วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2569
การทำหน้าที่ “ตรวจสอบ” ของฝ่ายค้านในระบอบประชาธิปไตย ไม่ใช่เพียงหน้าที่เชิงพิธีกรรม แต่คือหัวใจสำคัญของการคานอำนาจ ตรวจสอบฝ่ายบริหาร และหน่วยงานของรัฐ เพื่อให้การใช้อำนาจอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายและความโปร่งใส ฝ่ายค้านที่เข้มแข็งย่อมทำให้รัฐบาลไม่สามารถบริหารด้วยความประมาทหรือหลงอำนาจได้ และในทางกลับกัน หากฝ่ายค้านทำหน้าที่เพียงครึ่งเดียว หรือใช้การตรวจสอบเป็นเพียงเครื่องมือทางการเมือง ผลลัพธ์ก็จะไม่ต่างจากการเปิดฉาก “สงครามน้ำลาย” ที่ไม่มีเป้าหมายเพื่อประชาชนเลยแม้แต่น้อย
การตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพ ต้องตั้งอยู่บน “ข้อมูลและหลักฐาน” ที่หนักแน่น เชื่อถือได้ และสามารถนำไปสู่กระบวนการเอาผิดได้จริง ทั้งในทางกฎหมายและทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นการเปิดโปงการทุจริต การเอื้อประโยชน์ หรือการใช้อำนาจโดยมิชอบ หากฝ่ายค้านทำได้เช่นนี้ ประชาชนจะเห็นว่าการตรวจสอบไม่ใช่แค่การดิสเครดิต แต่เป็นการปกป้องผลประโยชน์ของชาติ และยกระดับมาตรฐานความรับผิดชอบของผู้มีอำนาจ
แต่ในทางกลับกัน หากการตรวจสอบถูกใช้เป็นเพียงเวทีเรียกแสง สร้างกระแส หรือ “ตีกิน” เพื่อคะแนนนิยมส่วนตัว หรือหวังผลให้ฝ่ายตรงข้ามเสียหายทางการเมืองโดยไร้ข้อเท็จจริง นั่นไม่ใช่การตรวจสอบที่แท้จริง แต่คือการใช้สิทธิในระบบประชาธิปไตยอย่างบิดเบือน และสุดท้ายสิ่งที่เสียหายคือความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบการเมืองทั้งหมด
กรณีที่พรรคประชาชนออกมาเปิดประเด็นเรื่อง “ขบวนการสีเทา” และการทุจริตในหลายหน่วยงานถือเป็นสิ่งที่ดี เพราะสะท้อนให้เห็นว่าฝ่ายค้านยังจับตาการทำงานของรัฐบาลอย่างใกล้ชิด แต่ในขณะเดียวกัน สังคมก็มีสิทธิ์ตั้งคำถามกลับว่า-เมื่อพรรคประชาชนเป็นพรรคที่มีเสียง สส. อันดับหนึ่งในสภา ทำไมจึงเลือกจะ “อยู่ข้างนอก” มากกว่า “เข้าไปทำจริง” ในรัฐบาล? ทำไมไม่ใช้โอกาสในการเข้าร่วมบริหารประเทศกับพรรคภูมิใจไทย เพื่อแก้ไขปัญหาที่ตนเองกล่าวหาว่าร้ายแรงอย่างแท้จริง
การเลือก “ยกมือให้ภูมิใจไทยเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย” แล้วตัวเองถอยออกไปอยู่วงนอก คอยวิพากษ์วิจารณ์ทุกการตัดสินใจของรัฐบาล ย่อมทำให้เกิดคำถามว่า การตรวจสอบนั้นเกิดจากความจริงใจ หรือเกิดจากความต้องการสร้างภาพลักษณ์ “พระเอกของประชาชน” ที่อยู่เหนือการเมืองกันแน่
และเมื่อแกนนำพรรคประชาชนออกมายอมรับเองว่า แคมเปญการเลือกตั้งครั้งต่อไปของพรรคคือคำว่า “มีส้ม ไม่มีเทา” ก็ยิ่งตอกย้ำว่า ปลายทางของการเปิดประเด็น “สีเทา” ครั้งนี้ แท้จริงแล้วอาจไม่ได้มุ่งหวังให้เกิดการปราบปรามหรือแก้ปัญหาอย่างจริงจัง หากแต่เป็นการปูทางทางการเมือง เพื่อสร้างกรอบความคิดให้ประชาชนเห็นว่าฝ่ายตนคือผู้บริสุทธิ์ ส่วนฝ่ายอื่นล้วน “เทา” ทั้งสิ้น เป็นยุทธวิธีที่เน้นผลทางเลือกตั้ง มากกว่าผลทางการบริหารประเทศ
ในท้ายที่สุด การตรวจสอบที่ดีต้อง “ไปให้สุด” -สุดในแง่ของความจริง ความถูกต้อง และความรับผิดชอบ ไม่ใช่สุดเพียงในแง่ของกระแสหรือคะแนนนิยม เพราะเมื่อการตรวจสอบกลายเป็นเครื่องมือทางการเมือง ประชาชนจะไม่ได้รับความจริง แต่ได้เพียง “ละครการเมือง” ที่แสดงกันบนเวทีสภา
ฝ่ายค้านที่ดีต้องกล้าตรวจสอบ “อย่างสุดทาง” และรัฐบาลที่ดีต้องกล้าให้ตรวจสอบ “อย่างเปิดเผย” เพราะสุดท้ายแล้ว การตรวจสอบไม่ได้มีไว้เพื่อทำลายกัน หากแต่มีไว้เพื่อยกระดับประเทศให้ดีกว่าเดิม
หากหยุดเพียงแค่ผลทางการเมือง ประเทศก็จะวนอยู่ในวังวนเดิม-รัฐบาลที่บริหารด้วยความหวาดกลัว ฝ่ายค้านที่ตรวจสอบด้วยอคติ และประชาชนที่สิ้นศรัทธาต่อทั้งสองฝั่ง ถึงเวลาที่การตรวจสอบต้อง “ไปให้สุด” ในทางของความจริงมิใช่สุดแค่ในทางของผลประโยชน์ทางการเมือง

อรรถกร ไม่ค้านไอเดียแยกท่องเที่ยวออกจากกีฬา ชี้หลายประเทศจับคู่กับวัฒนธรรม
ทรัมป์ โพสต์ขู่แรง! หาก อิหร่าน ปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดนโจมตีหนักกว่านี้ 20 เท่า
หงส์ชนเรือ!ปืน-สิงห์ไม่หนักจับติ้ว8ทีมเอฟเอคัพ
รมว.ยุติธรรม เผย ดีเอสไอ ออกหมายเรียก ชนนพัฒน์ ซ้ำหากเบี้ยว 12 มี.ค.
MEA เตรียมพร้อมระบบไฟฟ้าอัจฉริยะรับมือช่วงพีคหน้าร้อน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี