Logo วันพุธ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / เส้นใต้บรรทัด
เส้นใต้บรรทัด

เส้นใต้บรรทัด

จิตกร บุษบา
วันพุธ ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 02.00 น.
‘แลนด์บริดจ์’ โครงการที่ต้อง ‘ชั่งน้ำหนัก’

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

เมื่อพูดถึงโครงการ “แลนด์บริดจ์” ที่รัฐบาลพยายามรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายอยู่ในขณะนี้ ขอขีด “เส้นใต้บรรทัด” ไว้ที่คำว่า“ชั่งน้ำหนัก” หากผิดพลาดที่สิ่งที่ อ่าวไทยทะเลอันดามัน และพื้นที่ภาคใต้ของราชอาณาจักรไทย อาจไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

1) ปวริศ อนุสรณ์พานิช นักวิชาการอิสระ ขมวดประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ “โครงการแลนด์บริดจ์” ไว้อย่างกระชับ และมีประเด็นที่ชัดเจน ภายใต้หัวข้อ “เส้นทางเศรษฐกิจใหม่ หรือแค่สวรรค์นายทุน” ว่า


“แลนด์บริดจ์” มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เชื่อมต่อระหว่างทะเลฝั่งอ่าวไทย (จ.ชุมพร) กับทะเลฝั่งอันดามัน(จ.ระนอง) ผ่านการสร้างท่าเรือน้ำลึก 2 ชายฝั่งเส้นทางขนส่งระบบราง (รถไฟทางคู่) เส้นทางขนส่งทางท่อลำเลียง และโครงข่ายถนนตัดตรง (ซูเปอร์มอเตอร์เวย์) ตัดผ่านระยะทางประมาณกว่า 90 กิโลเมตร เพื่อยกระดับศักยภาพด้านโลจิสติกส์ของประเทศไทย และลดระยะเวลาการขนส่ง ที่ปัจจุบันต้องเดินทางอ้อมผ่านช่องแคบมะละกา

อภิมหาเมกะโปรเจกต์โครงการนี้ ไม่ใช่เรื่องใหม่ เป็นแผนงานที่มีมานานแล้วในหลายรัฐบาลก่อนหน้า

แต่ยังไม่เคยได้เกิดขึ้นจริง จนกระทั่งหลายเดือนที่ผ่านมา ถูกหยิบยกขึ้นมาผลักดันอีกครั้ง เพื่อหวังผลให้โครงการนี้เกิดขึ้น และได้เริ่มต้นดำเนินการในระยะเร่งด่วน

หากพิจารณาอย่างตรงไปตรงมา ต้องยอมรับว่า “โครงการแลนด์บริดจ์” ยังมีประเด็นที่ต้องใช้เวลาพิจารณา กับข้อคำถามเชิงนโยบายที่สำคัญ ถึงปัจจัยความเสี่ยงที่อาจเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มการเมือง และทุนขนาดใหญ่ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับการออกแบบนโยบาย และระบบกำกับดูแลของภาครัฐเป็นสำคัญ ที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบและรัดกุม ในการออกกฎหมายควบคุมกิจการ และไม่ควรรีบเร่งดำเนินการจนเกินไป

เหตุผลที่สังคมกังวลว่า โครงการลักษณะนี้ หากขาดกลไกกำกับดูแลที่เหมาะสม อาจเอื้อประโยชน์ต่อภาคทุน

ประการแรก : ขนาดของเงินลงทุนที่มหาศาล ประมาณการมูลค่า 1 ล้านล้านบาทส่งผลให้ภาครัฐจำเป็นต้องพึ่งพาการร่วมลงทุนกับภาคเอกชนรายใหญ่ รวมถึงงบประมาณสมทบจากทุนต่างชาติ ซึ่งย่อมมีอำนาจการต่อรองที่สูง

ประการที่สอง : โครงสร้างรายได้ของโครงการ ไม่ว่าจะเป็นค่าบริการท่าเรือ ธุรกิจโลจิสติกส์ หรือการพัฒนาเชิงพาณิชย์ในพื้นที่โดยรอบ อาจตกอยู่กับผู้ได้รับสัมปทานผูกขาดในระยะยาว หากขาดการออกแบบที่รัดกุม อาจกระทบต่อผลประโยชน์ของรัฐและประชาชนผู้เสียภาษี

ประการที่สาม : ด้วยงบประมาณโครงการที่มีมูลค่าสูงกว่า 1 ล้านล้านบาท ทำให้อาจมีการเปิดโอกาส “ตั้งงบประมาณเร่งด่วน” ที่อาจมีความเสี่ยงต่อความโปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้าง

ประการที่สี่ : โครงการนี้มีขนาดมหาศาล เกี่ยวข้องกับการใช้ที่ดินจำนวนมาก หากกระบวนการเวนคืนและชดเชยไม่เป็นธรรมอาจส่งผลกระทบต่อชุมชนในพื้นที่ รวมถึงด้านสิ่งแวดล้อมและในขณะเดียวกัน ถ้าหากกระบวนการคัดเลือกผู้รับเหมาดำเนินการภาคส่วนเอกชนขาดความโปร่งใส หรือไม่มีการแข่งขันอย่างแท้จริง ก็จะยิ่งตอกย้ำข้อกังขาเรื่องการเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนอย่างมีนัยสำคัญ

ประการที่ห้า : ปัจจัยทางด้านดินแดนและความมั่นคง ที่ต้องหารืออย่างเข้มข้น และรอบคอบ ระหว่างรัฐบาล กับ 4 เหล่าทัพ ตลอดจนภาคราชการที่เกี่ยวข้อง รวมถึงควรมีการทำประชามติเพื่อสำรวจความเห็นชอบจากประชาชน ยิ่งไปกว่านั้น ควรพิจารณาถึงความคุ้มค่าในการลงทุนมหาศาล กับศักยภาพในการทำกำไรได้ในอนาคต หลังจากการก่อสร้างเส้นทาง
แล้วเสร็จ

อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงเหล่านี้สามารถลดลงได้ หากภาครัฐดำเนินการอย่างมีธรรมาภิบาลคือ มีการแต่งตั้งคณะดำเนินงานอย่างรอบคอบ ถูกต้องตามคุณสมบัติความเชี่ยวชาญ มีการ
กำหนดสัดส่วนผลตอบแทนของรัฐอย่างเหมาะสมมีการคุ้มครองสิทธิของประชาชนในพื้นที่ และมีการเชื่อมโยงโครงการกับการพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น เพื่อให้เกิดการกระจายสิทธิประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

สิ่งที่น่าห่วง คือ ความรอบคอบของ คุณภาพการออกแบบแผนนโยบาย และความโปร่งใสในการดำเนินงานของรัฐ ว่าสุดท้ายแล้วโครงการนี้จะสร้างประโยชน์ให้แก่ “คนทั้งประเทศ”หรือกระจุกตัวอยู่กับ “ผู้ได้รับผลประโยชน์บางกลุ่ม”เท่านั้น เหมือนหลายเหตุการณ์ที่ผ่านมากับกลุ่มทุนขนาดใหญ่ที่มีบทบาททางการเมือง

ประเด็นสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่โครงการควรเกิดหรือไม่ แต่อยู่ที่จะออกแบบอย่างไร เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อสาธารณะอย่างแท้จริง

2) นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ก็มีความกล้าหาญที่จะแสดงท่าทีว่า

โครงการแลนด์บริดจ์ (Landbridge) แม้จะยังไม่ได้หารือกันอย่างเป็นทางการในคณะรัฐมนตรี(ครม.) แต่ส่วนตัวมองว่า หัวใจสำคัญคือ การบริหารจัดการท่าเรือน้ำลึกที่จังหวัดชุมพรและระนองให้มีประสิทธิภาพ ทั้งการขนถ่ายสินค้าและการเชื่อมต่อระหว่างกัน ไม่ว่าจะเป็นทางรถไฟ ทางถนน หรือระบบท่อส่ง ซึ่งต้องพิจารณาอย่างรอบคอบว่า ควรอยู่บนพื้นราบหรือทางยกระดับ

ทั้งนี้ ต้องเรียนว่า พื้นที่แถวนั้นอุดมสมบูรณ์มาก การดำเนินการจะต้องประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและเปรียบเทียบต้นทุนกับเวลาที่ประหยัด และเมื่อเทียบกับการผ่านช่องแคบมะละกา ท่ามกลางสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลกที่เปลี่ยนไป ต้องชั่งน้ำหนักให้ดีว่าประเทศไทยจะยืนอยู่ตรงไหนในระบบเศรษฐกิจโลกยุคใหม่

และที่สำคัญที่สุด คือ ต้องฟังเสียงของพี่น้องชาวชุมพรและระนองในฐานะเจ้าของพื้นที่ด้วย ในฐานะที่เคยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทุกคนคงทราบดีว่า ผมให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์มากแค่ไหน นอกจากนี้ ประเด็นเรื่องการจะขยายพื้นที่นิคมฯ ในบริเวณดังกล่าวนั้น ก็เป็นเรื่องละเอียดอ่อน เพราะมีเขตอุทยานแห่งชาติอยู่มาก

แต่การพัฒนาประเทศต้องอาศัยความสมดุลเปรียบเหมือนรถยนต์ที่กระทรวงอุตสาหกรรมคือคันเร่ง ถ้าเหยียบอย่างเดียวโดยไม่แตะเบรกเลยก็จะเกิดอุบัติเหตุ แต่ถ้าเหยียบแต่เบรกประเทศก็ไม่พัฒนา จึงต้องมาชั่งน้ำหนักว่าสิ่งที่ได้กับสิ่งที่ต้องเสียไปนั้นคุ้มค่าหรือไม่

3) พลโทนันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์รักษาความปลอดภัย(ศรภ.) โพสต์เฟซบุ๊กว่า “แลนด์บริดจ์ คิดให้ดี” ว่า การผลักดันโครงการแลนด์บริดจ์ซึ่งใช้เงินลงทุนประมาณ 1 ล้านล้านบาท โดยจะพัฒนาจากการเป็นเส้นทางขนส่งสินค้า ที่มุ่งไปสู่การเป็นระเบียงเศรษฐกิจของภาคใต้ควบคู่ไปกับการสร้างเมืองใหม่นั้น เป็นแนวคิดที่ดี แต่โครงการดังกล่าว ในการลงมือทำจริง ควรต้องคำนึงถึงองค์ประกอบต่างๆ รวมทั้งเหตุผลให้ละเอียดกว่าโครงการอื่นๆ มากหน่อย เพราะจะไปทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิรัฐศาสตร์ให้เอื้อต่อการเกิดสถานการณ์ 5 อย่างขึ้นได้ในอนาคต

1. อาจทำให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ขึ้นในกลุ่มอาเซียน แม้จะมีประเทศมหาอำนาจเข้ามาสนับสนุนซึ่งน่าจะเป็นจีน แต่ก็จะทำให้เกิดเหตุบานปลาย ว่า “ประเทศไทยจะขาดความเป็นกลางไป” จะเกิดการรวมตัวของประชาชนต่อต้านโครงการขึ้นเป็นระยะๆ จากเบาไปสู่ความรุนแรง

2. เทคโนโลยีทั้งหมดล้วนต้องพึ่งพาต่างชาติ

3. ระบบนิเวศทั้ง 2 ฟากฝั่งอ่าวไทย และอันดามัน จะถูกกระทบรุนแรงและถาวร

4. ในภาวะที่เกิดทางเชื่อมและท่าจอดเรือระหว่างชายทะเลฝั่งอันดามันและอ่าวไทยนั้น ผลกระทบทางด้านความมั่นคงจะเกิดขึ้นทันที ซึ่งจะเกินประสิทธิภาพของกองทัพไทยที่จะคุ้มครองเส้นทางเรือ และการใช้สมุททานุภาพของไทย ที่จะทำให้ประเทศอื่นๆ เกรงใจ ไม่เข้ามาแทรกแซงนั้น จะทำได้ลำบากมาก ถ้าทำได้จะเกิดเงื่อนไขใหม่ขึ้นตลอดเวลา จากการแทรกแซงของประเทศมหาอำนาจ ซึ่งจะทำให้ “การลงทุน”ไม่สามารถคืนทุนได้ จนอาจกลายเป็น “ฐานทัพสำรอง” ของชาติมหาอำนาจได้ ในทุกฉากทัศน์ของความขัดแย้งระหว่าง สหรัฐ กับ จีน

5. ใครจะมาเป็นผู้บริหารโครงการ ต้องมีความรอบรู้ทุกด้าน รวมถึงความต้องการกำลังทหาร-ตำรวจอย่างน้อย 2 กองพัน เป็นลูกมือขับเคลื่อนอำนาจรัฐ อำนวยความสะดวก และคุ้มครองการผ่านทาง เนื่องจากเป็นการเคลื่อนย้ายสินค้าทางบก ไม่ใช่การแล่นเรือผ่านทางน้ำ แบบช่องแคบทั่วไป

นี่ยังไม่พูดถึงการทุจริต ที่จะเกิดขึ้นเบี้ยบ้ายรายทาง อย่างแน่นอนโดยไม่มีใครสามารถป้องกันได้เพราะเป็นโครงการที่ต้องประมูลก่อสร้างทั้งหมด จุดอ่อนลึกลงไปในรายละเอียดสำหรับโครงการแลนด์บริดจ์นั้น มีมากกว่าที่กล่าวมาข้างต้น เริ่มตั้งแต่ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมไปถึงด้านความมั่นคง

ลองคิดดูกันเองเถอะครับ แต่ถ้าไทยเป็นประเทศมหาอำนาจละก็ ทำไปได้เลย

จิตกร บุษบา

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
21:20 น. พรุ่งนี้น้ำมันลดราคา เบนซิน-แก๊สโซฮอล์ ลง 80 สตางค์/ลิตร เซล คงเดิม
21:12 น. จ่อสอบย้อนหลัง ซิน เคอ หยวน กมธ.อุตสาหกรรม ยัน ไม่ปล่อยผ่าน พร้อมรื้อมาตรฐานเหล็กข้ออ้อย
21:08 น. ฝรั่งเศสอ่วม ไฟดับซ้ำเติมคลื่นความร้อนรุนแรง คนแห่ซื้อแอร์ 30,000 เครื่องในเวลาไม่กี่ชั่วโมง
20:57 น. ปลื้มสุดใจ! ‘จี๊ด สุนทร’ เปิดความในใจถึง ‘อนุทิน’ อ่อนน้อม-ไม่ถือตัว ดีใจได้ร่วมร้องเพลงบนเวที
20:51 น. ศึกนี้ไม่มีต่อเวลา วิป 3 ฝ่ายเคาะวันลุยงบประมาณแผ่นดิน ตั้งกฎเหล็กประท้วงหักเวลาฝั่งตัวเอง
ดูทั้งหมด
ชื่นมื่น หยดน้ำ นัดดาภรณ์ ลูกสาว ปู อนุวัฒน์ ขวัญฤดี ควงแขนเจ้าบ่าวเข้าพิธีฉลองมงคลสมรสสุดอบอุ่น
เปิดคลังรถหรู 50 คัน 'ฟิล์ม รัฐภูมิ' จากนักสะสมรถตัวพ่อ สู่จุดเริ่มต้นธุรกิจ
ยิ่งโตยิ่งสวย น้องปีใหม่ ฉายแววสวยหวาน นั่งแท่นพิธีกรคู่แม่แอฟ
มาแล้ว!!! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 20 - 26 มิ.ย.69
ทบ.แสดงความยินดี นนร.บุณยเกียรติ วังเสนา คว้าเกียรตินิยมเหรียญทอง รร.นายร้อยทหารปืนใหญ่รัสเซีย
ดูทั้งหมด
บุคคลแนวหน้า : 25 มิถุนายน 2569
บุคคลแนวหน้า : 24 มิถุนายน 2569
‘โลกระอุ’วิกฤตคลื่นความร้อน.
‘มองอนาคตงานวิจัยต้านโกงไทย: 5 เทรนด์ที่ควรไปต่อ’
กรวดในรองเท้า
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

จ่อสอบย้อนหลัง ซิน เคอ หยวน กมธ.อุตสาหกรรม ยัน ไม่ปล่อยผ่าน พร้อมรื้อมาตรฐานเหล็กข้ออ้อย

ฝรั่งเศสอ่วม ไฟดับซ้ำเติมคลื่นความร้อนรุนแรง คนแห่ซื้อแอร์ 30,000 เครื่องในเวลาไม่กี่ชั่วโมง

ศึกนี้ไม่มีต่อเวลา วิป 3 ฝ่ายเคาะวันลุยงบประมาณแผ่นดิน ตั้งกฎเหล็กประท้วงหักเวลาฝั่งตัวเอง

ธปท. ยันไม่มีนโยบายให้ใบอนุญาตประกอบธุรกิจ FOREX ชี้ฝ่าฝืนมีโทษหนัก ทั้งจำและปรับ

ปตท. ชวนรวมพลังคนรักษ์โลก ในพิธีมอบรางวัลลูกโลกสีเขียว ครั้งที่ 24 พร้อมเปิดเวทีเสวนาศูนย์เรียนรู้ ปตท. ถอดบทเรียนความสำเร็จเพื่อความยั่งยืน

ฝรั่งข้องใจอัดคลิปตั้งคำถาม รถคนไทยไม่มีแตรเหรอครับ ทำโซเชียลแห่ตอบคอมเมนต์สนั่น ชมคลิป

  • Breaking News
  • พรุ่งนี้น้ำมันลดราคา เบนซิน-แก๊สโซฮอล์ ลง 80 สตางค์/ลิตร เซล คงเดิม พรุ่งนี้น้ำมันลดราคา เบนซิน-แก๊สโซฮอล์ ลง 80 สตางค์/ลิตร เซล คงเดิม
  • จ่อสอบย้อนหลัง ซิน เคอ หยวน กมธ.อุตสาหกรรม ยัน ไม่ปล่อยผ่าน พร้อมรื้อมาตรฐานเหล็กข้ออ้อย จ่อสอบย้อนหลัง ซิน เคอ หยวน กมธ.อุตสาหกรรม ยัน ไม่ปล่อยผ่าน พร้อมรื้อมาตรฐานเหล็กข้ออ้อย
  • ฝรั่งเศสอ่วม ไฟดับซ้ำเติมคลื่นความร้อนรุนแรง คนแห่ซื้อแอร์ 30,000 เครื่องในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ฝรั่งเศสอ่วม ไฟดับซ้ำเติมคลื่นความร้อนรุนแรง คนแห่ซื้อแอร์ 30,000 เครื่องในเวลาไม่กี่ชั่วโมง
  • ปลื้มสุดใจ! ‘จี๊ด สุนทร’ เปิดความในใจถึง ‘อนุทิน’ อ่อนน้อม-ไม่ถือตัว ดีใจได้ร่วมร้องเพลงบนเวที ปลื้มสุดใจ! ‘จี๊ด สุนทร’ เปิดความในใจถึง ‘อนุทิน’ อ่อนน้อม-ไม่ถือตัว ดีใจได้ร่วมร้องเพลงบนเวที
  • ศึกนี้ไม่มีต่อเวลา วิป 3 ฝ่ายเคาะวันลุยงบประมาณแผ่นดิน ตั้งกฎเหล็กประท้วงหักเวลาฝั่งตัวเอง ศึกนี้ไม่มีต่อเวลา วิป 3 ฝ่ายเคาะวันลุยงบประมาณแผ่นดิน ตั้งกฎเหล็กประท้วงหักเวลาฝั่งตัวเอง
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

ผู้ว่า ‘อนุชา’ และ สก.ประชาธิปัตย์

ผู้ว่า ‘อนุชา’ และ สก.ประชาธิปัตย์

24 มิ.ย. 2569

‘โลกคือละคร’ ของ ‘อนุทิน’

‘โลกคือละคร’ ของ ‘อนุทิน’

21 มิ.ย. 2569

ความเจื้อยแจ้วของโฆษกพรรคส้ม

ความเจื้อยแจ้วของโฆษกพรรคส้ม

17 มิ.ย. 2569

น้ำพระทัยเพื่อคนทุกข์-คนคุก

น้ำพระทัยเพื่อคนทุกข์-คนคุก

14 มิ.ย. 2569

‘ทักษิณ’ จะไป ‘ดูไบ’ ?!

‘ทักษิณ’ จะไป ‘ดูไบ’ ?!

10 มิ.ย. 2569

กรุงเทพฯ ต้อง ‘สุจริต’

กรุงเทพฯ ต้อง ‘สุจริต’

7 มิ.ย. 2569

ใต้เส้นบรรทัด : กระชากหน้ากาก ‘ชัชชาติ สิทธิพันธุ์’

ใต้เส้นบรรทัด : กระชากหน้ากาก ‘ชัชชาติ สิทธิพันธุ์’

3 มิ.ย. 2569

‘เอกสิทธิ์’ กับความขี้ขลาดของ สส. และสภา

‘เอกสิทธิ์’ กับความขี้ขลาดของ สส. และสภา

31 พ.ค. 2569

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved