กระแสต่อต้านการผลักดันให้นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ขึ้นเป็นประธานบอร์ดแบงก์ชาติ เป็นผลให้เลื่อนการประชุมมาจากสัปดาห์ที่แล้ว
ประเด็นการเคลื่อนไหวต่อต้านมิให้บุคคลใกล้ชิดฝ่ายการเมืองขึ้นมานั่งเป็นประธานบอร์ดแบงก์ชาติ
เกรงว่าจะนำเป้าประสงค์ทางการเมืองมาครอบงำการทำงานของแบงก์ชาติ ที่มีหน้าที่หลักในการดูแลเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ
โดยบุคคลระดับอดีตผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล,ธาริษา วัฒนเกส, ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล และ ดร.วิรไท สันติประภพ นักวิชาการ ผู้ทรงคุณวุฒิ สื่อสารมวลชนบางส่วน รวมทั้งอดีตเจ้าหน้าที่แบงก์ชาติเกือบ 1,000 คน ร่วมแสดงออกคัดค้าน
1.ประเด็น ณ ขณะนี้ ไม่ใช่ว่านายกิตติรัตน์ไม่เก่ง หรือมีคดีติดตัว (ศาลฎีกาฯ ยกฟ้องคดีข้าวบูล็อคไปแล้ว)
แต่เป็นเพราะท่าที จุดยืน ที่เคยประกาศความต้องการจะให้แบงก์ชาติมีบทบาทตอบสนองเป้าหมายของนโยบายฝ่ายเมือง
สมัยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายกิตติรัตน์เคยเขียนจดหมายถึงประธานคณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ดร.วีรพงษ์ รามางกูร เพื่อให้ลดดอกเบี้ยนโยบาย และกล่าวโจมตีกดดันผ่านรายการ “รัฐบาลยิ่งลักษณ์ พบประชาชน” อีกด้วย
นายกิตติรัตน์เคยเป็นผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กรรมการ ก.ล.ต. อธิการบดีมหาวิทยาลัยชินวัตร อดีต รองนายกฯ และรัฐมนตรีคลังสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์
ต่อมา ได้รับแต่งตั้งให้เป็นประธานที่ปรึกษา ของอดีตนายกฯ เศรษฐา ทวีสิน
ปัจจุบัน พ้นตำแหน่งมาเกิน 1 ปีแล้ว
2.รายงานข่าวระบุว่า คณะกรรมการสรรหาฯ 7 คน มีความเห็นแตกต่างกัน
ฝ่ายสนับสนุนนายกิตติรัตน์ชัดเจน มี 3 ราย
ฝ่ายที่คัดค้านอย่างชัดเจน มี 2 ราย
รายงานข่าวระบุว่า มีการเสนอให้เปลี่ยนชื่อจากนายกิตติรัตน์ เป็นบุคคลระดับอดีตปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และอดีตรองปลัดกระทรวงการคลังคนหนึ่ง
ซึ่งคนหลัง อันที่จริง ก็เคยแสดงความเห็นเกี่ยวกับแบงก์ชาติไว้ในทิศทางคล้ายๆ กับนายกิตติรัตน์
3.กลุ่มเศรษฐศาสตร์เพื่อสังคม นำโดยอดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย 4 ท่าน นักวิชาการ คณาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์และสาขาอื่นๆ หลายสถาบันทั้งในอดีตและปัจจุบัน
แสดงความห่วงใยการครอบงำธนาคารแห่งประเทศไทยโดยกลุ่มการเมือง ผ่านการคัดสรรประธานและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของคณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย
ล่าสุด ได้ชี้แจงโต้แย้ง ปมที่มีการแสดงความเห็นตอบโต้แถลงการณ์ก่อนหน้านั้น ระบุว่า
“ประการที่หนึ่ง แสดงความเห็นสนับสนุน นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง โดยระบุว่าเป็นคนเก่ง มีความรู้ความสามารถเหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งประธานกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย
กลุ่มเศรษฐศาสตร์เพื่อสังคมขอเรียนว่า พวกเราไม่ได้สนใจตัวบุคคลว่านายกิตติรัตน์ ณ ระนอง เป็นคนเก่งหรือไม่
แต่เป็นห่วงกังวลในหลักการว่าผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งประธานกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทยจะต้องไม่เป็นผู้มีความสัมพันธ์อันแนบแน่นทางการเมือง
ต้องไม่เคยกระทำหรือแสดงให้เห็นถึงเจตนาในการแทรกแซงกดดัน ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยดำเนินนโยบายทางการเงินตามที่ฝ่ายการเมืองต้องการ
เพราะหากธนาคารกลางของไทยต้องดำเนินการตามความต้องการของฝ่ายการเมือง ย่อมทำลายความน่าเชื่อถือของธนาคารกลาง ที่ต้องรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจของประเทศให้มั่นคงในระยะยาว และอาจสร้างความร่ำรวยให้กับกลุ่มธุรกิจหรือกลุ่มบุคคลหนึ่งบุคคลใด
ทางกลุ่มไม่ได้เจาะจงตัวบุคคล ไม่ว่าจะเป็นนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง หรือนายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์
แต่เกรงว่าผู้ใดก็ตามที่มีความสัมพันธ์และคุณลักษณะดังกล่าว ย่อมเป็นที่ห่วงกังวล
และยิ่งถ้าผู้นั้นเป็นคนเก่งมีความสามารถสูง ก็ยิ่งสร้างความห่วงกังวลว่าอาจใช้ความเก่งความสามารถในการแทรกแซงครอบงำได้
ประการที่สอง มีข้อโต้แย้งว่าธนาคารแห่งประเทศไทยไม่ควรมีความเป็นอิสระจากการเมือง เนื่องจากเคยทำผิดพลาดมาก่อน เช่น ในวิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 จึงเป็นการสมควรที่รัฐบาลสามารถเข้าแทรกแซงได้
กลุ่มเศรษฐศาสตร์เพื่อสังคม ขอเรียนว่า การอ้างความผิดพลาดในอดีตเพื่อเข้าแทรกแซง ไม่เป็นเหตุและผลเพียงพอ
เพราะการแทรกแซงโดยภาคการเมือง อาจก่อให้เกิดได้ทั้งผลดีและผลเสีย ไม่ควรมองว่าเป็นผลดีอย่างเดียว
ในขณะที่ข้อมูลเชิงประจักษ์จากประสบการณ์ทั่วโลกแสดงว่า การแทรกแซงมักก่อให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดีอย่างเทียบไม่ได้
หลักการความเป็นอิสระของธนาคารกลางที่ยึดถือกันทั่วโลก จะนำมาซึ่งความน่าเชื่อถือของธนาคารกลาง ซึ่งหมายถึงความน่าเชื่อถือของการดำเนินนโยบายการเงินด้วย
หากธนาคารกลางไม่เป็นอิสระและถูกสั่งการได้โดยฝ่ายการเมืองการดำเนินนโยบายการเงินก็จะไม่เป็นที่น่าเชื่อถือ เพราะฝ่ายการเมืองมีปัจจัยแปรผัน กดดัน หรือจูงใจจำนวนมาก คาดเดาได้ยาก ความไม่แน่นอนจะเป็นผลเสียต่อระบบเศรษฐกิจเพราะก่อให้เกิดความเสี่ยงเชิงนโยบายที่กระทบภาคธุรกิจอย่างมาก
และที่สำคัญที่สุด หากความน่าเชื่อถือของนโยบายการเงินหมดไป ความสามารถที่จะรักษาเงินเฟ้อให้อยู่ในกรอบเป้าหมายก็จะหมดไปเช่นกันส่งผลให้เงินเฟ้ออาจทะยานสูงขึ้นและควบคุมยากเพราะนโยบายการเงินขาดความน่าเชื่อถือเสียแล้ว ซึ่งเป็นผลเสียต่อระบบเศรษฐกิจอย่างรุนแรง
ถ้าจะกล่าวโดยหลักการแล้ว ธนาคารกลางทั่วโลก รวมทั้งธนาคารแห่งประเทศไทย รวมถึงสถาบันทุกแห่งสามารถทำผิดพลาดได้ในบางครั้ง กระบวนการดำเนินนโยบายจะต้องเน้นให้ธนาคารกลางมีความรับผิดชอบต่อสาธารณะ ผ่านการดำเนินนโยบายการเงินที่โปร่งใสอธิบายได้ พร้อมรับฟังความเห็นจากทุกภาคส่วน และแก้ไขเมื่อพบข้อผิดพลาด ในเรื่องของความโปร่งใสธนาคารแห่งประเทศไทยได้ปรับปรุงระเบียบและแนวปฏิบัติภายหลังวิกฤตปี 2540 อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน เป็นธนาคารกลางที่ได้รับการประเมินในระดับที่ดีในระดับสากล
กลุ่มเศรษฐศาสตร์เพื่อสังคมและภาคส่วนต่างๆ ขอเรียกร้องอีกครั้งให้คณะกรรมการคัดเลือกทั้ง 7 ท่าน ดำเนินการพิจารณาคัดเลือกประธานและกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย โดยพิจารณาอย่างถ่องแท้ต่อคุณสมบัติที่เป็นหลักสากลของผู้บริหารระดับสูงของธนาคารกลางทั่วโลกต้องคำนึงถึงประโยชน์และเสถียรภาพเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว ปราศจากความเกรงใจและความสัมพันธ์ทางการเมือง
ยึดมั่นหลักการที่สังคมไทยในอดีตได้พยายามสร้างให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นสถาบันที่เป็นอิสระจากการครอบงำเพื่อหาผลประโยชน์ในระยะสั้นทางการเมือง”
4.ดร.วิรไท สันติประภพ อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย โพสต์เฟซบุ๊กให้ความเห็นน่าสนใจ
ระบุว่า
“ขอย้ำอีกครั้งนะครับ ว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของแบงก์ชาติแต่เป็นเรื่องอนาคตของชาติ
แคนดิเดตชื่ออะไรไม่สำคัญ แต่ถ้ามีประวัติเป็นคนการเมืองแบบแนบแน่น มีทัศนคติและวิธีคิดที่อยากแทรกแซงการทำงานของธนาคารกลางเพื่อตอบโจทย์การเมือง ก็ไม่สมควรครับ
ถ้าเรายอมให้ฝ่ายการเมืองส่งคนการเมืองเข้ามาครอบงำแบงก์ชาติได้โดยง่าย จะเป็นอันตรายยิ่งต่อการรักษาเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจไทย
ทำลายความน่าเชื่อถือของธนาคารกลาง
และทำลายหน่วยงานหลักทางเศรษฐกิจของประเทศให้อ่อนแอ จนไม่เหลือสักหน่วยงานเดียวที่จะทัดทานนโยบายเศรษฐกิจที่ไม่ถูกไม่ควรได้
ต่อไป เราคงเห็นนโยบายประชานิยมแบบปลายเปิดเต็มไปหมด
ไม่มีใครสนใจวินัยการเงินการคลัง
มีแต่นโยบายที่หวังผลประโยชน์ระยะสั้น เพื่อตอบโจทย์การเมืองเป็นหลัก
ในอนาคต นโยบายการเงินและนโยบายสถาบันการเงินก็อาจจะถูกทำให้กลายพันธุ์เป็นนโยบายประชานิยมไปด้วยก็ได้ครับ
ร่วมด้วยช่วยกันป้องกันอย่าให้การเมืองเข้ามาครอบงำแบงก์ชาติได้โดยง่ายครับ”
5.ติดตามว่า ฝ่ายการเมืองในรัฐบาล จะยังคงพยายามตีเมืองขึ้นแบงก์ชาติต่อไป หรือล่าเมืองขึ้นแบงก์ชาติ เพื่อล่าขุมทรัพย์อะไรบ้าง?
และหากประธานบอร์ดแบงก์ชาติ เป็นใครก็ตาม จะเข้าไปแทรกแซงนโยบายการเงิน รวมถึงการบริหารจัดการทุนสำรองระหว่างประเทศของประเทศแค่ไหน? อย่างไร?
นี่คือหลักประกันความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ แต่จะกลายเป็นขุมทรัพย์ของฝ่ายการเมืองที่หิวโหย หรือไม่?
สารส้ม

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี