วันพฤหัสบดี ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ปัญหาคนขี้โกงคนชั่วซึ่งถือว่าเป็นปัญหาของสังคมนั้น ทำอย่างไรก็ไม่หมดไปจากโลกเสียที เมื่อมี“บักแม้ว”ได้ก็ต้องมี“ทิดแย้ม”ได้เช่นเดียวกัน เพราะกิเลสตัณหาเป็นของที่ติดมากับสันดานเดิมของคน กว่าจะเป็นผู้เป็นคนหรือเป็นมนุษย์ได้ก็ต้องฝึกและขัดเกลาจิตวิญญาณของตน ซึ่งจะสำเร็จเป็นมรรคเป็นผลได้แค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับความมุ่งมั่นและศรัทธาของบุคคลผู้นั้น
ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต) เจ้าอาวาสวัดญาณเวศกวัน เคยเทศนาไว้ ท่านว่ากิเลสใหญ่ชุดสำคัญที่บงการบทบาทของคนตามหลักพุทธศาสนานั้น อยู่ในกลุ่มที่มีจำนวน 3 คือ ตัณหา, มานะ และทิฏฐิ
ท่านเทศนาเป็นข้อคิดเอาไว้ว่า “ในพระพุทธศาสนานี้ เรามักจัดอะไรๆ เป็นชุดๆ กิเลสอีกชุดหนึ่งก็คือ รากเหง้าของอกุศล หรือรากเหง้าของความชั่ว ซึ่งมี 3 เหมือนกัน คือ โลภะ โทสะ โมหะ หรือ โลภ โกรธ หลง เรียกว่าเป็นอกุศลมูล เรามักมองกันแต่กิเลสชุดรากเหง้านี้ ไม่ค่อยมองไปถึงกิเลสชุดที่เป็นตัวกำกับบทบาทของคน ซึ่งก็มี 3 เหมือนกัน กิเลสตัวกำกับบทบาทของคนชุดที่ว่าก็คือ ตัณหา, มานะ และทิฏฐิ”
แปลความได้ว่า ตัณหา คือ ความอยาก ความเห็นแก่ตัว ความอยากจะได้ อยากจะเอาเพื่อตัว,. ความมานะ คือ ความต้องการให้ตัวเด่น อยากยิ่งใหญ่ ความสำคัญตน หรือถือตนสำคัญ และทิฏฐิ คือ ความถือรั้นในความเห็นของตน ยึดติดในความเห็น เอาความเห็นเป็นความจริง
อย่างไรก็ดี กิเลสใหญ่ทั้ง 3 ตัวนี้ ไปดูอาเถอะ มีอยู่ครบบริบูณณ์ ทั้ง“บักแม้ว”และ“ทิดแย้ม” ที่กำลังเป็นข่าวหน้าหนึ่งอยู่ในเวลานี้
“ทิดแย้ม”ซึ่งสื่อให้ความสำคัญมากกว่าข่าว“บักแม้ว” จนกลายเป็นข่าวครึกโครมรายวันให้สื่อละเลงขายกันได้ในเวลานี้นั้น ถือว่า“เป็นบาป”หนักกว่า“บักแม้ว” เพราะสิ่งที่“ทิดแย้ม”ผู้มีระดับเป็นถึงสมภารประพฤติปฏิบัติในระหว่างที่ตนเป็นนักบวชนุ่งเหลืองห่มเหลือง ได้ละเมิดพระวินัยหรือ“ศีล 227”ข้อ ที่พระพุทธเจ้าทรงวางไว้เป็นข้อกำหนด เพื่อจะทำให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อยในหมู่คณะสงฆ์
ส่วน“บักแม้ว”ไม่ใช่นักบวช เป็นปุถุชนที่ยังมีกิเลสหนา และมีแค่ศีล 5 คอยกำกับ ซึ่งละเมิดศีล 5 ไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าละเมิดกฎหมายบ้านเมืองเมื่อใด ไม่ว่าจะละเมิดบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ หรือประมวลกฎหมายอาญา หากถูกจับได้ไล่ทัน สุดท้ายก็คือต้องติดคุก
แต่จะอะไรก็ตามที ในหลักพระพุทธศาสนานั้น ใครที่ก่อบาปก่อกรรมไว้ เคราะห์กรรมจะตกแก่ตัวผู้นั้นเอง อย่างเช่นนักบวชที่เป็นพระภิกษุสงฆ์ หากไปทำ“อาบัติปราชิก” ผ้าเหลืองที่เป็นเครื่องนุ่มห่ม เช่น จีวร สบง อังสะ รวมทั้งรัดประคด ก็มิได้แปดเปื้อนไปด้วย หรือแม้แต่หลักธรรมคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็หาได้เสื่อมลงแต่อย่างใดไม่
กรณีของ“ทิดแย้ม”จึงตกอยู่แค่ตัวของทิดแย้มเอง งานนี้จึงทั้งถูกจับสึก และถูกจับดำเนินคดีอาญา ซึ่งถูกจับสึกถือว่าเป็นโทษสูงสุดของพระภิกษุสงฆ์ เนื่องจากทิดแย้มแกล่วงละเมิดสิกขาบท อันเป็น“อาบัติปราชิก” ที่มีอยู่ 4 ข้อ คือ ห้ามเสพเมถุน, ห้ามถือเอาทรัพย์ที่เจ้าของไม่ได้ให้มาเป็นของตน, ห้ามจงใจพรากกายมนุษย์จากชีวิต (ฆ่าคน) และห้ามอวดอุตริมนุสธรรม หรือห้ามอวดรู้อวดเก่ง ทำนองว่า“เรารู้อย่างนี้-เราเห็นอย่างนี้” ประเภทเข้าใจผิดหลงตนเองว่าเป็นพระศาสดา
อดีพระธรรมวชิรานุวัตร หรือนายแย้ม อินทร์กรุงเก่า อายุกำลังจะครบ 70 ปีในวันที่ 27 มิถุนายนเดือนหน้า ซึ่งเป็นอดีตเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง จังหวัดนครปฐม อีกทั้งยังเป็นพระราชาคณะชั้นธรรม, เป็นรองแม่กองธรรมสนามหลวง และเป็นอดีตเจ้าคณะภาค 14 ต้องถูกจับสึกเนื่องจาก“อาบัติปราชิก” 2 ข้อ เพราะนอกจากจะเบียดบังเอาทรัพย์ที่เจ้าของไม่ได้ให้มาเป็นของตนแล้ว ก็ยังเสพเมถุนกับนางสาวอรัญญาวรรณ วังทะพันธ์ หรือ“สีกาเก็น”อายุ 28 ปี โบรกเกอร์เว็บพนันออนไลน์ ที่สื่อรายงานว่า“แทะโลม”กันมาตั้งแต่ปี 2563 ด้วยอีกหนึ่งข้อ
ส่วนคดีอาญาที่ทำให้คอตกต้องเดินเข้าคุกตั้งแต่เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคมนั้น “ทิดแย้ม”แกมีความผิดฐานกระทำการทุจริตยักยอกเงินจากบัญชีธนาคารของวัดโอนเข้าบัญชีธนาคารส่วนตัว เพื่อนำไปเล่นพนันออนไลน์ที่มีเส้นเงินมากกว่า 300 ล้านบาท ขณะที่ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง
ทั้งนี้ ตำรวจซึ่งเป็นเจ้าพนักงานสอบสวนตั้งข้อหา“ทิดแย้ม”ในฐานะผู้ต้องหาที่ 1 ว่า “เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือเป็นของบุคคลอื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่น เอาทรัพย์นั้นเสีย, เป็นเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่ง หรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต” และ“สีกาเก็น”สีกาคนสนิท ต้องตกเป็นผู้ต้องหาคนที่ 2 ในคดีเดียวกันฐานเป็นผู้สนับสนุน“ทิดแย้ม”กระทำความผิด โดยพบว่ายอดเงินที่ถูกเบียดบังจากคดีที่เกิดขึ้นรวมแล้วมีจำนวนกว่า 847 ล้านบาท
คดี“ยักยอกเงินวัด”นี้ นอกจาก“ทิดแย้ม” และ“สีกาเก็น”แล้ว ก็ยังมีนายเอกพจน์ ภูฆัง วัย 25 ปี หรือ“อดีตมหาเอกพจน์” ซึ่งเป็นอดีตพระลูกวัดที่เป็นพระคนสนิทของ“ทิดแย้ม”เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ในฐานะตัวกลางที่โอนเงินจาก“ทิดแย้ม”ไปยัง“สีกาเก็น” โดยผู้สื่อข่าวถามอดีตมหาเอกพจน์”ว่า “ตอนนี้ยังนับถือทิดแย้มอยู่หรือไม่” มหาเอกพจน์ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญาในคดีการพนันและได้ลาสิขาไปก่อนหน้านี้, ตอบแบบไม่อ้ำอึ้งและไม่ต้องหยุดคิดว่า “ก็ต้องตัวใครตัวมันครับ”
วกกลับไปดูกรณีของ“บักแม้ว” เมื่อไม่ได้บวชเป็นบรรพชิตหรือเป็นพระภิกษุสงฆ์เหมือน“ทิดแย้ม” เพียงเป็นแค่ฆราวาสผู้นับถือศาสานาพุทธ มีศีลกำกับอยู่ 5 ข้อ เมื่อถูกจับได้ไล่ทันว่าทุจริตประพฤติมิชอบต่อหน้าหน้าที่ เบียดบังทรัพย์สมบัติและงบประมาณของแผ่นดินไปเข้ากระเป๋าตนเอง ก็แค่ถูกดำเนินดคีตามกฎหมายของบ้านเมืองเท่านั้น ไม่ต้องถูกจับสึกเช่น“ทิดแย้ม”
“บักแม้ว”โชคดีกว่า“ทิดแย้ม” พอถูกดำเนินคดีก็หนี และมีข้าทาสคนสนิทที่ทอดตัวรับใช้ขณะมีอำนาจยังยอมสวามิภักดิ์ ต่างจาก“ทิดแย้ม” ยังไม่ทันไร “ทิดเอกพจน์”อดีตพระคนสนิทก็ชิ่งเอาตัวรอดบอก“ตัวใครตัวมัน”ทันที ดังนั้น เมื่อ“บักแม้ว”หนีคดีหนีโทษไปเป็นสัมภเวสีอยู่ในต่างแดน จึงไม่มีใครกล้าไปจับตัวมาเนินคดี ปล่อยให้หนีลอยนวลบินโฉบไปโฉบมาด้วยเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวแถวประเทศเพื่อนบ้านรอบๆ ประเทศไทยกว่า 15 ปี ก่อนจะขอกลับเข้ามารับโทษ แล้วก็“โกงการติดคุก”ต่อ โดยมีข้าทาสบริวารสังกัดส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเป็นผู้เอื้อประโยชน์
แต่เพราะด้วยเหตุที่“บักแม้ว” ถ้าเป็นบรรพชิตก็ต้องบอกว่า“อวดอุตริมนุสธรรม” หลงเงาคิดว่าตนเองมีอำนาจคับฟ้า จึงเดินสะดุดขาตนเอง และส่งผลให้เวลานี้อาจจะต้องกลับเข้าไปติดคุกจริงๆ อีกรอบ ส่วนบรรดาข้าทาสบริวารที่ยอมทอดตัวรับใช้ก็เห็นทีว่าจะไม่รอดคุกด้วยเช่นกัน
อดใจรอดูนับจากนี้ไปอีกไม่ถึง 15 วัน ว่า“คุณสมศักดิ์”แกจะดิ้นอย่างไร หลังจากตั้ง“10 ขุนพล”ขึ้นมาคุ้ยมติแพทยสภา. เพราะคุณ“คุณสมศักดิ์”แกใจไม่เด็ดเหมือนอดีตมหาเอกพจน์ ที่จะกล้าพูดว่า-“ก็ต้องตัวใครตัวมันครับนายใหญ่” !
รุ่งเรือง ปรีชากุล

ก่อแก้ว อวดภาพเซลฟี่ ทักษิณ ครั้งแรก หลังได้รับอิสรภาพ เผยนายใหญ่บอกจะอยู่อีก 40 ปี
ธรรมศาสตร์ คว้าอันดับ 1 ของโลก มหาวิทยาลัยยั่งยืนด้านความยุติธรรม
ยิปซีพยากรณ์ดวงรายวัน ประจำวันพฤหัสบดี 25 มิถุนายน 2569
นักแสดง คนข่าว 7HD ร่วมรณรงค์ชวนคนกรุงเทพฯ ใช้สิทธิเลือกตั้ง
ภาวุธ โผล่เปิดใจครั้งแรก! ยันไม่เกี่ยว Forex ไม่เคยชวนคนเล่น ไม่หนี ไม่ลาออก รอแจงดีเอสไอ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี