วันพุธ ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / เส้นใต้บรรทัด
เส้นใต้บรรทัด

เส้นใต้บรรทัด

จิตกร บุษบา
วันพุธ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 02.00 น.
กรรม...ที่ ‘ทักษิณ’ กำลังชดใช้

ดูทั้งหมด

  •  

“ทักษิณ ชินวัตร” เคยยิ่งใหญ่มากบนแผ่นดินไทย ยิ่งใหญ่ด้วยอำนาจเงินกับอำนาจรัฐ แต่เขาพลาด ตรงที่เอาอำนาจรัฐไปเพิ่มพูนเงินของตนจนล้ำเส้นกฎหมาย สุดท้าย หนีไปอยู่ต่างประเทศจนกระทั่งกลับมาเมืองไทย แล้วต้องเข้าคุก

ระหว่างติดคุก ก็ตุกติกหลีกเลี่ยง แต่ท้ายที่สุดก็หนีความจริงไม่พ้น ต้องเข้ารับโทษจำคุก 1 ปี ตามพระบรมราชโองการจนได้ ล่าสุดยังเจอคำตัดสินยึดทรัพย์และอัยการอุทธรณ์คดี 112 เพิ่มอีก นี่คือกรรมที่ทักษิณทำไว้ และกำลังไล่ล่าตัวเขา


1) นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา และอดีตประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ทักษิณต้องจ่ายภาษี 1.76 หมื่นล้านบาทในการขายหุ้นชินคอร์ป ให้กลุ่มเทมาเส็ก

สื่อมวลชนรายงานข่าวว่า “ทักษิณ” อ่วม ศาลฎีกาพิพากษากลับยกฟ้องคดีที่ทักษิณฟ้องกรมสรรพากรให้เพิกถอนการประเมินเรียกเก็บภาษีขายหุ้นชินคอร์ปฯ ให้กลุ่มเทมาเส็ก ชี้การให้ “โอ๊ค-เอม” ถือหุ้นแทน ถือว่ามีวัตถุประสงค์ขาดคุณธรรมทางภาษีเพื่อให้รัฐเก็บภาษีไม่ได้ เป็นธุรกรรมที่ทำขึ้นเพื่อการอันมิชอบด้วยกฎหมายอย่างร้ายแรง ทำให้ทักษิณต้องจ่ายภาษี 17,629.58 ล้านบาท พร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม ผู้เขียนพิจารณาแล้ว มีข้อมูลและความเห็นดังนี้

1. เดิมกรมสรรพากรประเมินเรียกเก็บภาษีเงินได้ 17,629.57 ล้านบาท จากนายพานทองแท้ และนางสาวพินทองทา บุตรนายทักษิณ แต่บุคคลทั้งสองต่อสู้ว่า ผู้ต้องเสียภาษีที่แท้จริงคือนายทักษิณ เพราะเป็นเจ้าของหุ้นและได้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้บุคคลทั้งสองชนะคดี กรมสรรพากรไม่อุทธรณ์ และไม่ยอมออกหมายเรียกและประเมินภาษีจากนายทักษิณผู้ต้องเสียภาษีที่แท้จริง ทั้งที่ยังอยู่ในกำหนดเวลาที่สามารถออกหมายเรียกและประเมินภาษีได้

ต่อมาเดือนมีนาคม 2560 ในขณะที่คดีจะครบอายุความ 10 ปี ที่จะประเมินภาษีจากนายทักษิณ รัฐบาลพลเอกประยุทธ จันทร์โอชา ได้แจ้งให้กรมสรรพากรประเมินภาษีจากนายทักษิณตามคำแนะนำของ สตง. กรมสรรพากรจึงประเมินภาษี 17,629.58 ล้านบาทจากนายทักษิณ

2. นายทักษิณจึงฟ้องกรมสรรพากรและคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ต่อศาลภาษีอากรกลาง ขอให้เพิกถอนการประเมิน โดยอ้างว่ากรมสรรพากรไม่ได้ออกหมายเรียกตนก่อนประเมินภาษีจึงประเมินภาษีตนไม่ได้ เป็นคดีนี้

3. ศาลภาษีอากรกลางมีคำพิพากษา (ในคดีหมายเลขดำที่ ภ 220/2563 หรือ คดีหมายเลขแดงที่ ภ 109/2565 ลงวันที่ 18 กรกฎาคม 2565) เพิกถอนการประเมินตามหนังสือแจ้งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาฯ (ภ.ง.ด.12) เนื่องจากเห็นว่าเจ้าพนักงานประเมินกรมสรรพากรมิได้ออกหมายเรียกตรวจสอบโจทก์ ตามมาตรา 19 แห่งประมวลรัษฎากร ในฐานะตัวการ การออกหนังสือแจ้งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาฯ (ภ.ง.ด.12)จึงเป็นการดำเนินการโดยไม่ชอบ กรมสรรพากรกับพวกอุทธรณ์

4. ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษแผนกคดีภาษีอากร มีคำพิพากษา (ที่ 2819/2566 ลงวันที่ 2 มิถุนายน 2566) ยืนตามศาลภาษีอากรกลาง กรมสรรพากรกับพวกฎีกา

5. ศาลฎีกาแผนกภาษีอากรเห็นว่า การที่โจทก์ปกปิดการถือหุ้นบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ของตนโดยให้บุคคลอื่น รวมถึงนายพานทองเเท้ และนางสาวพินทองทา ถือหุ้นแทน เพราะโจทก์ประสงค์ที่จะเข้ารับตำแหน่งทางการเมืองที่กฎหมายห้ามมิให้โจทก์ถือหุ้นบริษัทชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ที่ขาดคุณธรรมทางภาษีและไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของกฎหมายภาษีอากร ในการจัดเก็บภาษีอากร ส่งผลให้รัฐไม่สามารถจัดเก็บภาษีได้อย่างถูกต้องและแน่นอนตามเจตนารมณ์แห่งกฎหมาย ทั้งเป็นธุรกรรมที่ไม่มีเหตุผลทางเศรษฐกิจนอกเหนือจากการหาประโยชน์อื่นรวมถึงภาษีเงินได้ และเป็นธุรกรรมที่ทำขึ้นเพื่อการอันมิชอบด้วยกฎหมายอย่างร้ายแรง กรณีจึงไม่มีเหตุงดและลดเบี้ยปรับและเงินเพิ่มแก่โจทก์ ส่วนประเด็นอื่น ไม่จำต้องวินิจฉัยเพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6890/2568)

6. อาจกล่าวในอีกนัยหนึ่งได้ว่า ศาลฎีกาพบว่า ทักษิณ “ปกปิด”การถือหุ้นบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น โดยให้บุคคลอื่น (รวมถึงลูก คือ พานทองแท้ และ พินทองทา) ถือหุ้นแทนเขา เหตุผลที่ให้บุคคลอื่นถือหุ้นแทน “เพราะประสงค์ที่จะเข้ารับตำแหน่งทางการเมือง” - ซึ่งตามกฎหมายห้ามให้เขาถือหุ้น ชินคอร์ปขณะดำรงตำแหน่งทางการเมือง

เจตนาของธุรกรรม : ศาลฎีกามองว่าโครงสร้างการถือหุ้นดังกล่าว “ทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ที่ขาดคุณธรรมทางภาษี” (tax avoidance) และ “ไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของกฎหมายภาษีอากร” โดยเฉพาะเจตนารมณ์ของกฎหมายที่ต้องการให้รัฐจัดเก็บภาษีได้อย่าง “ถูกต้องและแน่นอน” ศาลฎีกาเห็นว่าการทำธุรกรรมนี้เป็น “ธุรกรรมที่ไม่มีเหตุผลทางเศรษฐกิจนอกเหนือจากการหาประโยชน์อื่นรวมถึงภาษีเงินได้” ซึ่งแสดงว่าไม่ได้ทำเพื่อผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจปกติ (เช่นการลงทุน, การขยายกิจการ) แต่เน้นหลีกเลี่ยงภาษี นอกจากนี้ ศาลฎีการะบุว่าเป็น “ธุรกรรมที่ทำขึ้นเพื่อการอันมิชอบด้วยกฎหมายอย่างร้ายแรง”(severely unlawful) ในมุมภาษีอากร

ผลทางกฎหมาย-เบี้ยปรับและเงินเพิ่ม : แม้จะมีประเด็นว่าการประเมินภาษีของกรมสรรพากรอาจไม่สมบูรณ์ในกระบวนการ (เช่น เรื่องหมายเรียก) แต่ศาลฎีกาเห็นว่า พฤติการณ์ของนายทักษิณในฐานะตัวการไม่เปิดเผยชื่อย่อมต้องผูกพันต่อการออกหมายเรียกและการออกหนังสือแจ้งการประเมินภาษีของกรมสรรพากร และกรมสรรพากรมีสิทธิบังคับนายทักษิณ ผู้เป็นตัวการให้รับผิดในหนี้ภาษีอากรที่นายพานทองแท้และนางสาวพินทองทาในฐานะตัวแทนทำขึ้นตาม ป.พ.พ. มาตรา 820 ไม่มีเหตุให้งดหรือให้ลดเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม” แก่นายทักษิณ - เพราะการกระทำเบื้องหลังเป็นธุรกรรมหลบเลี่ยงภาษีอย่างจริงจัง ด้วยเหตุนี้ศาลฎีกาจึงยกฟ้องโจทก์ (นายทักษิณ) - หมายถึงไม่เพิกถอนการประเมินภาษี และให้กรมสรรพากรดำเนินการเก็บภาษีตามที่เรียกมา

ยอดเงินภาษีที่ต้องจ่าย : นายทักษิณต้องจ่ายภาษี 17,629.58 ล้านบาทพร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามหนังสือแจ้งการประเมินภาษีอากร

2) นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า วันนี้กรมสรรพากรจะมารายงานตน แต่อย่างไรก็ต้องดำเนินการตามขั้นตอน คือ เริ่มที่อัยการสูงสุดดำเนินการสืบทรัพย์ และเข้าสู่การดำเนินการของกรมบังคับคดี แล้วมาที่การดำเนินการของกรมสรรพากร พร้อมยืนยันว่า ที่ผ่านมากรมสรรพากร มีแนวปฏิบัติอยู่แล้ว ในการฟ้องคดีในเรื่องเหล่านี้เป็นจำนวนมาก

เมื่อถามว่า วงเงินเยอะขนาดนี้จะต้องมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาโดยเฉพาะหรือไม่ รวมถึงกรอบระยะเวลาในการดำเนินการ นายลวรณ กล่าวว่า เรื่องนี้ตนต้องรอให้กรมสรรพากรมารายงาน และเมื่อมีความชัดเจนก็จะมีการแถลงให้รับทราบ

ถามต่อว่า หากทรัพย์สินยังอยู่ในต่างประเทศจะดำเนินการ สืบทรัพย์ ได้หรือไม่ นายลวรณ กล่าวว่า อัยการสูงสุดสามารถสืบทรัพย์ได้ ส่วนกรณีดังกล่าวจะเทียบเคียงกับการยึดทรัพย์ในโครงการจำนำข้าวได้หรือไม่ นายลวรณ กล่าวว่า กรณีจำนำข้าว โจทก์ไม่ใช่กรมสรรพากร แต่รอบนี้โจทก์ คือกรมสรรพากร ซึ่งอาจจะเป็นคนละบริบทกัน

3) นายก่อแก้ว พิกุลทอง สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า “สิ่งที่เกิดขึ้นกับคุณทักษิณ เป็นสิ่งที่เกินจะรับ ถูกศาลฎีกาตัดสินจำคุก 1 ปี ซ้ำ โดยไม่หักวันที่เคยถูกคุมขังอยู่ในโรงพยาบาลตำรวจเลย ถูกอัยการอุทธรณ์คดี 112 ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ คณะทำงานที่มีอัยการสูงสุดคนปัจจุบันเป็นหัวหน้าคณะมีมติไม่อุทธรณ์ 8 : 2 และทำให้หมดสิทธิ์ขอพักโทษจากการจองจำ ถูกศาลฎีกา พิพากษาให้การที่กรมสรรพากรเรียกเก็บภาษีการขายหุ้น “ชินคอร์ป“ จำนวน 17,600 ล้านบาท ทั้งๆ ที่ศาลภาษีชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ พิพากษาให้ถอนการประเมิน ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ยึดไปแล้ว 46,000 ล้าน เมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2553 ด้วยคำสั่งของศาลฎีกาฯ นักการเมือง

การกระทำต่อคุณทักษิณ ถูกมองว่ามาแบบซีรี่ส์ที่มีการจัดวาง ขัดต่ออารมณ์และความรู้สึกของคนทั่วไปเป็นอย่างมาก ผลักไสไล่ส่งเอาคนที่สามารถทำประโยชน์ให้ประเทศมากๆ ไปอยู่ต่างประเทศ และขังคุก จากนั้น ก็เอาพวกเฮงซวยมาบริหารประเทศไม่แปลกใจที่ประเทศถดถอยมาตามลำดับ จนหนี้ประเทศ และ หนี้ครัวเรือนสูงสุด คนไทยส่วนใหญ่ แทบไม่มีความหวังกับประเทศนี้อีกเลย สงสารประเทศไทย พอได้หรือยังครับ!”

สรุป : ใช่ครับ สงสารประเทศไทย ที่มีคนอย่างนายก่อแก้วและความเห็นเช่นที่แสดงมานายก่อแก้วควรบอกกับนายทักษิณตั้งแต่เริ่มเบียดบังผลประโยชน์ของชาติแล้วว่า “พอได้หรือยังครับ” ไม่ใช่มาบอกตอนนี้ และบอกกับคนที่พยายามบังคับใช้กฎหมายอย่างตรงไปตรงมา !!

จิตกร บุษบา

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
19:19 น. ฉัตรวรรษเคารพคำวินิจฉัยศาล ภูมิธรรม-ทวี รอด หัวเราะแล้วแต่พวกท่านไม่กล้าคิดเป็นคดีการเมือง
19:04 น. งามหน้าแท็กซี่ไทย นทท ญี่ปุ่นช็อก โดนรีด 1 หมื่นเยน ทิ้งทริปในฝัน บินกลับทันที
19:03 น. พว.พลิกโฉมการศึกษาพัฒนานวัตกรรมครู
18:58 น. แรง! ทูตรัศม์ ช่วยฟื้นความจำ ปิยบุตร ส้มแป้กตั้งรัฐบาลเอง 2 ครั้งแถมเอา 14 ล้านเสียงส่งอนุรักษ์นิยมนั่งนายกฯ
18:49 น. ทวี ลั่นความจริงชนะทุกสิ่ง! ขอบคุณศาลรัฐธรรมนูญให้ความยุติธรรม
ดูทั้งหมด
ชาวเน็ตขำท้องแข็ง เขมร ฝึกทหารหรือฝึกละครโรงเรียน ชมคลิป
มาแล้ว! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 17-23 ม.ค.69
มาแล้ว! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 16-22 ม.ค.69
เจนนี่ แบล็กพิงก์ ปล่อยภาพแคนดิดสุดลับ ถ่ายเก็บไว้ตั้งแต่อายุ 25 ปี สู่สายตาแฟนๆทั่วโลก
ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 17 มกราคม 2569
ดูทั้งหมด
8 กุมภาฯ กาเห็นชอบ : เขียนรัฐธรรมนูญใหม่ให้เป็นของประชาชน
นรกแตก
นักวิเคราะห์ผลการเลือกตั้ง 69
รุมซัด ‘แก้รัฐธรรมนูญ’ เพื่ออะไร?
กำจัดนักการเมืองลวงโลก และยกหางตัวเอง
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

งามหน้าแท็กซี่ไทย นทท ญี่ปุ่นช็อก โดนรีด 1 หมื่นเยน ทิ้งทริปในฝัน บินกลับทันที

ทวี ลั่นความจริงชนะทุกสิ่ง! ขอบคุณศาลรัฐธรรมนูญให้ความยุติธรรม

เขมรเคลมหลักสูตรใหม่ ชาวเน็ตเห็นแล้วขำก๊าก แบบนี้ก็ได้เหรอ ชมคลิป

หนุ่ม คงกระพัน เดือดสุดๆ โดนมิจฉาชีพนำรูปครอบครัวไปกุข่าวปลอม ลั่นแม้แต่เด็กยังไม่เว้น

GC คว้าระดับ A สูงสุดด้านการบริหารจัดการน้ำจาก CDP ต่อเนื่อง 6 ปี ลดการดึงน้ำจืดจากแหล่งน้ำธรรมชาติ สร้างความแตกต่างเชิงโครงสร้างแก่ภาคอุตสาหกรรม

อนุทิน เดินตลาดศรีสงคราม แฟนคลับมอบพวงมาลัย กล้วยฉาบ บอก ทำอะไรจะได้กล้วยๆ

  • Breaking News
  • ฉัตรวรรษเคารพคำวินิจฉัยศาล ภูมิธรรม-ทวี รอด หัวเราะแล้วแต่พวกท่านไม่กล้าคิดเป็นคดีการเมือง ฉัตรวรรษเคารพคำวินิจฉัยศาล ภูมิธรรม-ทวี รอด หัวเราะแล้วแต่พวกท่านไม่กล้าคิดเป็นคดีการเมือง
  • งามหน้าแท็กซี่ไทย นทท ญี่ปุ่นช็อก โดนรีด 1 หมื่นเยน ทิ้งทริปในฝัน บินกลับทันที งามหน้าแท็กซี่ไทย นทท ญี่ปุ่นช็อก โดนรีด 1 หมื่นเยน ทิ้งทริปในฝัน บินกลับทันที
  • พว.พลิกโฉมการศึกษาพัฒนานวัตกรรมครู พว.พลิกโฉมการศึกษาพัฒนานวัตกรรมครู
  • แรง! ทูตรัศม์ ช่วยฟื้นความจำ ปิยบุตร ส้มแป้กตั้งรัฐบาลเอง 2 ครั้งแถมเอา 14 ล้านเสียงส่งอนุรักษ์นิยมนั่งนายกฯ แรง! ทูตรัศม์ ช่วยฟื้นความจำ ปิยบุตร ส้มแป้กตั้งรัฐบาลเอง 2 ครั้งแถมเอา 14 ล้านเสียงส่งอนุรักษ์นิยมนั่งนายกฯ
  • ทวี ลั่นความจริงชนะทุกสิ่ง! ขอบคุณศาลรัฐธรรมนูญให้ความยุติธรรม ทวี ลั่นความจริงชนะทุกสิ่ง! ขอบคุณศาลรัฐธรรมนูญให้ความยุติธรรม
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

รุมซัด ‘แก้รัฐธรรมนูญ’ เพื่ออะไร?

รุมซัด ‘แก้รัฐธรรมนูญ’ เพื่ออะไร?

21 ม.ค. 2569

พรรคใด คิดเรื่อง ‘การศึกษา’ ดีที่สุด?

พรรคใด คิดเรื่อง ‘การศึกษา’ ดีที่สุด?

18 ม.ค. 2569

ไม่เทา ไม่แจก ไม่แลกประเทศกับความเสี่ยง

ไม่เทา ไม่แจก ไม่แลกประเทศกับความเสี่ยง

14 ม.ค. 2569

พรรคส้ม : ความบรรลัยที่ปลายลิ้น

พรรคส้ม : ความบรรลัยที่ปลายลิ้น

11 ม.ค. 2569

เมื่อ ‘ลูกยิ่งลักษณ์’ มาเยี่ยม ‘ทักษิณ’ ที่คุก

เมื่อ ‘ลูกยิ่งลักษณ์’ มาเยี่ยม ‘ทักษิณ’ ที่คุก

7 ม.ค. 2569

‘มีส้ม ไม่มีเทา’ เอาจริงสิ!!

‘มีส้ม ไม่มีเทา’ เอาจริงสิ!!

4 ม.ค. 2569

เส้นใต้บรรทัด : ‘โดม ปกรณ์ ลัม’ กับนิยาม ‘คุกคามทางเพศ’

เส้นใต้บรรทัด : ‘โดม ปกรณ์ ลัม’ กับนิยาม ‘คุกคามทางเพศ’

31 ธ.ค. 2568

จับตาแคนดิเดตนายกฯ ‘ดร.การดี เลียวไพโรจน์’

จับตาแคนดิเดตนายกฯ ‘ดร.การดี เลียวไพโรจน์’

28 ธ.ค. 2568

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved