วันจันทร์ ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2569
การยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลของพรรคฝ่ายค้านโดย“ล็อคเป้า”เฉพาะ“มาดามแพทองโพย”เพียงคนเดียวนั้น เป็นเรื่องที่ชวนให้น่าขบคิดว่าอาจจะเป็น“การสมคบคิด”ระหว่างพรรคเพื่อไทยการละคร กับพรรคประชาชนการละครที่ช่วยกันเขียนบทเพื่อมิให้มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจเกิดขึ้นในสมัยประชุมนี้หรือไม่
เพราะจนถึงวันนี้ พรรคประชาชนในฐานะที่เป็นแกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรยังยืนยันที่จะไม่ตัดชื่ออดีตนักโทษเด็ดขาดชายทักษิณ ชินวัตรออกจากญัตติการขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ“มาดามแพทองโพย” ตามที่นายวันมูหะมัดนอร์ มะทาได้ทำหนังสือไปถึงฝ่ายค้านขอให้ตัดชื่อทักษิณออกจากญัตติ โดยอ้างว่าทักษิณเป็นบุคคลภายนอกหากบรรจุญัตติไปแล้วจะมีปัญหาเรื่องฟ้องร้องกันขึ้นมาได้
ย้อนกลับไปดูไทม์ไลน์เพื่อลำดับเหตุการณ์เป็นดังนี้, วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2568 พรรคร่วมฝ่ายค้านนำโดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อหัวหน้าพรรคประชาชนในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151ต่อนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร โดย“ล็อคเป้า”เฉพาะนายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียว
ญัตติที่ยื่นขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วาง“มาดามแพทองโพย” โดยมี สส.จาก 4 พรรคร่วมฝ่ายค้าน คือพรรคประชาชน, พรรคพลังประชารัฐ, พรรคไทยสร้างไทย และพรรคเป็นธรรม ลงชื่อ 166 คน นั้นระบุว่า “แพทองธาร ชินวัตร”เป็นผู้มีพฤติการณ์อันไม่อาจไว้วางใจให้บริหารราชการแผ่นดินในฐานะนายกรัฐมนตรีได้อีกต่อไป
โดยฝ่ายค้านเห็นว่า “มาดามแพทองโพย”ขาดภาวะผู้นำ, ขาดวุฒิภาวะ, ขาดความรู้ความสามารถและขาดเจตจำนงในการบริหารราชการแผ่นดินที่จะแก้ปัญหาให้แก่ประเทศชาติและประชาชนซึ่งส่งผลให้ทำลายภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของประเทศชาติ
สำคัญที่สุด ฝ่ายค้านระบุไว้ในญัตติว่า “มาดามแพทองโพย”จงใจลอยตัวอยู่เหนือปัญหาและไม่มีความรับผิดชอบต่อตำแหน่งหน้าที่ เพียงเพราะเห็นแก่ผลประโยชน์ของตนเอง บิดา ครอบครัวและพวกพ้องเป็นตัวตั้ง อยู่เหนือผลประโยชน์ของส่วนรวม
อีกทั้ง “มาดามแพทองโพย”ยังไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ มีพฤติการณ์เอาเปรียบประชาชนเอาเปรียบสังคม โกหกหลอกลวง ไม่ดำเนินการตามนโยบายที่ให้สัญญาไว้กับประชาชนเป็นนั่งร้านช่วยเหลือต่างตอบแทนกลุ่มบุคคลที่เป็นปฏิปักษ์ต่อระบอบประชาธิปไตย และนอกจากนั้นยังบริหารบ้านเมืองผิดพลาด-ล้มเหลวอย่างร้ายแรง ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมรวมทั้งยังทำลายหลักนิติรัฐ ทำลายระบอบประชาธิปไตย และระบบรัฐสภา
อย่างไรก็ตาม ที่เป็นปัญหาอันอาจจะเหมือนมวยล้มต้มคนดู ดังที่ได้กล่าวไว้ตอนต้นว่าเรื่องนี้ชวนให้น่าขบคิดว่า เป็น“การสมคบคิด”ระหว่างพรรคเพื่อไทยการละครกับพรรคประชาชนการละครช่วยกันเขียนบทเพื่อทำให้ไม่สามารถเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจในสมัยประชุมนี้ได้นั้น
ญัตติของพรรคร่วมฝ่ายค้านเขียนระบุชื่อ“ทักษิณ ชินวัตร” ซึ่งเป็น“คนนอก”ไว้อย่างนี้
“มาดามแพทองโพย”สมัครใจยินยอมให้นายทักษิณ ชินวัตร ผู้เป็นบิดา“ชี้นำ-ชักใย”ให้กระทำการหรืองดเว้นกระทำการอันเป็นเรื่องสำคัญของชาติบ้านเมืองประพฤติตนเป็นเสมือนนายกรัฐมนตรี“หุ่นเชิด”โดยมีบิดาเป็นนายกรัฐมนตรีตัวจริงที่ไม่ต้องรับผิดชอบต่อการใช้อำนาจ
ตรงจุดที่กล่าวถึง“ทักษิณ ชินวัตร”นี้เอง นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ที่ในอดีตเคยเป็นกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย และเป็นหนึ่งใน“บ้านเลขที่ 111”ซึ่งถูกเพิกถอนสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี กรณีพรรคไทยรักไทยถูกยุบพรรคในปี 2550 พิจารณาเห็นว่าการระบุรายชื่อบุคคลภายนอกในเนื้อหาญัตติ อาจทำให้บุคคลภายนอกได้รับความเสียหายเนื่องจากไม่สามารถชี้แจงในที่ประชุมสภาฯได้ และจะมีปัญหาเรื่องการฟ้องร้องตามมาจึงมีหนังสือแจ้งไปยังนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้าน เมื่อวันที่ 7 มีนาคมที่ผ่านมาขอให้แก้ไขโดยตัดชื่อทักษิณออกจากเนื้อหาญัตติด้วยการอ้างว่าเป็นไปตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2562 ข้อ 176
ทั้งนี้ ข้อบังคับการประชุมสภาฯข้อที่ 176 ระบุว่า เมื่อประธานสภาฯได้รับญัตติ แล้ว ให้ทำการตรวจสอบหากมีข้อบกพร่อง ให้ประธานสภาฯแจ้งผู้เสนอทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับญัตติเมื่อประธานสภาฯได้ตรวจสอบความถูกต้องของญัตติแล้ว ให้บรรจุเข้าระเบียบวาระการประชุมเป็นเรื่องด่วนและแจ้งให้นายกรัฐมนตรีทราบ
ประเด็นนี้ก็มีข้อถกเถียงอีกเช่นกัน ซึ่งเป็นช่องให้ฝ่ายค้านยืนยันที่จะไม่ตัดชื่อ“ทักษิณ ชินวัตร”ออกจากญัตติเพราะนายวันนอร์รับญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ“มาดามแพทองโพย”จากฝ่ายค้านเมื่อวันที่ 27กุมภาพันธ์ แต่มีหนังสือแจ้งให้แก้ไขญัตติในวันที่ 7 มีนาคมรวมเวลาแล้วเกินเจ็ดวันตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ
เรื่องนี้อันที่จริงง่ายนิดเดียว ถ้าหากฝ่ายค้านคือพรรคประชาชนไม่ได้สมคบคิดกับพรรคเพื่อไทยก็ยอมตัดชื่อ“ทักษิณ ชินวัตร”ออกจากญัตติ เพราะเมื่อถึงวันเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจก็สามารถอภิปรายโยงเรื่องราวระหว่าง“มาดามแพทองโพย”กับบิดาในฐานะผู้“ชี้นำ-ชักใย”ให้เห็นที่มาที่ไปได้ ไม่เอ่ยชื่อทักษิณก็ไม่เห็นจะเป็นอุปสรรคด้วยเหตุที่“เป้าล็อค”อยู่ที่“มาดามแพทองโพย” ไม่ใช่ทักษิณ
ถ้าฝ่ายค้านหวังจะให้นายวันนอร์ยอมบรรจุญัตติไว้ในระเบียวาระการประชุม โดยไม่ต้องตัดชื่อ“ทักษิณ ชินวัตร”ที่เคยเป็น“นายใหญ่”นายวันนอร์ เมื่อครั้งเป็น สส.พรรคไทยรักไทยและเคยเป็นรัฐมนตรีภายใต้การกำกับดูแลของทักษิณสมัยเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น พูดได้คำเดียวว่า“ยากส์”
สุดท้ายหากฝ่ายค้านยังยืนกรานไม่ลบชื่อ“ทักษิณ ชินวัตร”นายวันนอร์ก็จะใช้อำนาจประธานสภาฯไม่บรรจุระเบียบวาระ ดังที่ได้กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ว่า“ถ้าเขาอยากจะอภิปรายเขาก็ต้องแก้ญัตติ ถ้าเขาไม่แก้เราก็ไม่บรรจุซึ่งผมก็ต้องดำเนินการไปตามข้อบังคับ”
อดใจรอดูอีกแป๊บ ก็คงได้รู้ว่า พรรคเพื่อไทยการละคร กับพรรคประชาชนการละครร่วมกันเขียนบทละครการเมืองน้ำเน่าเรื่อง-“ล็อคเป้ามาดามแพทองโพย”จริงหรือไม่ ?!
รุ่งเรือง ปรีชากุล

สว.นันทนา ฟาดแรง! ลั่นปิดจบคดีฮั้วสว.โดยไร้คนผิด คือจุดล่มสลายของความยุติธรรมไทย
ชาวนาบุรีรัมย์ ไถนาไปปาดเหงื่อไป กังวลน้ำมันแพง กระทบต้นทุนสูง
นักท่องเที่ยวตื่นตา ฝูงโลมาปากขวด ว่ายโชว์ตัวกลางทะเลใกล้เกาะตาชัย
เซ่นวิกฤติน้ำมัน! วัดดังนครพนม ประกาศงดรับเผาศพ
ยิปซีพยากรณ์ดวงรายวัน ประจำวันจันทร์ 16 มีนาคม 2569

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี