วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569
สถานการณ์พิบัติภัยจากอุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังไม่ได้เอวังลงเสียทีเดียว ยังต้องเฝ้าระวังป้องกันแก้ไข บรรเทาเยียวยากันอีกดังพระราชดำรัส “พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร” เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ.2516 ความว่า
“...การช่วยเหลือผู้ประสบภัยนั้นจะต้องช่วยในระยะสั้น หมายความว่า เป็นเวลาที่ฉุกเฉินต้องช่วยโดยเร็ว และต่อไปก็จะต้องช่วยให้ต่อเนื่อง........ส่วนเรื่องการช่วยเหลือในระยะยาวก็มีความจำเป็นเหมือนกัน.....เป็นผลว่าเขาได้รับการดูแลเหลียวแลมาจนกระทั่งได้รับการศึกษาที่สามารถทำมาหากินได้โดยสุจริตและโดยมีประสิทธิภาพเป็นพลเมืองดีของประเทศชาติ...”
ที่จริงแล้วหน่วยงานที่เกี่ยวกับน้ำมีอยู่มาก มีมากอย่างกระจัดกระจายมีหน่วยงานภายใต้สังกัด 5 กระทรวง อาทิ กรมอุตุนิยมวิทยา สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) GISTDA สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ ที่ดูแลดาวเทียม สามารถพยากรณ์ได้ กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ และรวมถึงกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
กระทั่งมีการตราพระราชบัญญัติแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ.2558 ในรัฐบาลลุงตู่ /- พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯคนที่ 29 ก่อนรัฐบาลมีกิน มีใช้ มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี 2 สมัย
จะมีกิน มีใช้ มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี และลดความเหลื่อมล้ำอย่างเจตนารมณ์ของรัฐบาลสืบสันดานได้อย่างไร ในเมื่อความสูญเสียแต่ละครั้งมีมูลค่าเกือบเท่างบฯรายจ่ายประจำปีงบฯปกติ
พระราชบัญญัติแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2558 เป็นการนำแนวคิดการพัฒนาระบบการป้องกัน การเตรียมความพร้อม และการสร้างภูมิคุ้มกันโดยพัฒนาภูมิความรู้และเสริมสร้างความเข้มแข็งระดับชุมชน ในการเฝ้าระวังและรับมือกับสาธารณภัย การอยู่ร่วมกับธรรมชาติและการสร้างภูมิต้านทานให้แก่ชุมชนตามแนวทาง “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง”
รวมทั้งการนำแนวคิดการลดความเสี่ยงจากสาธารณภัยเพื่อป้องกันภัยตามหลักสากลคือ “รู้รับ - ปรับตัว -ฟื้นเร็วทั่ว - อย่างยั่งยืน” (Resilience) โดยเสริมสร้างความตระหนักในการลดความเสี่ยงตั้งแต่ก่อนเกิดภัย ขณะเกิดภัย และหลังเกิดภัย และกำกับการดำเนินการขับเคลื่อนให้เป็นไปตามกรอบพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 และสอดคล้องกับกรอบการดำเนินงานเซนไดเพื่อการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ พ.ศ. 2558 - 2573 (Sendai Framework forDisaster Risk Reduction 2015 - 2030)
ยุทธศาสตร์การดำเนินงานตามแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2558 มุ่งเน้นการลดความเสี่ยงจากสาธารณภัย (Disaster Risk Reduction : DRR) การบูรณาการการจัดการในภาวะฉุกเฉิน (Emergency Management) การเพิ่มประสิทธิภาพการฟื้นฟูอย่างยั่งยืน (Build Back Better and Safer) และการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศในการจัดการความเสี่ยงจากสาธารณภัย
เป็นแนวทางหลักในการดำเนินการให้บรรลุเป้าหมายของแผน และนำไปสู่ความสำเร็จในการจัดการความเสี่ยง จากสาธารณภัยซึ่งเป็นพื้นฐานของการพัฒนาที่ยั่งยืน
ตามพ.ร.บ.ฉบับนี้จะมีหน่วยงานหนึ่งที่เรียกว่า “คณะกรรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ(กปภ.ช.)” มีหน้าที่ดูเรื่องนี้เต็มเวลา ซึ่งสามารถบูรณาการถอดบทเรียน และนำมาสู่การบังคับบัญชาแบบเรียกว่า “Single command” ไม่เช่นนั้นแล้วเวลามีปัญหา จะแก้ปัญหาไม่ทัน และจะหนักกว่าเดิมอีกด้วย ประเด็นคือ 1-2 เดือนที่ผ่านมารัฐบาลได้ดำเนินการกับพ.ร.บ.นี้อย่างไร เกิดประสิทธิภาพประสิทธิผล และผลสัมฤทธิ์อย่างใด
รัฐบาลไม่ว่าจะมี “เทวดา”ครอบงำ สังฆกรรมสั่งการทว่า ภาวะโลกร้อนและภาวะฝนตกไม่มีทางที่จะลดน้อยลงวิกฤตน้ำท่วมและภัยแล้งจึงจะมีแต่ทวีคูณมากขึ้น ทำให้ผลกระทบและมูลค่าความเสียหายเพิ่มมากขึ้นเป็นเงาตามตัว โดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกร
ถ้ารัฐบาลยังประเมินสถานการณ์ หน้าไมค์หลังไมค์กับครม.สืบสันดานจะมีประสิทธิภาพเท่าการสั่งการให้คณะกรรมการที่มีอำนาจมีเครื่องไม้เครื่องมือตามกฎหมายบูรณาการถอดบทเรียนต่างๆ และบังคับบัญชาสั่งการป้องกันและบรรเทาปัญหาน่าจะเกิดประสิทธิภาพ ประสิทธิผลกว่าหรือไม่
สร้างบรรทัดฐานเพื่อการปฏิรูปการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยทางธรรมชาติทุกด้านครั้งใหญ่
Put right man on the right jobยุติการสร้างภาพของนักการเมืองที่ไม่รู้ว่ามีไว้ทำไมไม่ดีกว่าหรือ

เกรด 4.00 อาจไม่ใช่คำตอบ! ณัฏฐ์ มงคลนาวิน ชี้ทางรอดเด็กไทยยุค AI 2026
แฟนคลับส่งกำลังใจ อ้ายสติ๊ก อินฟลูฯดัง หัวใจเต้นผิดจังหวะอยู่ไอซียู
หนุน อนุทิน เดินตลาดฟังเสียงจริง! เทพไท จี้อัปวงเงินคนละครึ่ง 5,000 บาท ช่วย ปชช.
เศรษฐกิจสงกรานต์ซบเซา? ผลโพลชี้คนไทยปรับแผนงดฉลอง ประหยัดงบ เซ่นพิษน้ำมันแพง
ร้อนปรอทแตก! ทั่วไทยร้อนจัด เตือนเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี