วันจันทร์ ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ดาโต๊ะ ซรี อันวาร์ บิน อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เป็นสักขีพยานในการลงนามฟื้นสัมพันธ์อันดีระหว่าง อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทย ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ในช่วงหนึ่งของการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 47 และประเทศคู่เจรจาอีกหลายชาติ ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย สาระสำคัญในการลงนาม เพื่อลดความขัดแย้ง ความตึงเครียด ในชายแดนไทย-เขมร คือ 2 ฝ่าย ต้องถอนอาวุธหนักออกจากพื้นที่ ร่วมกันกู้ระเบิด และร่วมกันปราบสแกมเมอร์ โดยมีผู้สังเกตการณ์คอยตรวจสอบ
ข้อตกลงดังกล่าวเริ่มนำไปสู่การปฏิบัติ เมื่อมีการประชุมฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการประสานงานชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC) เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ระหว่าง กองทัพภาคที่ 2 (ทภ.2) ของไทย กับภูมิภาคทหารที่ 4 ของกัมพูชา ฝ่ายไทย นำโดย พล.ต.กัมปนาท วาพันสุ เสนาธิการกองทัพภาคที่ 2 เลขาฯ RBC ฝ่ายไทย และฝ่ายกัมพูชา นำโดย พลจัตวานิดณารง รองเสนาธิการ ภูมิภาคทหารที่ 4 เลขาฯ RBC ฝ่ายกัมพูชา เพื่อหารือแผนปฏิบัติการ (action plan) ปรับกำลังและถอนอาวุธหนัก ตามผลการประชุม คณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา(GBC) สมัยพิเศษ ครั้งที่ 2 ผลการประชุมที่สำคัญ ดังนี้
ทั้ง 2 ฝ่ายเห็นชอบในการกำหนดวันดีเดย์ร่วมกันใน 1 พ.ย. 2568 เวลา 00.00 น. ดำเนินการปรับกำลังตามลำดับของประเภทอาวุธที่มีการเสนอ ตาม action plan มีดังนี้
Phase 1 (เฟส 1) ปรับกำลังประเภทType A จะเริ่มต้นใน 1 พ.ย. 2568 เวลา 00.00 น.(วัน D - Day) เป็นอาวุธประเภทจรวดหลายลำกล้อง
Phase 2 ปรับกำลังประเภท Type B จะเริ่มต้นใน 22 พ.ย. 2568 เวลา 00.00 น.(วัน ดีเดย์ + 3 สัปดาห์) เป็นอาวุธประเภทปืนใหญ่ทั้งหมด ทั้งลากจูงและอัตราจร ขนาด 155 มม.ลงมา
Phase 3 ปรับกำลังประเภท Type C จะเริ่มต้นใน 13 ธ.ค. 2568 เวลา 00.00 น.(วันดีเดย์ +6 สัปดาห์) เป็นอาวุธ ประเภท ยานเกราะรถถัง และมีการลงนามในบันทึกข้อตกลงร่วมกัน
มีคำถามต่อว่า แล้วข้อตกลงดังกล่าว จะเป็นจริงเป็นจังมากน้อยแค่ไหน คำตอบคือมีความเป็นไปได้สูงที่ทำได้ทันทีคือ การลดความตึงเครียดด้านชายแดน และการถอนทหารกำลังอาวุธทั้งสองฝ่าย แต่ที่น่าเป็นห่วงคือ การร่วมกันกู้ระเบิด ที่ฝ่ายกัมพูชาเคยปฏิเสธมาหลายหนรวมทั้งการปราบสแกมเมอร์ เพราะกระทบหม้อข้าวของฝ่ายกัมพูชาโดยตรง
วันก่อนทางกองทัพบก (ทบ.) ได้เชิญคณะผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศประจำประเทศไทย ประมาณ 20 ประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา จีน ญี่ปุ่น และลาว เป็นต้น เข้ารับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ไตรมาสที่ 1 ประจำปีงบประมาณ 2569 โดยรัฐบาล และกองทัพ ที่ยึดหลักปฏิบัติสากล และเงื่อนไข 4 ข้อ จากการประชุม GBC ไทย-กัมพูชา คือ การถอนอาวุธหนัก ออกจากแนวชายแดนเก็บกู้วัตถุระเบิด ร่วมมือกันปราบปรามสแกมเมอร์และหาแนวทางบริหารพื้นที่ชายแดน
คณะทูตทหารต่างประเทศเหล่านี้จะเป็นสักขีพยาน ผู้ตรวจการอย่างดี ซึ่งฝ่ายไทยเป็นสุภาพบุรุษ แต่ฝ่ายกัมพูชา ที่หลายครั้งหลายหนไม่อยู่กับร่องกับรอย เชื่อว่าสักขีพยานทูตทหารต่างประเทศ พอที่จะกำราบกัมพูชาให้อยู่ในข้อตกลงได้
action plan (เฟส 1) ในข้อตกลงได้ดำเนินการไปบ้างแล้ว กระนั้นก็ตามอะไรที่เป็นของไทย และเรายึดคืนมาได้แล้วอย่าปล่อยให้การถอนทหารเป็นอุปสรรคต่อการรักษาอธิปไตยของไทย ที่แลกมาด้วยเลือด เนื้อชีวิต ของนักรบผู้กล้าแห่งกองทัพไทย

นายกฯ อังกฤษสั่งแบนเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีเล่นโซเชียลมีเดีย
แฉนักร้องค่ายดัง!! ทำร้ายร่างกายจนป่วยซึมเศร้า คดีถึงชั้นศาลแล้ว
นพดล แนะปม TH-AI Passport ควรเดินหน้าทั้งเรื่องตรวจสอบ-เตรียมพร้อมอนาคตคนไทย
อัยการสูงสุด นำคณะผู้บริหาร ลงนามถวายอาลัย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ
ด่วน! มท.ออกคำสั่งฟ้าผ่า ย้าย 5 รองผู้ว่าฯ รวม 2 รองผู้ว่าฯภูเก็ต

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี