ประเทศไทยนั้นไม่ได้มีการปฏิรูปโครงสร้างใหญ่ของชาติบ้านเมืองกันอย่างจริงจัง จึงทำให้ปัญหาชั่วร้ายทั้งหลายเกิดขึ้นจากผู้บังคับใช้กฎหมาย คือข้าราชการและนักการเมืองที่เข้าไปบริหารประเทศ และเป็นปัญหาที่ต้องถอดบทเรียนกันแบบซ้ำซาก
รากเหง้าของปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น และอาชญากรรมสีเทาทั้งหลายที่เกิดขึ้นและมีอยู่จากอดีตจนถึงปัจจุบัน ที่ไม่เพียงแต่จะไม่หมดไปเท่านั้น หากแต่ยังหยั่งรากครอบคลุมแผ่ขยายออกไปไม่รู้จักหมดจักสิ้นนั้น ก็คือ ข้าราชการประจำในฐานะผู้รักษากฎหมายและผู้บังคับใช้กฎหมาย กับนักการเมืองที่เข้าไปเป็นรัฐบาลบริหารประเทศ กระทำการฉ้อฉลทุจริตคดโกงเสียเอง
ปัญหา“สแกมเมอร์”ที่เป็นอาชญากรรมทางเทคโนโลยซึ่งก้าวล้ำตามยุคสมัย อันเป็นปัญหาใหญ่เฉพาะหน้า ที่ไม่เพียงแต่เป็นภัยคุกคามสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจแก่ประเทศไทยมูลค่านับแสนล้านบาทต่อปีเท่านั้น แต่ยังเป็นปัญหาที่เป็นวาระของทุกชาติบนโลกใบนี้จะต้องร่วมมือกันปราบปรามอย่างจริงจัง จึงจะสามารถล้างให้สิ้นซากชนิดถอนรากถอนโคนได้
สำหรับบ้านเรานั้น เพราะอยู่ใกล้“รังใหญ่สแกมเมอร์”ที่อยู่ในกัมพูชา จึงต้องแบกรับทุกสิ่งทุกอย่างที่โถมเข้ามาจากทั่วสารทิศ ซึ่งรัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล โดยเฉพาะนายอนุทินในฐานะนายกรัฐมนตรี ต้องถือว่าได้“ทุกขลาภ” คือได้เป็นรัฐบาลและได้เป็นนายกรัฐมนตรีในโอกาสนี้ พร้อมกับปัญหา“สแกมเมอร์”อันเป็นปัญหาใหญ่หลวง ที่หมักหมมสะสมจากรัฐบาลพรรคเพื่อไทยติดพ่วงมาด้วย
เวลานี้จึงเห็นรัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีกูล ถูก“รุมกินโต๊ะ” ทั้งจาก สส.พรรคการเมืองฝ่ายค้าน คือพรรคประชาชน และ สส.พรรคการเมืองฝ่ายแค้น คือพรรคเพื่อไทย รวมทั้งจากภาคประชาชน ราวกับว่านายอนุทินเป็นพระวิษณุ หรือพระนารายณ์อวตารลงมาจากฟากฟ้า เพื่อมาปราบยุคเข็ญที่เกิดจากภัย“สแกมเมอร์”
การเคลื่อนไหวของภาคเอกชน เกี่ยวกับผลประโยชน์ทับซ้อนนั้น อาจจะไม่มีหรือมีก็มีน้อย จากการ“ปูด”ชื่อนักการเมืองและรัฐมนตรีว่าพัวพันกับแก๊ง“สแกมเมอร์” และมีการจี้ให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ“บอร์ดปราบปรามสแกมเมอร์”เร่งดำเนินการ
แต่ สส.พรรคฝ่ายค้าน และ สส.พรรคฝ่ายแค้น กลับเพิ่งมาโหมกระหน่ำเมื่อเข้าโค้งการเลือกตั้งทั่วไป ที่จะมีขึ้นในปีหน้าตาม“MOA”ของพรรคภูมิใจไทยกับพรรคประชาชน ซึ่งจากคำยืนยันของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ก็คือ ยุบสภาฯภายในวันที่ 31 มกราคมปีหน้า
ดังนั้น จึงคิดเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ นอกจาก สส.ทั้งสองพรรคนี้เคลื่อนไหวหาแสงหวังจะตีกิน เพื่อหาคะแนนนิยมในการเลือกตั้งที่กำลังจะมีขึ้น โดยหาความจริงใจอะไรไม่ได้เลยแม้แต่น้อย ซึ่งพฤติกรรมเช่นนี้ว่าไปแล้ว คือ“สันดาน”ที่แท้จริงของนักการเมืองบ้านเรา ที่อ้างประเทศชาติและประชาชนหากิน
อย่าง“รังสิมันต์ โรม” สส.ระบบบัญชีรายชื่อพรรคประชาชน และมีตำแหน่งเป็นประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ ฯ ในสภาผู้แทนราษฎร จะเห็นว่าการเคลื่อนเกี่ยวกับปัญหา“สแกมเมอร์” สมัยรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ทั้งรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน และรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร นั้น“เงียบกริบ” เพิ่งจะมาเห็นความเคลื่อนไหวอย่างโหมกระหน่ำเป็นข่าวได้ทุกวัน ก็ในยุครัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล ชุดนี้
“รังสิมันต์ โรม” อ้าปากทีไร ก็มักจะเรียกร้องให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล เอาจริงกับการปราบปรามขบวนการแก๊งสแกมเมอร์ข้ามชาติ พร้อมทั้งโจมตีว่าประเทศไทยโดยรัฐบาลของนายอนุทินดำเนินการปราบปรามล่าช้า และไม่มีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม
มิหนำซ้ำ สส.รังสิมันต์ โรม ยังพูดแบบเอาหล่อว่า “บอร์ดปราบสแกมเมอร์”ที่นายอนุทินตั้งขึ้นมา เป็นเพียงการ“ซื้อเวลา”เท่านั้น โดยไม่เห็นความจริงจังในการทลายเครือข่ายที่เชื่อมโยงกับบุคคลใกล้ชิดผู้นำกัมพูชาแต่อย่างใด
ด้วยเหตุดังนั้น คนไทยส่วนใหญ่จึงเกิดความสงสัยและมีข้อกังขาว่า 2 ปีของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ซึ่งปัญหา“สแกมเมอร์”มีอยู่ก่อนแล้ว นายรังสิมันต์ โรม และพรรคประชาชนในฐานะฝ่ายค้าน ไป“มุดรู”อยู่ที่ไหน จึงไม่ควบคุมตรวจสอบรัฐบาลพรรคเพื่อไทย แต่กลับมาเรียกร้องรัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่เพิ่งจะปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 เป็นวันแรก หลังจากแถลงนโยบายต่อรัฐสภาเสร็จสิ้น นับจนถึงวันนี้เพียงแค่ 1 เดือน 5 วันเท่านั้น
เช่นเดียวกับนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ที่ได้ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายนเมื่อวานนี้ว่า รัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ประกาศจะเป็นผู้นำด้านการปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์ในระดับโลก แต่กลับทำได้เพียงสร้างภาพ ขาดการปฏิบัติจริง ทั้งที่ปัญหาดังกล่าวเป็นอาชญากรรมข้ามชาติที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนและชื่อเสียงประเทศ
พร้อมกันนี้ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ ของรัฐบาล“แพทองธาร ชินวัตร”ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์ ยังบอกว่า รัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่เพิ่งจะบริหารประเทศได้เพียงแค่หนึ่งเดือนกลับห้าวัน ปล่อยให้เรื่อง“สแกมเมอร์”กลับมาเป็นปัญหาใหญ่อีกครั้ง และว่ารัฐบาลพรรคเพื่อไทยที่มีนายกรัฐมนตรีชื่อ“แพทองธาร” สามารถลดความเสียหายลงกว่า 40 เปอร์เซ็นต์ หรือราว 14,500 ล้านบาทต่อปี
บรรทัดนี้คงพูดได้แต่เพียงว่า เกิดเป็นคนไทยนั้นมีกรรมจริงๆ จะหานักการเมืองและพรรคการเมืองที่พอจะฝากผีฝากไข้ได้ แทบไม่มีเอาเสียเลย จะมีก็แต่กะล่อนปลิ้นปล้อนโดยสันดานเป็นส่วนใหญ่ !
รุ่งเรือง ปรีชากุล

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี