วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
การหาทางออกจาก “วิกฤตการณ์น้ำมัน” เป็นเรื่องใหญ่ของทุกๆ ประเทศในโลก เฉพาะประเทศไทยของเรา มีการถกเถียงกันในเรื่องนี้อย่างมากมาย
นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ออกมาโพสต์ข้อความว่า “พาณิชย์ ต้องเบรคด่วน ! น้ำมันสต๊อกเก่า ขึ้นพรวด 6 บาท
ผมว่าเกินไปแล้ว เพราะแบบนี้ โรงกลั่นถึงกั๊กน้ำมัน เก็บไว้ขายทำกำไร มันสต๊อกเก่า จะขึ้นราคาแบบนี้ไม่ได้ ของจริงตัวแพงยังไม่มานะครับ” ซึ่งเป็นความเห็นที่มองว่าราคาน้ำมันขึ้นเร็วเกินจริง และอาจมีการกักตุนเพื่อกำไร ทั้งที่เหตุผลยังไม่ครบตามกลไกราคาตลาดจริง
ต่อมา ผู้ใช้เฟซบุ๊ก “Withawatt “Cozy” Tansuhaj” ได้ออกมาโพสต์ข้อความ โต้แย้งต่อโพสต์ของนายอรรถวิชช์ โดยได้ระบุข้อความว่า
“มีสองเรื่องที่ขอแย้งจากโพสต์นี้ของท่าน สส. จากคนที่เรียนจบ MBA มานะครับ สินค้าราคาผันผวนสูง ไม่มีบรรษัทไหน ถ้าต้นทุนประกาศขึ้นแล้วเขาจะขายของเก่าในราคาเดิมจนหมดก่อนหรอกครับ เขาจะต้องปรับขายตามราคาขึ้นไปเลย เพราะต้องเอาเงินที่ได้มาจ่ายซื้อของราคาใหม่ที่แพงขึ้นมาขาย หลักนี้เขาเรียก FIFO first in first out
ไม่มีบรรษัทไหนในโลกจะขายราคาเดิม เอาเงินสำรองมาทบแล้วไปซื้อราคาใหม่ที่แพงกว่ามาขายหรอกครับ เพราะมันจะวนกลับ ถ้าราคาตลาดโลกมันลง แล้วโรงน้ำมันยังถือสต๊อกราคาแพงกว่าตลาด ในกรณีที่ราคาโลกลด น้ำมันหน้าปั๊มก็ต้องมีลดตามราคาประกาศ ถ้าโรงกลั่นไม่ลงตาม อ้างว่ายังมีสต๊อกเดิมที่ราคาแพง รับรองเลยต้องโดนด่าอีก ว่าทำไมราคาโลกลดแล้วถึงไม่ลดตาม
ดังนั้น แพงขึ้นก็ต้องขึ้นเลย ลดลงก็ต้องลดเลยตามหน้าบัญชีกำไรหรือขาดทุน มันก็จะไปถัวเฉลี่ยกันตรงนั้น พวกที่ด่ากันตอนนี้หวังว่าคงพอเข้าใจ
สมัยผมค้าวัสดุก่อสร้าง โรงงานแจ้งปูนขึ้นถุงละ 5 บาท อีกวันผมก็ขึ้นราคาสต๊อกเก่า 5 บาทหมด เพราะอะไร เพราะถ้าอีกสองสามสัปดาห์โรงปูนแจ้งลง 3 บาท อีกวันผมก็ต้องลดราคาปูน 3 บาทเช่นกัน ทั้งที่สต๊อกเก่ายังมีราคาซื้อมาแพง 5 บาท ไม่ลงไม่ได้ครับ เพราะร้านอื่นเขาลงหมด ค้าขายก็แบบนี้แหละ บางคนไม่เคย เป็นแค่นักวิชาการก็ไม่รู้หรอก
ส่วนเรื่องโรงกลั่นคลังน้ำมันกักตุน ตอนนี้ประเทศไทยมีบรรษัทกลั่นน้ำมัน 6 บริษัท จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ทั้งหมด ถ้าไม่ไว้ใจรัฐบาล ท่าน สส. ฝ่ายค้านสามารถตั้งกรรมาธิการขอยื่นเรื่องตรวจสต๊อกย้อนหลังได้ เพราะน้ำมันไม่ใช่น้ำเปล่านะครับ มันต้องมีครบ ทั้งจำนวนซื้อ จำนวนกลั่น จำนวนจ่ายออก ทุกขั้นตอนต้องมีคนเซ็นรับรอง เพราะกำไรมันต้องจ่ายคืนปันผลผู้ถือหุ้นรายย่อย
เมื่อวาน สส.ส้มบอก จะเปิดชื่อไอ้โม่งที่ตุนน้ำมัน ก็รอฟังชื่อ สุดท้ายก็ไม่มีบอก ผมก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าใคร มันอยู่เบื้องหลังและน้ำมันเป็นพันล้านลิตร (เพราะเห็นบอกว่ากำไรหมื่นล้าน) ที่ว่าเอาไปเก็บไว้น่ะ มันไปเก็บกันไว้ที่ตรงไหน ทำงานเลยครับ ขอเข้าตรวจอะไรก็ว่าไป ผมรอดู”
ขณะที่ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย กล่าวเสนอญัตติเรื่องวิกฤตน้ำมัน ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรว่า ปัญหาขณะนี้คือ เรื่องการสื่อสารไปคนละทางจนประชาชนสับสน แม้กระทรวงพลังงานยืนยันมีปริมาณสำรองน้ำมันดิบเพียงพอใช้ได้เป็นร้อยวัน โรงกลั่นเดินเครื่องเต็มสูบกลั่นน้ำมันเพิ่มขึ้น ไม่มีลดลง น้ำมันออกจากโรงกลั่นไปถึงผู้ค้าน้ำมันปริมาณมากกว่า 77-84 ล้านลิตร แต่อดสงสัยไม่ได้ว่า เหตุใดปั๊มน้ำมันหลายแห่งได้รับโควตาน้ำมันน้อยลง ข้อมูลสวนทางกัน
สิ่งแรกที่ต้องทำ คือ การรวบรวมข้อมูลทุกขั้นตอนเปิดเผยให้ประชาชนรับรู้เรื่องการผลิตน้ำมันส่งออกให้ปั๊ม เหตุใดไม่สามารถนำข้อมูลเหล่านี้มาเปิดเผยต่อสาธารณะ ช่วยคลายความตื่นตระหนกของประชาชนได้ ทุกหน่วยงานต้องนำเสนอข้อมูลว่า กลั่นน้ำมันเท่าไร ส่งให้ปั๊มเท่าไร เพื่อให้รัฐบาลทำงานง่ายขึ้น
ถ้าสถานการณ์บานปลายต้องใช้มาตรการเข้มงวดขึ้น เรื่องเงินกองทุนน้ำมันเป็นสิ่งสะกดจิตคนไทยว่า ยังมีน้ำมันใช้ราคาถูก ขณะที่เพื่อนบ้านใช้น้ำมันลิตรละ 50 กว่าบาท ควรทบทวนกลไกกองทุนน้ำมัน ต้องใช้ชดเชยชั่วคราวไม่ใช่ถาวร จะอยู่กับความจริงหรือโลกจินตนาการ
“วันนี้ยังไม่รู้ว่า รมว.พลังงานคนใหม่เป็นใคร แต่ขอใช้โอกาสนี้ ส่งข้อความไปยังรมว.พลังงานคนใหม่ ถ้าท่านลืม ก็ฝากเพื่อนสมาชิกไปเตือนสติท่านด้วย เข้าใจว่า ปัญหาพลังงานมีคนเก่งเยอะมาก แต่คนที่จะเข้าไปทำไม่มีความกล้า พอไปดำรงตำแหน่งก็ขาดเจตจำนงทางการเมือง ขอเตือนสติท่าน อย่าฟังข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ที่เสนอมา มากกว่าข้อมูลจากประชาชน ให้เชื่อประชาชน ตั้งใจทำงานให้ดี ใช้ความกล้าและเจตจำนงทางการเมืองมาแก้ปัญหา” นายเอกนัฏกล่าว
นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า ความล้มเหลวการบริหารจัดการของรัฐบาลในการแก้ปัญหาน้ำมันขาดแคลนมี 3 ข้อ คือ
1.โรงกลั่นไม่ส่งน้ำมันอย่างเพียงพอให้ปั๊มน้ำมัน ยืนยัน ไอ้โม่งมีจริง รัฐบาลรู้ว่าโรงกลั่นไม่ส่งน้ำมันให้ปั๊ม แต่ไม่ติดตามว่าน้ำมันไปอยู่ในมือใคร
2.โครงสร้างราคาน้ำมันมีปัญหา ประเทศไทยมีราคาน้ำมัน 3 ตลาด คือ
2.1.ราคาหน้าปั๊มที่ได้รับการชดเชย มีราคาต่ำสุด
2.2. ราคาขายส่งผ่านจ๊อบเบอร์ ไม่ได้รับการชดเชยราคา
2.3.ราคาน้ำมันเขียวชาวประมง ได้รับยกเว้นภาษีสรรพสามิต แต่รัฐบาลไม่สามารถป้องกันให้ผู้ซื้อจากตลาดอื่นแห่มาซื้อราคาหน้าปั๊มน้ำมันที่ได้รับการชดเชย ภาคอุตสาหกรรมควรซื้อจากจ๊อบเบอร์มาแย่งซื้อหน้าปั๊มที่มีราคาถูกกว่า
3.กองทุนน้ำมันมีหนี้สะสม 2 หมื่นกว่าล้านบาท แต่ไม่มีมติ ครม. ให้กองทุนน้ำมันกู้เงินมาชดใช้ให้กับผู้ค้าน้ำมันได้ ทำให้โรงกลั่นไม่ส่งน้ำมันให้ปั๊มน้ำมัน เพราะยิ่งขาย ยิ่งขาดสภาพคล่อง ประชาชนทราบไอ้โม่งมีอยู่จริง รัฐบาลควรเอาจริงแก้ปัญหา เพราะสุ่มเสี่ยงให้ประชาชนคิดเลยเถิดว่า รัฐบาลกับไอ้โม่งเป็นพวกเดียวกัน
นายกรณ์กล่าวว่า เรื่องราคาน้ำมันที่นายกฯส่งสัญญาณลอยตัวราคาน้ำมันนั้น ประชาชนสับสนว่า ราคาหน้าปั๊มจะไปถึง 50 บาทหรือไม่ ความล้มเหลวการควบคุมราคา เพราะรัฐบาลไม่ได้ไปดูสต๊อกน้ำมันของโรงกลั่นตั้งแต่แรก ปล่อยให้โรงกลั่นฟันกำไรขายน้ำมันในสต๊อกเดิมก่อนมีวิกฤตราคาน้ำมัน และให้โรงกลั่นขายน้ำมันในราคาค่าการกลั่นที่สูงกว่าปกติ 3 เท่า ได้กำไรจากสต๊อกน้ำมันเดิม และค่าการกลั่น ถึงเวลาต้องทบทวน เพราะทำให้ราคาน้ำมันแพงเกินจริง
ส่วนภาษีสรรพสามิตน้ำมันอยู่ที่ 6.95 บาทต่อลิตร ไม่ลดแม้แต่สตางค์ รัฐบาลส่งสัญญาณให้ประชาชนประหยัดน้ำมัน รัฐบาลควรมีส่วนร่วมด้วย กำไรที่เกินควรจากโรงกลั่นควรแบ่งมาช่วยลดภาระในกองทุนน้ำมัน ควรลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันลง 6 บาท 2 ข้อเสนอนี้จะช่วยให้น้ำมันถูกลงลิตรละ 9 บาท ทุกรัฐบาลมีวิกฤตของตัวเอง วิกฤตรัฐบาลชุดนี้ คือ วิกฤตตะวันออกกลาง รัฐบาลควรพูดความจริง ไม่ผลักให้ข้าราชการ อธิบดี ปลัดกระทรวงต่างๆ ออกมาพูดแทนรัฐบาล ฝากรัฐมนตรีอย่าแอบ อย่าซ่อน อย่าหนี ประชาชนต้องการฟังคำชี้แจงเพื่อสร้างความมั่นใจ คลายความตื่นตระหนก
ด้าน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวในงาน Meet the Press ในหัวข้อ “1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทย ในโลกที่ไม่เหมือนเดิม” ว่า
สถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ในตอนนี้ 1 เดือนแล้ว ทุกประเทศในโลกนี้ก็ประสบปัญหาความมั่นคงทางพลังงานอย่างเท่าเทียมกันแทบทุกประเทศ ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นทั่วโลกหลายประเทศมีสถานการณ์ขาดแคลนน้ำมัน และทุกประเทศก็ได้ออกมาตรการต่างๆ เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนในประเทศได้ร่วมกันประหยัดพลังงาน จนถึงตอนนี้ ก็ถือว่าสถานการณ์ยังมีความทรงตัวอยู่ มีความพยายามริเริ่มการเจรจาระหว่างประเทศคู่ขัดแย้ง แต่ก็ยังไม่มีสัญญาณที่เป็นบวกอย่างชัดเจน ดังนั้น ทั้งโลกก็ยังคงจะต้องปรับตัวเพื่อรับมือกับวิกฤตการณ์ในครั้งนี้
ในช่วงเวลาที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงครึ่งเดือนแรกของเดือนมี.ค. ตนต้องขออภัยและขอโทษพี่น้องประชาชนต่อความปั่นป่วนที่เกิดขึ้น จากการบริหารราคาน้ำมัน เราตัดสินใจใน 15 วันแรก ที่จะพยุงราคาน้ำมันไว้เพื่อไม่ให้เกิดความเดือดร้อนกับประชาชน ให้ประชาชนได้มีการปรับตัว
แต่วันนี้สถานการณ์เปลี่ยนไป ดูแล้วน่าจะไม่จบเร็ว รัฐบาลก็จะต้องดำเนินการปรับตัวอยู่ตลอดเวลา และปรับมาตรการให้เหมาะสม เน้นการประคับประคอง ลดผลกระทบต่อประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเปราะบาง กลุ่มที่มีรายได้น้อย กลุ่มเกษตรกร กลุ่มผู้ประกอบการที่ใช้น้ำมันขนส่งประมง อุตสาหกรรม เพื่อที่จะทำให้การดูแลค่าใช้จ่ายต่างๆ ตลอดจนค่าครองชีพ ของผู้มีรายได้น้อยให้ดีที่สุด เท่าที่รัฐบาลจะทำได้
ซึ่งในส่วนของแนวทางการรับมือ ทุกฝ่ายได้ทุ่มเทความพยายามอย่างสุดความสามารถ ซึ่งล่าสุด กระทรวงการต่างประเทศใช้เวลาและความพยายามในการเจรจากับประเทศอิหร่านจนในที่สุดก็สามารถทำให้ประเทศอิหร่านอนุญาตให้เรือขนส่งน้ำมันของไทยสามารถแหล่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ได้อย่างปลอดภัย ซึ่งความสำเร็จในการเจรจาครั้งนี้ก็จะทำให้ความกังวลในเรื่องของน้ำมันดิบลงได้ เราสามารถสร้างความมั่นใจได้มากขึ้นว่าในเรื่องของระบบการขนส่งก็จะไม่มีปัญหา อย่างที่เกิดขึ้นเมื่อตอนต้นเดือน มี.ค.
ส่วนเรื่องของสถานการณ์น้ำมันขณะนี้ถือว่าสถานการณ์ที่เรียกว่าน้ำมันช็อตหรือขาดแคลนน้ำมันหน้าปั๊มในบางพื้นที่เริ่มมีการคลี่คลายลงมาแล้ว ถึงแม้ว่าเรายังสามารถผลิตได้เท่าเดิม และนำเข้าน้ำมันได้อยู่อย่างต่อเนื่อง มีสำรองน้ำมันเพิ่มจำนวนมากขึ้น แต่เราก็ไม่ได้ประมาท เราได้แก้ไขสถานการณ์โดยการเพิ่มรอบและเวลาในการขนส่ง แม้กระทั่งการอัดฉีดน้ำมันสำรองเข้าไปในระบบ เพื่อให้รองรับกับความต้องการในประเทศของประชาชนที่อยู่ในภาวะตื่นตระหนกต้องการที่จะสำรองหรือตุน ซึ่งตนไม่ได้บอกว่ากักตุน แต่การตุนก็ถือว่าเป็นสิทธิ์ของประชาชนที่จะสร้างความมั่นใจให้กับตัวเอง ทำให้ความต้องการปริมาณน้ำมันมากยิ่งขึ้น เราก็ไม่อยากไปเบรกประชาชน เพราะประชาชนก็ยังมีความตื่นตระหนกอยู่ เราจึงนำน้ำมันสำรองอัดฉีดเพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้น ในขณะเดียวกันเรามีการปราบปรามเรื่องของทำผิดกฎหมาย โดยเจ้าหน้าที่ดำเนินคดีและล่าสุดคือการตรึงราคาที่มีผลชัดเจนที่ทำให้เกิดการลดการลักลอบนำเข้าน้ำมันหรือส่งน้ำมันเถื่อนออกขาย เพื่อทำกำไรและเป็นการลดภาระของกองทุนน้ำมันที่ติดลบด้วย
คำว่าหยุดตรึงราคานี้ ต้องขอทำความเข้าใจว่ายังไม่เท่ากับการลอยตัวเหมือนในหลายประเทศ ประเทศไทยเราโดยรัฐบาลไทยเรายังคงใช้กองทุนน้ำมันอุดหนุนอยู่ แต่ในอัตราส่วนที่น้อยลงจากที่เราอุดหนุนไปถึงลิตรละ 24 บาทหมายถึงน้ำมันดีเซลที่ให้ประชาชนใช้ทั่วประเทศทุกลิตรอุดหนุนถึงลิตรละ 24 บาท แต่เมื่อมีการหยุดตรึงราคาแล้ว เราปล่อยให้มันลอยตัวไปตามกลไกของตลาดโลก สิ่งที่เกิดขึ้นคือเมื่อราคามันใกล้เคียงกับประเทศเพื่อนบ้าน ความพยายามของคนที่จะใช้โอกาสลักลอบนำน้ำมันไปขายนอกประเทศก็จะไม่คุ้มค่า เขาก็ไม่ทำ ดังนั้น รัฐก็สามารถลดอัตราการอุดหนุนจากลิตรละ 24 บาทในราคาปัจจุบันมาเป็นลิตรละ 16 บาท ซึ่งทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายและประหยัดงบประมาณในการนำมาอุดหนุนราคาน้ำมัน ซึ่งเราใช้เฉลี่ย ณ วันนี้ 82 ล้านลิตร ทั้งที่ในสภาวะปกติคือก่อนถึงวันที่ 1 มี.ค.ที่ผ่านมา ก่อนมีสงครามเราใช้เพียง 67 ล้านลิตรต่อวัน ฉะนั้นตรงนี้เรากำลังที่จะต้องปรับให้มันลดลงไปสู่สภาวะปกติให้ได้
ต้องขอเรียนย้ำประชาชนว่าก่อนเกิดการขัดแย้งทางตะวันออกกลาง ประชาชนได้ใช้น้ำมันดีเซลเพื่ออุตสาหกรรมต่างๆ อยู่ที่ 67 ล้านลิตร นั่นคือสภาวะที่ยังไม่ได้มีการรณรงค์ให้เกิดการประหยัดน้ำมัน ดังนั้น วันนี้รัฐบาลยืนยันว่าถ้าเราเพียงแต่กลับไปถึงจุด 67 ล้านลิตร เราสามารถใช้ชีวิตได้ปกติ จนถึงสงกรานต์จะว่าไปแล้วทั้งปีก็ได้ ฉะนั้นตรงนี้รัฐบาลอยากขอความร่วมมือประชาชนส่วนที่เกินขึ้นไปถึงวันละ 85 ล้านลิตร เกิดจากความตื่นตระหนกและความกังวล แต่ขอให้มั่นใจว่าไม่ต้องตื่นตระหนกและกังวลน้ำมันที่ใช้ในประเทศตามความต้องการของประชาชนมีให้ประชาชนใช้ได้อย่างแน่นอน ทั้งนี้ รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับผู้มีรายได้น้อยเป็นลำดับแรก กระทรวงพาณิชย์มีสินค้าในโครงการไทยช่วยไทย หรือร้านธงฟ้า นำสินค้าเหล่านี้ออกมาให้ประชาชนทั่วไปได้ซื้อในราคาที่ต่ำกว่าราคาตลาดเป้าหมายคือให้ต่ำกว่า 25% ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.นี้
ถ้าเราร่วมกันลดค่าใช้จ่าย ลดการใช้น้ำมันเพียง 1 ลิตรเท่านั้น เราจะเซฟเงินได้วันละ 600 ล้านบาท สามารถนำไปเพิ่มมาตรการในการช่วยเหลือในเรื่องต่างๆ เช่น มาตรการคนละครึ่งพลัสก็จะออกมาทันที เพื่อให้ประชาชนได้มีทางเลือกในการที่จะใช้ค่าใช้จ่ายและกระตุ้นเศรษฐกิจในยามที่เราอยู่ในสถานการณ์วิกฤตการณ์ทางด้านน้ำมัน
“ถ้าเราร่วมมือร่วมใจกันเราก็จะสามารถผ่านวิกฤตนี้ไปได้แน่นอน สงกรานต์นี้ผมและได้เรียกประชุมผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ได้ถามหลายจังหวัดและได้ไล่จี้ โดยผู้ว่าราชการแต่ละจังหวัดบอกว่าสามารถควบคุมไม่ให้เกิดการช็อตหรือการขาดน้ำมันในแต่ละจังหวัดได้ ซึ่งประชาชนเดินทางกลับบ้านช่วงสงกรานต์นำรถเข้าไปเติมน้ำมันในปั๊มได้ตลอดไม่ต้องกลัวว่าจะกลับไม่ถึงบ้าน เพราะทุกจังหวัดได้รับข้อสั่งการว่า จะต้องบริหารจัดการปั๊มน้ำมันที่อยู่บนถนนสายหลักว่า ปั๊มน้ำมันจะต้องมีน้ำมันบริการอยู่ตลอดเวลา ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดได้ยืนยันกับผมว่า สถานการณ์การจ่ายน้ำมันที่ปั๊มมากขึ้นแล้ว และในส่วนของจ๊อบเบอร์ที่นำน้ำมันไปขายยังชุมชนหรือโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ ทุกวันนี้ได้ราคาที่ไม่แตกต่างจากราคาปั๊ม” นายกฯ กล่าว
สรุป : สำหรับรัฐบาลแล้ว ไม่มีอะไรจะดีไปกว่าการทำให้โปร่งใส ตรวจสอบได้ ไร้ทุจริต ขณะที่การตรวจสอบและถกเถียง ก็ต้องเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ เพื่อพากันออกจากวิกฤตน้ำมันให้ทุกคน “บอบช้ำ” น้อยที่สุด !

เลขนี้มาแน่! มัดรวมเลขเด็ด 16 พ.ค.69 สถิติวันเสาร์ทำถึงมาก ใครพลาดมีร้อง
ดร.ธนพร เข้าขอโทษ ภูมิธรรม หลังเจอฟ้อง ยกเป็นบทเรียนเตือนสตินักวิพากษ์วิจารณ์
จุดธูปขอเลขสร้างเจดีย์ อึ้งผลลัพธ์ตรงเป๊ะ ทะเบียนรถช่าง-อายุคนตาย!
ทรัมป์ คุยกับ สี จิ้นผิง ปมอิหร่านแค่ย้ำจุดยืน ไม่ได้ขอความช่วยเหลือจากจีน
ทร.ลุ้นรัฐบาลไฟเขียวแจงงบ ฟริเกตลำที่ 2 ปี 70 ผบ.ทร.ระบุ นายกฯ กำชับให้เลือกสิ่งที่ที่ดีที่สุด

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี