วันอาทิตย์ ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
นักหนังสือพิมพ์อาวุโสท่านหนึ่ง กล่าวว่า
“ถือว่า “โชคไม่ดี” เข้ามาเป็นผู้นำรัฐบาลตอน “ส้วมล้น” พอดี
ล้นเพราะ....
ถ่ายสะสมกันไว้เนิ่นนานปี ถ่ายแล้วต่างสะบัดก้นหนี ทิ้งทับถม ไม่รู้สมัยไหน-ต่อสมัยไหน โดยไม่มีใครคิดชำระสะสาง แล้วมันมา “ล้นทะลัก” ส่งกลิ่นตลบเอาตอนอนุทินมาเป็นนายกฯ ก็เลยเป็น “ทุกขลาภ” ของท่านไป!”
ขอขีด “เส้นใต้บรรทัด” ของบ้านเมืองในสัปดาห์นี้ว่า “หยุดอุ้มคุณหนู วางคุณหนูลง เพื่อให้คุณหนูเป็นผู้นำที่เข้มแข็งกันเถอะ”
ใช่ครับ ส้วมกำลังแตก แต่ในวิกฤตแบบนี้ “คุณหนูนายกฯ” มีโอกาสแสดง “ภาวะผู้นำ” ที่ “สุดยอด” ได้ง่าย หากรู้จัก “โฟกัส” แทนการอยู่ไปวันๆ หางานเปิด หาที่ลงพื้นที่ไปวันๆ แต่เลือก “จับงาน” และ “บัญชาการให้ลุล่วง” ควบคู่ไปกับการ “แจกงาน” ซึ่งเป็นงานถนัดของ “นายอนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี
มาช่วยกันทำให้นายกฯ ท่านนี้ มีงานที่ “เป็นชิ้นเป็นอัน” กันดีกว่า
1) งานชายแดน ที่เคยเป็นตัวตัดสินผลการเลือกตั้ง จนพรรคภูมิใจไทยกระโดดขึ้นมาเป็น “พรรคใหญ่” เหตุที่เป็นเช่นนั้นได้ ไม่ใช่เพียง “ภาวะอ่อนแอของคู่แข่ง” ที่เกิดขึ้นพร้อมๆ กันเท่านั้น แต่เพราะภาพของนายอนุทินต่อเรื่องชายแดนไทย-กัมพูชานั้น “ชัดเจน” จนไม่ต้องอธิบาย ว่า หลักท่านมั่น การสั่งการท่านแม่น ท่าน “จับเรื่องนี้แน่น” และเป็นกองหนุน “ฝ่ายกองทัพ” และ “ฝ่ายความมั่นคง” อย่างเต็มที่ ขณะทหารรบในสนามรบ ท่านเลือก “สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว” มารบในสนามการทูต ส่วนตัวท่านก็ “ร่วมรบ” ในสนามการเมือง ท่านตอบโต้กัมพูชาได้ดีในทุกครั้งที่ให้สัมภาษณ์ เด็ดขาด เข้มแข็งไม่แกว่งไกว ท่านจึงได้ใจประชาชน
2) เอา “นายอนุทิน” คนนั้นกลับมา วาง “นายอนุทิน ผู้สะเปะสะปะ” และ “ไม่เป็นชิ้นเป็นอัน” ในเวลานี้ลง หลังจากจกงานไปแล้ว จนถูกแซวว่า “แจกงานเก่ง” แล้วงานที่เหลืออยู่ในมือ “อนุทิน” งานที่จะแสดง “ความเป็นผู้นำ” งานที่จะทำให้คนมายืนอยู่กับท่าน คือ งานอะไร?
3) มาดูจากคนที่ท่าน “เลือกมา” และ “ใช้งาน” เริ่มต้นที่ “นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว” รองนายกฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคภูมิใจไทยต่อจากท่าน นายอนุทินต้องระวัง “ตำแหน่งของท่าน” กับ “ตำแหน่งที่ยืนอยู่ในใจคน” ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีก็จริง แต่คนที่ยืนอยู่ในใจคนหนักแน่นขึ้นเรื่อยๆ กำลังเป็นสีหศักดิ์ เพราะนายสีหศักดิ์ “มีงานที่เป็นชิ้นเป็นอัน” คนจับต้องได้ คนรู้สึกขอบคุณ คนรู้สึกสบายใจ ในเวลาที่เห็นนายสีหศักดิ์ไปยืนอยู่ตามที่ต่างๆ เพื่อ “เจรจาว่าความ” ให้ประเทศไทยผ่านพ้นปัญหา และเจอโอกาสที่ดีกว่า อาทิ เจรจากับนานาประเทศ เพื่อช่วยเรือไทยผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ติดตามเรือและลูกเรือที่ถูกยิงที่ช่องแคบฮอร์มุซ เจรจาว่าความกับอาเซียนเรื่องปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา นำร่องให้นายอนุทินไปยืนอย่างสง่าในเวทีประชุมสุดยอดอาเซียน ตลอดจนการเจรจาหาแหล่งพลังงานเพิ่มเติม สานสัมพันธ์กับปากีสถาน อิหร่าน ฯลฯ
4) รองนายกฯ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ทำเรื่องทุเรียนเรื่องเดียว กลายเป็น “ซูเปอร์จี” ขึ้นมาทันที เมื่อทำเรื่องรถพุ่มพวง นายกฯ เลือกแสดงบทคนขับเปิดตัว แต่ในความรู้สึกคนทั่วไป นายกฯ อนุทิน “เป็นคนขับ” ที่หมายถึง “ขับเคลื่อน” เรื่องอะไร ตั้งแต่เป็นนายกรัฐมนตรีมา นายอนุทิน “แสดงตนเป็นเจ้าภาพ อย่างมุ่งมั่น” กับเรื่องอะไร? มีไหมหรือมันพร่ามัว มันไร้โฟกัส เป็นภาพที่กล้องไปโฟกัส มันเละเทะไปหมด จนจับต้องไม่ได้ ว่าเราจดจ่อกับนายกฯ อนุทิน เพื่อไปให้ถึงเรื่องใด
5) รองนายกฯ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ คนยังยืนข้างๆ เพื่อรอคำตอบเรื่อง “คนละครึ่งพลัส” แต่ก็ต้องมาเจอกับแรงปะทะเรื่อง “พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน” ที่ทั้งนักวิชาการ อดีตตุลาการ ฝ่ายค้าน และนักธุรกิจภาคเอกชน ตั้งคำถามว่า ทำไมต้องใช้วิธีออกเป็น “พระราชกำหนด” จนถึงขั้นรวมชื่อกันยื่นเรื่องให้ศาลวินิจฉัย แต่อย่างไรก็ตาม มี “ความจับต้องได้” ให้เห็น ไหนจะต้องเป็นหนังหน้าไฟเรื่อง “แลนด์บริดจ์” ต่อจากคุณพิพัฒน์ รัชกิจประการ ตามบัญชาของท่านนายกฯ อีก
6) กลับมาที่ “นายกฯ ส้วมล้น” แทนการคร่ำครวญแทนท่าน บอกให้ท่าน “ล้างส้ม” ดีกว่าไหม ใครจะทำส้มเต็มส้วมแตกเอาไว้ก็เรื่องหนึ่ง แต่วันนี้ท่านอยู่ในหน้าที่ต้องจัดการกับ “ส้วม” ซึ่งหมายถึง “ปัญหา” ที่มีอยู่มากมายในบ้านเมือง ท่านก็จัดลำดับของปัญหา แจกงาน และทำงานสิ ถือไว้สักงานหนึ่ง เป็นงานใหญ่ เป็นงานที่ใครต่อใครก็อยู่ข้างท่าน เดิมตามท่าน เอาใจช่วยท่านและรอคำตอบจากท่าน เช่น จัดการกับปัญหานอมินีต่างด้าวยึดเกาะพะงัน สมุย ภูเก็ต แบบ “ล้างบาง” เอาจริง สแกนถี่ยิบ กำหนดเส้นตาย ให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำให้เสร็จ ทำให้ชัด ทำให้กระจ่างภายในสามเดือนหกเดือน ให้มี “เส้นชัย” ว่าเรื่องนี้จะต้องสิ้นสุดลงเมื่อใด แล้วรอรับ “ถ้วยรางวัล”
7) แต่ท่านไม่ทำอย่างนั้น ท่านไม่ “ถืองาน” อะไรสักอย่างไว้ในมือ แล้วเดินเข้า “เส้นชัย” ไปทีละเรื่องพร้อมๆ กับ “คนของท่าน” “คนที่ท่านแจกงานไป” ก็มี “เส้นตาย” ที่เป็น “เส้นชัย” ให้คนเห็นเป็นระยะๆ ซึ่งเรื่องใหญ่เรื่องหนึ่ง ที่คนรอเห็น “ภาวะผู้นำ” ของท่าน คือเรื่อง “ไอ้โม่งพลังงาน” นายกฯ ควรแสดงตนว่าจะ “จับโจรพลังงาน” และนั่งบัญชาการทุกองคาพยพที่จะนำไปสู่การจับตัวขบวนการหาประโยชน์จากวิกฤตพลังงาน แค่งานเดียวเชื่อไหม ว่าจะได้ใจประชาชนท่วมท้น
8) ต่อเรื่องนี้นั้น ล่าสุด พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมเรื่องสืบสวนที่ 43/2569 พฤติการณ์กักตุนน้ำมันเชื้อเพลิงทางทะเล และรายงานการวิเคราะห์พฤติกรรมเรือต้องสงสัย ซึ่งการประชุมดำเนินไปกว่า 2 ชั่วโมง ว่าวันนี้คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้มีการประชุมติดตามความคืบหน้าในคดีการกักตุนน้ำมัน หลังจากที่ได้มีการรับเป็นคดีพิเศษในบางส่วนแล้ว ซึ่งทำให้เราสามารถแบ่งเรื่องสืบสวนใหญ่ๆ ออกมาเป็น 3 เรื่อง คือ 1.บริษัทน้ำมันแห่งหนึ่งในจังหวัดอ่างทอง 2.บริษัทคลังน้ำมันแห่งหนึ่งในจังหวัดสุราษฎร์ธานี 3.กรณีเรือขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงทางทะเลจังหวัดสุราษฎร์ธานี จำนวน 99 เที่ยวเรือ จากโรงกลั่นน้ำมันในภาคตะวันออก เพื่อไปส่งน้ำมันยังคลังน้ำมันในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ ซึ่งก็มีความคืบหน้าไปพอสมควรแล้ว โดยในที่ประชุมคณะพนักงานสอบสวนได้มีการเร่งรัดให้มีการสืบสวนสอบสวนโดยเร็ว เนื่องจากบางคดีใกล้ที่จะพิสูจน์ความผิดได้แล้วว่ามีความผิดในกรณีการกักตุนน้ำมัน โดยขอใช้เวลาประมาณ 15 วันจะสามารถดำเนินคดี แจ้งข้อกล่าวหากับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้
9) อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เผยอีกว่า สำหรับพยานหลักฐานที่บ่งชี้บางอย่างว่าบริษัทน้ำมันแห่งหนึ่งในจังหวัดอ่างทอง อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกักตุนน้ำมันนั้น เนื่องจากพบว่ามีนายทุนอยู่เบื้องหลังกับการทำน้ำมันจริง ซึ่งก็เป็นกรณีที่ไปพบความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับของบริษัท ทริลเลี่ยนออยล์ จำกัด ย่านพระราม 2 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร อีกด้วย ซึ่งยังอยู่ระหว่างการเร่งรัดสืบสวนสอบสวนต่อไป
10) นอกจากนี้ ในเรื่องว่าจะมีการเลี่ยงภาษีด้วยหรือไม่นั้น “เรายืนยันว่าจะตรวจสอบทุกอย่างทุกประเด็น เนื่องจากที่มาที่ไปของเรื่องนี้ มันมาจากการที่เจ้าหน้าที่ได้ไปตรวจราคาน้ำมันแพงในจังหวัดอื่นๆ แต่เมื่อตรวจไล่มาดูก็พบว่า ได้มีการซื้อน้ำมันมาจากบริษัทน้ำมันในจังหวัดอ่างทองจึงทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจรุดไปตรวจสอบและได้มีการดำเนินคดีบางส่วนไปแล้ว ส่วนทางดีเอสไอก็รับมาใช้ขยายผลในส่วนที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ดี คาดว่าภายใน 15 วันหลังจากนี้ คณะพนักงานสอบสวนจะดำเนินคดีความผิดอาญากับกรณีของบริษัทคลังน้ำมันในจังหวัดสุราษฎร์ธานี และบริษัทน้ำมันแห่งหนึ่งในจังหวัดอ่างทอง ในกรณีพบว่ามีพฤติการณ์กักตุนน้ำมัน ซึ่งแม้ตอนนี้ยังไม่สามารถบอกว่าใครคือผู้ต้องหา แต่เมื่อพบการกระทำความผิดจะต้องดำเนินคดีแจ้งข้อกล่าวหาอย่างแน่นอน โดยเบื้องต้นมีทั้งนิติบุคคลและบุคคลธรรมดา ที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ในกรณีของบริษัทจังหวัดสุราษฎร์ธานี ปัจจุบันเรายังไม่พบการกระทำความผิดในเรื่องของการปลอมปนน้ำมันเชื้อเพลิงแต่อย่างใด”
11) อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เผยต่อว่า ภายหลังจากที่คณะพนักงานสอบสวนได้ดำเนินการตรวจสอบเรือจำนวน 99 เที่ยว ที่มีการแล่นในน่านน้ำทะเลจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง และอาจเกี่ยวข้องกับปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่หายกลางทะเลกว่า 60 ล้านลิตรว่า ตอนนี้พนักงานสอบสวนจะต้องลงไปตรวจสอบที่ลำเรือ ซึ่งได้มีการนัดหมายว่าจะต้องไปตรวจในระบบ GPS และระบบ AIS ของเรือแต่ละลำด้วย อย่างไรก็ดี ความคืบหน้าตอนนี้คือเราได้มีการตรวจสอบเรื่องใบกำกับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงของเรือ ซึ่งได้พบความผิดปกติจริง ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะมีการดำเนินคดีในพฤติการณ์ความผิดอย่างไรบ้าง โดยเฉพาะกรณีที่รายละเอียดภายในใบกำกับการขนส่งน้ำมันทางเรือมีการกรอกข้อมูลไม่ครบถ้วน ซึ่งถือเป็นการฝ่าฝืนประกาศกรมธุรกิจพลังงานที่ไม่ใส่รายละเอียดให้ครบถ้วน ซึ่งการลงข้อมูลไม่ครบถ้วนก็อาจเป็นการเปิดโอกาสให้เกิดการกระทำความผิดได้ ทั้งนี้ เรื่องใบกำกับขนส่งน้ำมันทางเรือเหล่านี้ที่เราตรวจสอบก็เป็นข้อมูลที่ได้รับมาจากทางคณะทำงานชุดสุดซอยก่อนหน้านี้ ส่วนว่าใบกำกับขนส่งน้ำมันทางเรือเหล่านี้จะเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับบริษัทคลังน้ำมันในจังหวัดสุราษฎร์ธานีหรือไม่ พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการขยายผลเช่นเดียวกัน
12) อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เผยด้วยว่า สำหรับเรื่องจำนวนเที่ยวเรือ ลำเรือ และบริษัทเจ้าของเรือ ที่พนักงานสอบสวนได้เคยออกหนังสือเชิญมาให้ปากคำในฐานะพยาน กรณีเชื่อมโยงกับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงในทะเลจังหวัดสุราษฎร์ธานี จากทั้งหมด 99 เที่ยวเรือที่มันกว้างก่อนหน้านี้ เราก็โฟกัสแคบลงมาพบว่า ตอนนี้มีเรือ 3 เที่ยว ซึ่งมีการใช้เรือจำนวน 3 ลำ ของ 3 บริษัทเรือ ที่มีการเดินทางในน่านน้ำผิดปกติ มีลักษณะการจอดลอยลำ ไม่เข้าเทียบคลังน้ำมันบนท่า เป็นต้น ซึ่งทั้ง 3 บริษัทเรือเหล่านี้ ทางกรรมการบริษัทฯ ยังไม่เคยได้เข้าให้การในฐานะพยานมาก่อน เนื่องจากเพิ่งพบข้อมูล แต่หลังจากนี้พนักงานสอบสวนจะได้มีการนัดหมายออกหนังสือเชิญมาให้ปากคำในฐานะพยานต่อไป
สรุป : เอาสิครับนายกฯ เลือกเอาสักงานหนึ่ง นั่งบัญชาการโชว์ ติดตามความคืบหน้า หาคำตอบหรือจุดสิ้นสุดของปัญหามาแสดง เท่านี้ท่านก็ไม่ต้องให้สื่อหรือใครมาคอย “อุ้มโอ๋” ตัวท่านแล้ว งานที่ท่านทำ ผลงานอันเป็นที่ประจักษ์จะเป็นเกราะคุ้มภัยให้ท่าน
เลือกเอาครับ...
1.จะเป็นผู้บัญชาการการแก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา สร้างกำแพงชายแดน สานสัมพันธ์ยุติปัญหา กลับมาสู่การสำรวจปักปันเขตแดนอย่างสันติ ฯลฯ
2.จะเป็นผู้ลากคอ “ไอ้โม่งน้ำมัน” มาลงโทษ ลดภาษีสรรพสามิต เก็บภาษีลาภลอย แทนการกู้เงินมาบรรเทาปัญหาราคาพลังงาน
3.เรียกเก็บภาษีจาก “ทักษิณ ชินวัตร” กรณีขายหุ้นชินคอร์ปให้เทมาเส็กโดยไม่เสียภาษี ซึ่งคดีถึงที่สุดแล้ว สืบทรัพย์และยึดทรัพย์ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” กรณีต้องชดใช้ความเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งคดีถึงที่สุดแล้ว
4.ติดตาม ขับเคลื่อน และผลักดัน ให้คดีชั้น 14 ที่เจ้าหน้าที่ของรัฐเอื้ออำนวยให้นักโทษชื่อ “ทักษิณ ชินวัตร” ไม่ต้องนอนคุก แต่ไปนอนที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจมีความคืบหน้า เช่นเดียวกับคดีเขากระโดง คดีฮั้ว สว.ที่ล้วนเป็นข้อครหาว่าท่านหรือพรรคของท่านมีส่วนพัวพัน หรือเป็นการ “เอื้อประโยชน์กัน” ให้มีคำตอบ เป็นต้น
อย่าเอาแต่ใช้คน จนตนไม่มีงาน จงเป็นผู้นำ เป็นผู้บัญชาการ เป็นผู้พาประชาชน-ประเทศชาติ ไปสู่คำตอบ ทีละเรื่องๆ นะครับ ท่านครับ จงเป็น “แม่ทัพ” อย่างเป็นแค่ “พรีเซ็นเตอร์” หรือ “อินฟลูเอนเซอร์” ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี!!

กระแสแรงไม่มีตก! ศิลปินที่อยากเห็นในบอลโลก 2026 คะแนน ‘ลิซ่า’ พุ่งรั้งอันดับ 2 ไล่บี้ BTS
ไขรหัสลับ! ทำไม สี จิ้นผิง พา ทรัมป์ ไปหอสักการะฟ้าเทียนถาน แฝงนัยยะอาณัติแห่งสวรรค์
กทม.เปิดเบอร์ด่วน เช็กผู้ประสบเหตุรถไฟชนรถเมล์ เร่งเคลียร์พื้นที่คืนผิวจราจรภายในคืนนี้
ตามหลังทรัมป์ติดๆ ปูติน เตรียมเดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการ 19-20 พ.ค.นี้
สิริพงศ์ สั่งตรวจสอบ กล่องดำ หาสาเหตุรถไฟชนรถเมล์

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี