารได้รวดเร็วยิ่งขึ้น สะท้อนกลับในแวดวงปัญหาคอร์รัปชันเราจะเห็นการตื่นตัวของคนไทยต่อเรื่องนี้ มีการแสดงออกถึงการไม่ยอมรับการทุจริตได้ชัดเจน ผ่านการแสดงความคิดเห็นต่างๆ บนโลกออนไลน์ ซึ่งจุดร่วมที่สำคัญที่คนไทยตื่นตัวกับเรื่องนี้คือ “การสร้างการรับรู้” และ “การเปิดเผยข้อมูล” เมื่อทุกคนเห็นปัญหาและเห็นความลับที่คนกระทำการทุจริตไม่อยากให้ถูกมองเห็น นั่นจะเป็นตัวช่วยสำคัญที่คอยสร้างแรงกดดันให้คนหรือหน่วยงานต่างๆ เกิดการดำเนินงานที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และจะทำให้คนกระทำการทุจริตคอร์รัปชันลดลง เนื่องในวันโทรทัศน์สากลนี้ เราอยากจะกล่าวถึงตัวช่วยในการสร้างการรับรู้ข้อมูลข่าวสารอย่าง “โทรทัศน์” ที่เป็นเครื่องมือบุกเบิกในการสร้างความเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการสื่อสารมาจนถึงปัจจุบัน
ถ้ามองกลับมาในบทบาทที่ช่วยในการต่อต้านคอร์รัปชันนั้นก็ทำให้พิสูจน์ได้ว่า
“แค่เราเปิดข้อมูลให้คนได้รับรู้ และสามารถเข้าถึงข้อมูลเหล่านั้นได้อย่างเท่าเทียม ความโปร่งใสจะเพิ่มขึ้นและการคอร์รัปชันจะลดลง”
ถ้าต้องการมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนประเด็นนี้ร่วมกับเรา
สามารถติดตามข่าวสารเพื่อให้เท่าทันคอร์รัปชันได้ที่
Facebook Page : HAND Social Enterprise
Facebook Page : KRAC Corruption
และร่วมส่งข้อมูลการทุจริตผ่านช่องทางการแจ้งเบาะแส
ได้ที่
Facebook Page : ต้องแฉ
Line: @corruptionwatch
ฐากร สีใสภูวเดช

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี