วันเสาร์ ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / บทบรรณาธิการ
บทบรรณาธิการ

บทบรรณาธิการ

วันอังคาร ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.
วิกฤตฝุ่นควัน PM2.5 ที่ไม่มีวันจบ

ดูทั้งหมด

  •  

ช่วงปลายเดือนมกราคมถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์ สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลสูงเกินค่ามาตรฐาน ดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) เฉลี่ยพุ่งสูงถึงระดับที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและการดำเนินชีวิตประจำวันของประชาชนทั่วไป นำไปสู่กระแสเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน ทำให้รัฐบาลต้องประกาศมาตรการระยะสั้น เช่น เปิดให้ประชาชนนั่งรถไฟฟ้าทุกสายและรถเมล์ ขสมก. ฟรี รวมถึงขอความร่วมมือให้หน่วยงานภาครัฐและเอกชนอนุญาตให้พนักงานทำงานจากที่บ้าน (WFH) เพื่อช่วยลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว รณรงค์ให้ประชาชนสวมหน้ากากกันฝุ่น เพื่อแก้ไขสถานการณ์วิกฤตแต่มาตรการเหล่านี้แม้ช่วยบรรเทาสถานการณ์ในระยะสั้น แต่ไม่ได้เป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุแต่อย่างใด

ทั้งที่ในความเป็นจริง ปัญหาฝุ่นควันนี้ยังคงอยู่และส่งผลกระทบต่อพื้นที่อื่น เช่น ภาคเหนือ ที่ต้องเผชิญกับหมอกควันจากไฟป่าและการเผาพื้นที่เกษตรกรรม และที่สำคัญไปกว่านั้น ฝุ่น PM2.5 นี้เป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมและสาธารณสุขที่เกิดซ้ำซากในทุกปีโดยเฉพาะในช่วงเดือนธันวาคม - กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นช่วงที่บรรยากาศลมสงบนิ่ง ฝุ่นละอองไม่สามารถลอยตัวขึ้นสู่อากาศหรือเคลื่อนที่ไปไหนได้ฝุ่นละอองเหล่านั้นจึงลอยค้างอยู่ในชั้นบรรยากาศนานขึ้น ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ ต้องเผชิญกับฝุ่นควันพิษ ได้รับผลกระทบต่อสุขภาพซ้ำแล้วซ้ำแล้วโดยไม่มีวันจบสิ้น วนเวียนเช่นนี้ทุกปี


ทว่า เมื่อเวลาผ่านไป ค่าฝุ่นค่อยๆ ลดลงตามธรรมชาติ ความสนใจของสังคม สื่อ และภาครัฐก็ค่อยๆ จางหายไม่เข้มข้นเท่าตอนที่ฝุ่นปกคลุมพื้นที่จนเกิดวิกฤต เสมือนว่าการแก้ปัญหาเรื่องนี้เป็นเพียงกระแสที่กระตุ้นให้สังคมและภาครัฐตื่นตัวให้หาทางแก้ไข มากกว่าการดำเนินนโยบายที่จริงจังและต่อเนื่อง ทำให้ทุกวันนี้ประเทศไทยยังไม่มีทางออกที่เหมาะสมที่จะป้องกันและแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืน

หลายประเทศที่เคยเผชิญปัญหามลพิษทางอากาศอย่างรุนแรงสามารถพลิกสถานการณ์ได้ด้วยมาตรการที่เป็นระบบและต่อเนื่อง เช่น ปักกิ่ง ประเทศจีนที่เคยมีปัญหาหมอกพิษรุนแรง รัฐบาลได้ใช้มาตรการระยะยาว โดยการควบคุมการเผาถ่านหิน และลดการใช้ยานพาหนะที่ปล่อยมลพิษ และส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด ทำให้ค่าฝุ่น PM2.5 ในปักกิ่งลดลงกว่า 50% ภายใน 10 ปี

ในขณะที่ประเทศไทย แม้รัฐบาลจะมีแนวทางในการควบคุมแหล่งกำเนิดมลพิษ เช่น การห้ามการเผาในที่โล่งทั้งในภาคเกษตรและอุตสาหกรรม สร้างจิตสำนึก รณรงค์การใช้รถสาธารณะ แต่หากดำเนินการเพียงเพื่อรองรับกระแสสังคมโดยไม่มีความต่อเนื่อง ก็ไม่อาจสร้างความเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงได้

นอกจากนี้ อีกประเด็นที่ต้องยอมรับคือพฤติกรรมของประชาชนเองก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ปัญหาฝุ่นในประเทศยังคงเรื้อรังและรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
โดยเฉพาะเรื่องการใช้รถส่วนตัว เพราะสะดวกกว่า ขณะที่ระบบขนส่งสาธารณะยังไม่ทั่วถึงและมีค่าใช้จ่ายสูง และการเผาตอซังข้าวและพืชไร่ ซึ่งเป็นวิธีที่สะดวกและประหยัดที่สุด การบังคับใช้กฎหมายจึงยังไม่ได้ผลเต็มที่เพราะเกษตรกรมองว่าไม่มีทางเลือกอื่นที่คุ้มค่ากว่า

การแก้ปัญหาฝุ่นควันพิษอย่างยั่งยืนจึงไม่ใช่แค่การบังคับใช้กฎหมายหรือออกมาตรการระยะสั้นเพื่อบรรเทาสถานการณ์ แต่ต้องมาพร้อมกับการสร้างระบบที่จะกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนพฤติกรรมของประชาชนร่วมกับการรณรงค์ให้ประชาชนเห็นถึงผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์ที่จะเกิดกับตัวเองในระยะยาว ถือเป็นโจทย์ที่ท้าทายของรัฐบาลว่าจะทำอย่างไรให้สามารถผสาน “การบังคับใช้กฎหมาย” เข้ากับ “การสร้างทางเลือกที่คุ้มค่า” สำหรับประชาชน การแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ก็จะไม่ใช่การออกมาตรการตามกระแสอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนสำหรับประเทศ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
10:58 น. กองทัพเรือเตือน ทุ่นระเบิด โผล่อ่าวเปอร์เซีย แนะเรือไทยหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงสูง
10:44 น. ซาบีดาเปิดงานสี่เผ่าไท ชู Soft Power วัฒนธรรมกระตุ้นเศรษฐกิจปี 69 ปั้นเมืองรองผงาดสู่เมืองหลัก
10:26 น. รพ.ราชวิถี ประกาศความสำเร็จ ใช้หุ่นยนต์ผ่าตัดตับอ่อน ผู้ป่วยเด็ก12ปี อายุน้อยที่สุดในไทย
10:25 น. ชัยวุฒิ เตือน รัฐบาล รับมือ วิกฤตซ้อนวิกฤต พลังงานพุ่ง รายได้หด
10:13 น. มั่นใจน้ำมันไม่ขาดแคลน กลุ่มโรงกลั่นฯ ชู 4 กลยุทธ์จัดการน้ำมันดิบในประเทศ
ดูทั้งหมด
ส่องประวัติ นนนี่ ณัฐชา นางเอกช่องดัง ภรรยา แอ็คมี่ นักธุรกิจหมื่นล้าน
‘อ็อด-ภิญโญ’หล่อเป๊ะในวัย81 ร่วมแสดงความยินดีหลานสาว ‘เซย่า’เรียนจบปริญญา
เปิดประวัติร้อน แอ็คมี่ วรวัฒน์ CEO หมื่นล้าน สามีนางเอกช่องดัง โปรไฟล์ไม่ธรรมดา
หวนจับไมค์‘ปุ๊กกี้ ปริศนา’ ขึ้นเวทีร้องเพลง ‘เสก โลโซ’ร่วมแจมดีดกีตาร์
ดราม่าสนั่นโซเซียล ความหล่อขัดใจ Mister Universe Thailand ไม่สมมง
ดูทั้งหมด
ให้รัฐราชการเล็กลง (Smaller Government)
ยุติสงคราม?
แวดวงการเงิน : 14 มีนาคม 2569
หุ้นเด่น : 14 มีนาคม 2569
บุคคลแนวหน้า : 14 มีนาคม 2569
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

กองทัพเรือเตือน ทุ่นระเบิด โผล่อ่าวเปอร์เซีย แนะเรือไทยหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงสูง

ชัยวุฒิ เตือน รัฐบาล รับมือ วิกฤตซ้อนวิกฤต พลังงานพุ่ง รายได้หด

มั่นใจน้ำมันไม่ขาดแคลน กลุ่มโรงกลั่นฯ ชู 4 กลยุทธ์จัดการน้ำมันดิบในประเทศ

สกัดจับกระบะตู้ทึบ ยึดยาบ้า 2 ล้านเม็ด ซุกใต้กองกระเทียมหวังกลบกลิ่นกลางด่าน

หนุ่มใหญ่เมาแล้วขับ อ้างวูบพุ่งชนรถเก๋ง ผจก.บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ เจ็บสาหัส

โซเชียลระอุ สาวแจ้งไฟป่าริมทาง เจอ จนท.ปัดสายให้โทรเอง ลั่น! ควรจบที่สายเดียวไหม?

  • Breaking News
  • กองทัพเรือเตือน ทุ่นระเบิด โผล่อ่าวเปอร์เซีย แนะเรือไทยหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงสูง กองทัพเรือเตือน ทุ่นระเบิด โผล่อ่าวเปอร์เซีย แนะเรือไทยหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงสูง
  • ซาบีดาเปิดงานสี่เผ่าไท ชู Soft Power วัฒนธรรมกระตุ้นเศรษฐกิจปี 69 ปั้นเมืองรองผงาดสู่เมืองหลัก ซาบีดาเปิดงานสี่เผ่าไท ชู Soft Power วัฒนธรรมกระตุ้นเศรษฐกิจปี 69 ปั้นเมืองรองผงาดสู่เมืองหลัก
  • รพ.ราชวิถี ประกาศความสำเร็จ ใช้หุ่นยนต์ผ่าตัดตับอ่อน ผู้ป่วยเด็ก12ปี อายุน้อยที่สุดในไทย รพ.ราชวิถี ประกาศความสำเร็จ ใช้หุ่นยนต์ผ่าตัดตับอ่อน ผู้ป่วยเด็ก12ปี อายุน้อยที่สุดในไทย
  • ชัยวุฒิ เตือน รัฐบาล รับมือ วิกฤตซ้อนวิกฤต พลังงานพุ่ง รายได้หด ชัยวุฒิ เตือน รัฐบาล รับมือ วิกฤตซ้อนวิกฤต พลังงานพุ่ง รายได้หด
  • มั่นใจน้ำมันไม่ขาดแคลน กลุ่มโรงกลั่นฯ ชู 4 กลยุทธ์จัดการน้ำมันดิบในประเทศ มั่นใจน้ำมันไม่ขาดแคลน กลุ่มโรงกลั่นฯ ชู 4 กลยุทธ์จัดการน้ำมันดิบในประเทศ
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

ยกเลิกงบอาหาร สส.-สว.  เรื่องดีๆ ที่ทำได้เลย

ยกเลิกงบอาหาร สส.-สว. เรื่องดีๆ ที่ทำได้เลย

14 มี.ค. 2569

ห่วงโซ่แห่งสงคราม

ห่วงโซ่แห่งสงคราม

13 มี.ค. 2569

ประหยัดพลังงานสู้วิกฤต  เรื่องที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกัน

ประหยัดพลังงานสู้วิกฤต เรื่องที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกัน

12 มี.ค. 2569

ตัดท่อน้ำเลี้ยงทุนเทามาเฟีย

ตัดท่อน้ำเลี้ยงทุนเทามาเฟีย

11 มี.ค. 2569

‘ศบก.’อย่าเผลอเด็ดขาด

‘ศบก.’อย่าเผลอเด็ดขาด

10 มี.ค. 2569

4สัปดาห์ชี้ชะตาโลก

4สัปดาห์ชี้ชะตาโลก

9 มี.ค. 2569

จาก “วัคซีนโควิด”  ถึง “น้ำมันสำรอง” พิษของการ “ปั่นกระแส”ที่วนกลับมาอีกครั้ง

จาก “วัคซีนโควิด” ถึง “น้ำมันสำรอง” พิษของการ “ปั่นกระแส”ที่วนกลับมาอีกครั้ง

7 มี.ค. 2569

ช่องแคบบนแผลกว้าง

ช่องแคบบนแผลกว้าง

6 มี.ค. 2569

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved