Logo วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / เส้นใต้บรรทัด
เส้นใต้บรรทัด

เส้นใต้บรรทัด

จิตกร บุษบา
วันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 02.00 น.
เลือก ‘ถ่วงดุลอำนาจ’ ไม่ให้รัฐล้มเหลว

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

8 กุมภาพันธ์ วันเลือกตั้ง สส. ทั่วประเทศไทย ใครจะเลือกใคร ผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร มีมุมมองที่น่าสนใจจาก รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ นำเสนอไว้ ดังนี้

1. ทำไมหลายคนไม่มั่นใจว่าเลือกแล้วจะดี


การตัดสินใจเลือกผู้แทนหรือลงประชามติของเรานั้น นอกจากจะเป็นหน้าที่และมีบทลงโทษด้วยถ้าไม่ไปใช้สิทธิ ก็ยังเป็นความต้องการส่วนตัวของแต่ละคน ใครยืนตรงไหน มองเห็นอะไรก็จะเลือกในสิ่งนั้น แม้ในครอบครัวเดียวกันก็อาจจะเลือกไม่เหมือนกัน เป็นความรู้สึกรวมๆ ของแต่ละคน ต่อส่วนรวม ต่อผู้สมัคร แข่งขันต่อพรรคการเมือง ผสมกับหลักคิดและตัวแปรต่างๆ ที่ซับซ้อน ยากที่จะเข้าใจ บางคนมองย้อนกลับไป ก็แทบไม่เข้าใจตัวเองด้วยซ้ำว่าทำไมลงคะแนนแบบนั้นในอดีต แต่สุดท้ายแล้ว ก็ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของแต่ละคนว่าเคยเจออะไรแบบไหนมาก่อน กำลังอยู่ในสภาวะเช่นไร เข้าใจและต้องการให้ประเทศของตนหรือตนเองเดินต่อไปทางไหน

2. ตัวเลือกที่มากเกินไปหรือน้อยเกินไปกันแน่

ในการเลือกตั้งครั้งนี้ คนไทยเกือบ 53 ล้านคนที่มีสิทธิไปลงคะแนน มีตัวเลือก (Choices) กันอยู่ไม่น้อย เป็นพรรคการเมืองเก่าแก่อายุตั้งแต่ 35 ถึงเกือบ 80 ปี และพรรคใหม่ๆ ที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นมา รวมกันแล้วก็มีให้เลือกถึงเกือบ 60 พรรค มีผู้สมัครแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อรวมกันให้เลือกกันมากกว่า 5,000 คน มีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีให้เลือกทางอ้อมกันอีกเกือบร้อยคน และเราก็ยังมีโอกาสสำคัญที่จะได้ตัดสินใจว่า จะใช้รัฐธรรมนูญฉบับเดิมต่อไป โดยอาจจะแก้ไขปรับปรุงบางมาตราได้บ้างในอนาคต หรือจะจัดทำฉบับใหม่ขึ้นมาทดแทนฉบับปัจจุบันทั้งฉบับ ซึ่งก็ต้องลงประชามติกันอีก 2 รอบในขั้นตอนต่อไปถ้าเห็นชอบ

นอกจากนี้ ในช่วงเดือนที่ผ่านมาพรรคการเมืองต่างๆ ก็ได้นำเสนอนโยบายของตนแบบกว้างๆ ง่ายๆ และหลากหลาย ทั้งเรื่องปากท้อง เรื่องเศรษฐกิจ สังคม สวัสดิการ การศึกษา ความเหลื่อมล้ำ หรือเรื่องเยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ สิ่งแวดล้อม เทคโนโลยี ฯลฯ หรือเรื่องในเชิงระบบหรือโครงสร้าง อีกทั้งยังมีเรื่องเพื่อนบ้าน ความมั่นคง การทหาร ศึกสงคราม เรื่องชายแดน ตลอดจนความสัมพันธ์กับชาติมหาอำนาจและกับนานาชาติ อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ถึงแม้ว่าหลาย ๆ นโยบายจะไม่ครอบคลุมหรือมีรายละเอียดมากนัก และส่วนใหญ่ออกไปในแนวประชานิยมหรือหาคะแนนนิยม ยึดหลักการตลาด ยึดพื้นที่สื่อสาร สร้างความสนใจหรือความแตกต่าง จึงทำให้หลายคนสงสัยว่าจะทำได้จริงหรือไม่เพียงไร ใครจะรับผิดชอบหากเกิดความผิดพลาดเช่นที่ผ่านมา นอกจากนี้ ช่วงเวลาที่จะหาเสียงและเตรียมการนั้น ก็ดูน้อยเกินไป เกิดความคลุมเครือ ฉุกละหุก และข้อบกพร่องผิดพลาดหลายประการอย่างที่เห็น

แต่ในการเลือกตั้งครั้งนี้ เรามีตัวช่วยตัดสินใจหลายตัว เช่น มีสื่อสารมวลชนไม่น้อยที่ช่วยรายงานข้อเท็จจริงให้เราทราบ มีสื่อสังคมออนไลน์หรือสื่อส่วนตัวสมัยใหม่ของผู้สมัคร ของผู้รู้ผู้มีอิทธิพลทางความคิด ฯลฯ ที่เราเข้าถึงได้ไม่ยาก อีกทั้งข้อมูลหลายอย่างก็ถูกส่งเข้ามาหาเราเองโดยแทบไม่ต้องค้นหา และเราก็ยังมีเวทีดีเบตหรือแสดงวิสัยทัศน์ที่ทำให้เห็นตัวตนของผู้สมัครและของพรรคได้มากขึ้นแทบไม่เว้นแต่ละวัน ที่สำคัญ คนที่มีสิทธิเลือกตั้งส่วนใหญ่ เคยผ่านประสบการณ์หรือเหตุการณ์บ้านเมือง ทั้งร้ายและดีมาแล้วหลายครั้ง ได้เห็นความสามารถของนักการเมือง ของพรรคการเมือง หรือของผู้สมัครหลาย ๆ คนมาแล้ว ดังนั้น การจะเลือกใครหรือตัดสินใจอย่างไร ก็ไม่น่าจะยากมากนัก

ด้วยข้อเท็จจริงดังกล่าวข้างต้น จึงไม่น่าจะเป็นปัญหาเรื่องตัวเลือกว่ามีน้อย บางคนมองว่าเยอะไปด้วยซ้ำ แต่ปัญหาน่าจะเป็นความวิตกกังวลว่าตัวเลือกเหล่านั้น อาจจะไม่ดีเพียงพอที่จะนำพาประเทศออกจากสภาพปัญหาต่าง ๆ ที่รุมเร้าอยู่ได้

3. “สามนคราประชาธิปไตย” ที่จะกำหนดอนาคตของไทย

โดยข้อเท็จจริงแล้ว เราอาจจะมี “ตัวเลือก” ต่างๆ ค่อนข้างมากอย่างที่กล่าวไปแล้วข้างต้น แต่หลายคนก็ยังรู้สึกว่า “ทางเลือกที่ดีที่สุด” (The best way) หรือเหมาะสมจริงๆ นั้น แทบจะไม่มี ถ้าจะนำเอาแนวคิดเดิมของท่านอาจารย์เอนก เหล่าธรรมทัศน์เรื่อง “สองนคราประชาธิปไตย” มาช่วยสรุป “ตัวเลือก” ต่างๆ ก็จะพบว่าเรามี “ทางเลือก” แบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่ม ดังนี้:

1) กลุ่มแรกหรือทางเลือกแรก: “ขึ้นรูปประเทศใหม่” (A new shape of a country) - เป็นแนวทางที่จะ “พลิกหน้ามือเป็นหลังมือ” ให้กับประเทศ โดยมีพรรคใหญ่พรรคหนึ่งเป็นแกนสำคัญ มีคนจำนวนไม่น้อยสนับสนุน ทั้งหนุ่มสาวหรือในวัยอื่นๆ ที่รู้สึกร่วมกันมานานหลายปีแล้วว่า ถ้าประเทศไม่เปลี่ยนโครงสร้างสำคัญๆ และการทำงานของระบบราชการ สถาบันต่างๆ อย่างถอนรากถอนโคน และทำให้ประชาชนมีความหมายในสังคมประชาธิปไตยอย่างแท้จริงแล้ว ประเทศก็จะเดิน “ถอยหลังเข้าคลอง” ไปตามลำดับ ซึ่งในที่สุดแล้ว แทบทุกคนทุกวัยก็จะหมดอนาคต โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ๆ ที่จะต้องรับภาระดูแลประเทศต่อไป ดังนั้น จึงจำเป็นต้องทำในสิ่งที่ไม่เคยทำกันมาก่อน ทั้งนี้ เพื่อ “ขึ้นรูปประเทศใหม่” ให้ก้าวเดินไปข้างหน้าให้ได้ แม้จะไม่ทราบแน่ชัดว่าจะทำได้จริงเท่าไรหรือเกิดความขัดแย้งในสังคมมากเพียงใด

ในการเลือกตั้งในครั้งนี้ มีพรรคการเมืองหลายพรรคนำเสนอนโยบายในแนวทางนี้ โดยคนที่สนับสนุนหรือชื่นชอบก็มีมากเป็นลำดับต้นๆ หรือเคยสูงสุดมาแล้ว หลายคนไม่ได้รับความเป็นธรรมจากระบบ หลายคนเป็นผู้ถูกกระทำหรือเป็นเหยื่อมาก่อน หลายคนไม่ได้รับประโยชน์เท่าที่ควรหรือมีส่วนได้ส่วนเสียน้อยกับระบบที่เป็นอยู่ และอีกหลายคนก็ได้ประโยชน์ลดน้อยถอยลง ดังนั้น คนกลุ่มนี้ จึงไม่ต้องการที่จะ “ย่ำอยู่กับที่” หรือ “ถอยหลังเข้าคลอง” การเดินไปข้างหน้าในแนวทางใหม่ๆ เท่านั้นที่คนกลุ่มนี้เชื่อว่าจะทำให้สถานการณ์ดีขึ้น

ในทางวิชาการเราอาจจะจัดข้อเสนอต่างๆ ของกลุ่มนี้ ให้อยู่ในแนวทาง “อุดมคตินิยม” (Idealism) หรือ “สังคมนิยม” (Socialism) หรือเป็นพวก “หัวก้าวหน้า” (Progressive) หรือแม้แต่บางรูปแบบก็เป็น “เสรีนิยม” (Liberalism) หรือเป็น “ฝ่ายซ้าย” (Leftism) ถ้าเข้มข้นมากๆ ก็จัดได้ในแนว “สุดโต่ง” (Extremism) หรือ “ปฏิวัติ” (Revolutionary) ซึ่งทั้งหมดนี้ก็ไม่ใช่เรื่องใหม่ในหลายประเทศ ความสำเร็จและล้มเหลวของแนวทางเหล่านี้ก็มีให้เห็นกันอยู่ในหลายประเทศ

2) กลุ่มที่สองหรือทางเลือกที่สอง: “คงรูปเดิมของประเทศ” (The same country of us) - เป็นแนวทางที่ต้องการรักษาโครงสร้างและการทำงานของประเทศหลักๆ ส่วนใหญ่ไว้ แต่จะปรับปรุงการทำงานของข้าราชการหรือเพิ่มประสิทธิภาพของระบบ โดยมีพรรคการเมืองจำนวนมากที่สุดนำเสนอนโยบายในแนวทางนี้ โดยเฉพาะพรรคการเมืองใหญ่ๆ และกลาง ๆ รวมทั้งกลุ่ม “พรรคพวก” หรือที่เคยบริหารประเทศกันมาแล้วหลายปี ประสบความสำเร็จบ้าง ล้มเหลวบ้าง เป็นแกนสำคัญ หลายพรรคและหลายกลุ่มก็เป็นแนวร่วมจัดตั้งรัฐบาลผสมมาแล้ว และก็คงจะเป็นเช่นนี้ต่อไปในครั้งนี้ โดยผู้ที่สนับสนุนกลุ่มนี้เชื่อว่าการ “พลิกฟ้าพลิกแผ่นดิน” นั้นไม่เกิดประโยชน์แท้จริงต่อประเทศชาติและประชาชน จะทำไม่ได้จริงด้วยซ้ำ ซ้ำร้ายจะเกิดวิกฤตอย่างรุนแรงต่อระบบ ต่อสถาบันหลักๆ ของประเทศ ในที่สุดแล้ว ก็ไม่ใช่ “ถอยหลังเข้าคลอง“ แต่จะเป็น “รัฐล้มเหลว” เพราะคนกลุ่มแรกที่ว่านั้นไม่มีประสบการณ์จริงมาบริหารบ้านเมือง

ในการเลือกตั้งในครั้งนี้ พรรคการเมืองบางพรรคในกลุ่มนี้ได้นำเอาบุคคล “มืออาชีพ” หรือที่ “ดูดี” เข้ามาเสริมทีม บางพรรคจัดให้เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีหรือระบุให้เป็นรัฐมนตรีหากชนะเลือกตั้ง ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับประชาชนว่าถึงจะเคยล้มเหลวในการบริหารมาก่อน แต่ครั้งนี้ก็มีคนเก่งฝีมือดีมาช่วยเสริมทีม แม้ว่าคนเหล่านี้จะมาจากข้าราชการประจำหรือภาคธุรกิจเอกชน เคยได้ประโยชน์หรือประสบความสำเร็จมาจากระบบเดิม และยังต้องพึ่งพาโครงสร้างเดิม ๆ ของกลุ่มเดิม ๆ ในการทำงานก็ตาม แต่คนที่สนับสนุนก็มองว่าไม่น่าจะเป็นปัญหาใหญ่ เพราะระบบก็ต้องเดินต่อไป และคนจำนวนมากก็ยังคงได้รับประโยชน์หรือต้องพึ่งพาระบบเดิมนี้อยู่

ในทางวิชาการเราอาจจะจัดข้อเสนอของกลุ่มนี้ ให้อยู่ในแนวทาง “อนุรักษ์นิยม” (Conservative) หรือ “สัมฤทธิ์ผลนิยม” หรือ “ปฏิบัตินิยม” (Pragmatism) หรืออาจจะเรียกได้ว่าเป็นพวก “หัวเก่า” (Old-fashioned) “ชาตินิยม” (Nationalist) หรือแม้แต่บางรูปแบบก็เรียกได้ว่า “โบราณ” (Old school) หรือเป็น “ฝ่ายขวา” (Rightist) ถ้าเข้มข้นมากๆ ก็จัดอยู่ในแนว “สุดโต่ง” (Extremism) “อำนาจนิยม (Authoritarianism) หรือ “เผด็จการ” (Dictator) ซึ่งทั้งหมดนี้ก็ไม่ใช่เรื่องใหม่ในหลายประเทศเช่นกัน ความสำเร็จและล้มเหลวของแนวทางเหล่านี้ก็มีให้เห็นกันในหลายๆ ประเทศด้วย

3) กลุ่มที่สามหรือทางเลือกที่สาม: “สมดุลใหม่ทางการเมือง” (The New Equilibrium) - เป็นแนวทางที่ไม่ต้องการ “ล้มระบบเดิม” หรือ “รักษาโครงสร้างเก่า” ไว้ทั้งหมด แต่จะหาสมดุลใหม่หรือผสมข้อดีของทั้งสองแนวทางข้างต้นเข้าไว้ด้วยกัน ที่สำคัญจะ “ตรวจสอบและถ่วงดุล” ทั้งสองกลุ่มข้างต้นไม่ให้ “สุดโต่ง” หรือ “เฉื่อยชา” จนเกินไป ซึ่งแนวทางนี้ “สายกลาง” นี้ แทบจะไม่มีพรรคการเมืองใดนำเสนออย่างชัดเจน

แต่ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ถ้าสังเกตให้ดี เราจะเห็นว่าเริ่มมีพรรคการเมืองบางพรรคได้นำเสนอนโยบายบางอย่างที่จะ “ตรวจสอบและถ่วงดุล” (check and balance) การทำงานของพรรคการเมืองขนาดใหญ่และขนาดกลางที่มีโอกาสจะชนะการเลือกตั้งหรือที่อยู่ในอำนาจการเมืองของไทยมานานอย่างจริงจังและเป็นระบบขึ้น และมีวิธีการที่ “คนใน” เท่านั้นที่อาจจะทำได้ ซึ่งจะด้วยเหตุผลหรือปัจจัยอะไรก็ตาม หากทำสำเร็จและไม่ถูกดึงไปเข้าพวกกับสองกลุ่มแรก ก็อาจจะเกิด “สมดุลใหม่” ในการเมืองไทยเป็นครั้งแรกของยุคปัจจุบันก็ได้ แต่ก็ยังนับว่ายากมากและเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น เหตุเพราะจุดยืนทางการเมืองของกลุ่มเช่นว่านี้ ที่เรียกกันว่าเป็น “สายกลาง” (Centrist) หรือ “ขวากลาง” (Center-right) หรือ “ซ้ายกลาง” (Center-left) นั้น จะถูกบีบอยู่ระหว่างสองกลุ่มแรกข้างต้นที่มีคะแนนนิยมสูงกว่า ยกเว้นในบางช่วงเวลาที่คนต้องการสมดุลใหม่ระหว่างสองขั้วข้างต้นที่แตกต่างหรือขัดแย้งกันมากเกินไป

ในทางวิชาการ “การตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจทางการเมือง” หรือที่เรียกกันว่า check and balance นั้น เป็นหัวใจสำคัญหรือเป็นสิ่งที่จำเป็นที่สุดในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งระบอบการปกครองอื่นๆ ไม่มี ทำให้ระบอบประชาธิปไตยถูกมองว่า “เลวน้อยที่สุด” หรือ “ดีกว่า” ระบอบอื่นๆ แต่หากการตรวจสอบและถ่วงดุลมีปัญหา แม้แต่ในประเทศที่ประชาธิปไตย “ตั้งมั่นแล้ว” เช่น สหรัฐอเมริกา ความวุ่นวาย ความไร้เสถียรภาพ การละเมิดสิทธิเสรีภาพ หรือการใช้กำลังเกินขอบเขต ฯลฯ ก็จะเกิดขึ้นได้อย่างที่เราเห็นทุกวันนี้

ดังนั้น ในการเลือกตั้งที่เป็นประชาธิปไตย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหนหรือจะมีอุดมการณ์ทางการเมืองอย่างไร เมื่อเข้ามาบริหารประเทศแล้ว ก็จะต้องมีการตรวจสอบและถ่วงดุลอย่างเหมาะสม ทั้งนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิด “เผด็จการเสียงข้างมาก” หรือการลุแก่อำนาจ อย่างที่เคยเห็นในหลาย ๆ ประเทศ ซึ่งทำให้เกิดวิกฤตของประเทศหรือเกิดสงครามระหว่างประเทศมาแล้ว การตรวจสอบและถ่วงดุลนี้ ยังทำให้เกิดความโปร่งใสและประสิทธิภาพในการนำนโยบายที่หาเสียงไว้ไปปฏิบัติให้เกิดผลได้จริง ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับประชาชนโดยรวมอีกด้วย

4. สรุป - วันพิพากษาของใคร วันที่ 8 กุมภาพันธ์ นี้ เป็นวันตัดสินอนาคตและทิศทางทางการเมืองที่สำคัญอีกวันหนึ่งของคนไทยทุกคน ในครั้งนี้ ดูเหมือนกับว่าเรากำลังเดินเข้าสู่ประตูของ “สามนครใหม่” ของประชาธิปไตย (Three new cities of democracy) ซึ่งก็ไม่มีใครทราบแน่ชัดว่าผลจะเป็นเช่นไร จะดีหรือไม่ และไทยจะก้าวข้ามปัญหาต่างๆ ที่รุมเร้าและรัดตัวได้เมื่อไร

แต่ที่ทราบกันแล้วในวันนี้ก็คือ เสียงในการเมืองไทยปัจจุบัน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับ “สองนคราประชาธิปไตย” หรือโดยประชาชนชาวชนบทและชนชั้นกลางในเมืองใหญ่แบบเดิมอีกต่อไป เงาทะมึนของทุนใหญ่ๆ ทั้งถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย ทั้งข้ามชาติและในชาติ ได้คืบคลานเข้าสู่แทบทุกส่วนในสังคมไทยมากขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้น ผลการเลือกตั้งและการลงประชามติที่จะออกมา จะบอกให้เราทราบได้ว่าประเทศจะต้องพบเจอกับอะไรหลังจากนั้นต่อไป

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
21:21 น. ทำเนียบฯลงตัว! อนุทิน จ่อตั้ง อรรถพล-เพิ่มพูน นั่งที่ปรึกษานายกฯ
21:00 น. บางจากแจงชัด! ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องคลังน้ำมันสุราษฎร์ฯ ที่เป็นข่าว ยันการรับจ่ายน้ำมันเป็นไปตามมาตรฐาน
20:48 น. ช่องจอมร้อน ทหารกัมพูชาเริ่มยั่วยุ ทัพบกเร่งเสริมกำลัง
20:44 น. ครม.นัดพิเศษ อาจมีหารือเรื่องวิกฤตน้ำมัน เหตุเรื่องเร่งด่วน พร้อมถกเตรียมแถลงนโยบาย
20:43 น. ปัตตานีระทึก พบวัตถุต้องสงสัยซ่อนไว้ในแท่งแบริเออข้างถนน
ดูทั้งหมด
ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 1 เมษายน 2569
โมเมนต์ครอบครัว! คุณแม่ลิซ่าโพสต์ภาพร่วมเฟรม อวยพรวันเกิดลูกสาว
มาแล้ว!!! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 30 มี.ค.-5 เม.ย.69
จะได้หายสงสัย! ดร.อานนท์ ร่ายยาว ปมใบปริญญา ศุภจี จาก Northrop University
มาแล้ว!!! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 1-7 เม.ย.69
ดูทั้งหมด
20 นาทีสุนทรพจน์ทรัมป์แสดงถึงอาการ..ผู้นำกำเริบ
เมื่อ ‘มืออาชีพ’ นำทาง ‘การเมือง’ สัญญาณบวกฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจไทย
เปอร์เซียที่ผ่านมาหลายศึก พร้อมสู้ศึกอเมริกัน
รักประชาชน?
บุคคลแนวหน้า : 4 เมษายน 2569
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

บางจากแจงชัด! ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องคลังน้ำมันสุราษฎร์ฯ ที่เป็นข่าว ยันการรับจ่ายน้ำมันเป็นไปตามมาตรฐาน

ครม.นัดพิเศษ อาจมีหารือเรื่องวิกฤตน้ำมัน เหตุเรื่องเร่งด่วน พร้อมถกเตรียมแถลงนโยบาย

ปัตตานีระทึก พบวัตถุต้องสงสัยซ่อนไว้ในแท่งแบริเออข้างถนน

ฮ่องกงกระอัก! ราคาน้ำมันพุ่งทุบสถิติแพงที่สุดในโลก ทะลุลิตรละ 150 บาท

True ยืนยันระบบยังปลอดภัย ไร้ร่องรอยการละเมิดข้อมูล

เพื่อไทย จับมือ Tesla รุกฆาตเทคโนโลยี Physical AI ปั้นไทยสู่ฮับหุ่นยนต์และยานยนต์อัจฉริยะ

  • Breaking News
  • ทำเนียบฯลงตัว! อนุทิน จ่อตั้ง อรรถพล-เพิ่มพูน นั่งที่ปรึกษานายกฯ ทำเนียบฯลงตัว! อนุทิน จ่อตั้ง อรรถพล-เพิ่มพูน นั่งที่ปรึกษานายกฯ
  • บางจากแจงชัด! ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องคลังน้ำมันสุราษฎร์ฯ ที่เป็นข่าว ยันการรับจ่ายน้ำมันเป็นไปตามมาตรฐาน บางจากแจงชัด! ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องคลังน้ำมันสุราษฎร์ฯ ที่เป็นข่าว ยันการรับจ่ายน้ำมันเป็นไปตามมาตรฐาน
  • ช่องจอมร้อน ทหารกัมพูชาเริ่มยั่วยุ ทัพบกเร่งเสริมกำลัง ช่องจอมร้อน ทหารกัมพูชาเริ่มยั่วยุ ทัพบกเร่งเสริมกำลัง
  • ครม.นัดพิเศษ อาจมีหารือเรื่องวิกฤตน้ำมัน เหตุเรื่องเร่งด่วน พร้อมถกเตรียมแถลงนโยบาย ครม.นัดพิเศษ อาจมีหารือเรื่องวิกฤตน้ำมัน เหตุเรื่องเร่งด่วน พร้อมถกเตรียมแถลงนโยบาย
  • ปัตตานีระทึก พบวัตถุต้องสงสัยซ่อนไว้ในแท่งแบริเออข้างถนน ปัตตานีระทึก พบวัตถุต้องสงสัยซ่อนไว้ในแท่งแบริเออข้างถนน
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

‘ภาวะผู้นำ’ ในภาวะวิกฤตน้ำมัน

‘ภาวะผู้นำ’ ในภาวะวิกฤตน้ำมัน

1 เม.ย. 2569

จะรอดจากวิกฤตน้ำมันกันอย่างไร?

จะรอดจากวิกฤตน้ำมันกันอย่างไร?

29 มี.ค. 2569

ว่าด้วย ‘ยก/ไม่ยก’ MOU43

ว่าด้วย ‘ยก/ไม่ยก’ MOU43

24 มี.ค. 2569

วิกฤตน้ำมัน...ทางตันที่ ‘อนุทิน’ ฝ่า

วิกฤตน้ำมัน...ทางตันที่ ‘อนุทิน’ ฝ่า

22 มี.ค. 2569

ลิ้นสองแฉกของ ‘พรรคส้ม’

ลิ้นสองแฉกของ ‘พรรคส้ม’

18 มี.ค. 2569

โลกจะจดจำ ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ แบบไหน

โลกจะจดจำ ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ แบบไหน

15 มี.ค. 2569

‘ความฉิบหาย’ ของ ‘มะพร้าวน้ำหอม’

‘ความฉิบหาย’ ของ ‘มะพร้าวน้ำหอม’

8 มี.ค. 2569

พรรคส้ม : รอยร้าวก่อนพังทลาย

พรรคส้ม : รอยร้าวก่อนพังทลาย

4 มี.ค. 2569

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved