วันพุธ ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2569
ดาโต๊ะ ซรี อันวาร์ บิน อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เป็นสักขีพยานในการลงนามฟื้นสัมพันธ์อันดีระหว่าง อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทย ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ในช่วงหนึ่งของการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 47 และประเทศคู่เจรจาอีกหลายชาติ ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย สาระสำคัญในการลงนาม เพื่อลดความขัดแย้ง ความตึงเครียด ในชายแดนไทย-เขมร คือ 2 ฝ่าย ต้องถอนอาวุธหนักออกจากพื้นที่ ร่วมกันกู้ระเบิด และร่วมกันปราบสแกมเมอร์ โดยมีผู้สังเกตการณ์คอยตรวจสอบ
ข้อตกลงดังกล่าวเริ่มนำไปสู่การปฏิบัติ เมื่อมีการประชุมฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการประสานงานชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC) เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ระหว่าง กองทัพภาคที่ 2 (ทภ.2) ของไทย กับภูมิภาคทหารที่ 4 ของกัมพูชา ฝ่ายไทย นำโดย พล.ต.กัมปนาท วาพันสุ เสนาธิการกองทัพภาคที่ 2 เลขาฯ RBC ฝ่ายไทย และฝ่ายกัมพูชา นำโดย พลจัตวานิดณารง รองเสนาธิการ ภูมิภาคทหารที่ 4 เลขาฯ RBC ฝ่ายกัมพูชา เพื่อหารือแผนปฏิบัติการ (action plan) ปรับกำลังและถอนอาวุธหนัก ตามผลการประชุม คณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา(GBC) สมัยพิเศษ ครั้งที่ 2 ผลการประชุมที่สำคัญ ดังนี้
ทั้ง 2 ฝ่ายเห็นชอบในการกำหนดวันดีเดย์ร่วมกันใน 1 พ.ย. 2568 เวลา 00.00 น. ดำเนินการปรับกำลังตามลำดับของประเภทอาวุธที่มีการเสนอ ตาม action plan มีดังนี้
Phase 1 (เฟส 1) ปรับกำลังประเภทType A จะเริ่มต้นใน 1 พ.ย. 2568 เวลา 00.00 น.(วัน D - Day) เป็นอาวุธประเภทจรวดหลายลำกล้อง
Phase 2 ปรับกำลังประเภท Type B จะเริ่มต้นใน 22 พ.ย. 2568 เวลา 00.00 น.(วัน ดีเดย์ + 3 สัปดาห์) เป็นอาวุธประเภทปืนใหญ่ทั้งหมด ทั้งลากจูงและอัตราจร ขนาด 155 มม.ลงมา
Phase 3 ปรับกำลังประเภท Type C จะเริ่มต้นใน 13 ธ.ค. 2568 เวลา 00.00 น.(วันดีเดย์ +6 สัปดาห์) เป็นอาวุธ ประเภท ยานเกราะรถถัง และมีการลงนามในบันทึกข้อตกลงร่วมกัน
มีคำถามต่อว่า แล้วข้อตกลงดังกล่าว จะเป็นจริงเป็นจังมากน้อยแค่ไหน คำตอบคือมีความเป็นไปได้สูงที่ทำได้ทันทีคือ การลดความตึงเครียดด้านชายแดน และการถอนทหารกำลังอาวุธทั้งสองฝ่าย แต่ที่น่าเป็นห่วงคือ การร่วมกันกู้ระเบิด ที่ฝ่ายกัมพูชาเคยปฏิเสธมาหลายหนรวมทั้งการปราบสแกมเมอร์ เพราะกระทบหม้อข้าวของฝ่ายกัมพูชาโดยตรง
วันก่อนทางกองทัพบก (ทบ.) ได้เชิญคณะผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศประจำประเทศไทย ประมาณ 20 ประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา จีน ญี่ปุ่น และลาว เป็นต้น เข้ารับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ไตรมาสที่ 1 ประจำปีงบประมาณ 2569 โดยรัฐบาล และกองทัพ ที่ยึดหลักปฏิบัติสากล และเงื่อนไข 4 ข้อ จากการประชุม GBC ไทย-กัมพูชา คือ การถอนอาวุธหนัก ออกจากแนวชายแดนเก็บกู้วัตถุระเบิด ร่วมมือกันปราบปรามสแกมเมอร์และหาแนวทางบริหารพื้นที่ชายแดน
คณะทูตทหารต่างประเทศเหล่านี้จะเป็นสักขีพยาน ผู้ตรวจการอย่างดี ซึ่งฝ่ายไทยเป็นสุภาพบุรุษ แต่ฝ่ายกัมพูชา ที่หลายครั้งหลายหนไม่อยู่กับร่องกับรอย เชื่อว่าสักขีพยานทูตทหารต่างประเทศ พอที่จะกำราบกัมพูชาให้อยู่ในข้อตกลงได้
action plan (เฟส 1) ในข้อตกลงได้ดำเนินการไปบ้างแล้ว กระนั้นก็ตามอะไรที่เป็นของไทย และเรายึดคืนมาได้แล้วอย่าปล่อยให้การถอนทหารเป็นอุปสรรคต่อการรักษาอธิปไตยของไทย ที่แลกมาด้วยเลือด เนื้อชีวิต ของนักรบผู้กล้าแห่งกองทัพไทย

โรนัลโด้ อยู่ไม่ได้แล้ว! ขนครอบครัวหนีออกจากซาอุฯ มุ่งหน้ามาดริด
ครูชัยยศ พ้นมลทิน หลังคดีถึงที่สุด ศาลยกฟ้องคดีทุจริตอาหารกลางวัน
โซเชียลแห่แชร์ ทรัมป์ มีแผลผื่นแดงหนารอบลำคอ แพทย์ประจำตัวแจงไม่ใช่โรคร้ายแรง
อนุทิน สั่งด่วน! ตรึงราคาน้ำมันดีเซล ลิตรละ 29.94 บาท 15 วัน
ทั่วโลกจับตา! เปิดตัวเต็ง ว่าที่ผู้นำสูงสุดอิหร่าน คนใหม่ หลังสิ้นสุดยุคคาเมเนอี

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี