วันพุธ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ภายหลังจาก สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) มีมติเห็นชอบให้ ยกเลิก MOU 2544 ว่าด้วยพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลไทย-กัมพูชา เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2569 เนื่องจากใช้มานานกว่า 25 ปี แต่การเจรจาไม่คืบหน้า (มีการเจรจาจริงเพียง 5 ครั้ง) รัฐบาลจะนำเรื่องเข้า ครม. เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายและนำหลักเกณฑ์ UNCLOS 1982 มาใช้เจรจาแทน
เหตุผลหลัก 3 ประการที่ถูกยกมากล่าวถึง คือ
1.ความล่าช้า: ตลอด 25 ปี ไม่สามารถบรรลุเป้าหมายการแบ่งพื้นที่
2.ความขัดแย้ง: สร้างความขัดแย้งและไม่เกิดประโยชน์
3.ความไม่ทันสมัย: ต้องวางกรอบเจรจาใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน
ทันใดนั้น เสียงเรียกร้องให้ยกเลิก MOU 2544 ก็ตามมาทันที
ก่อนหน้ามีการประชุมของ สมช. นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้ถูกสื่อตั้งคำถามว่า การประชุม สมช. จะมีการนำเรื่อง MOU 2543 - 2544 มาพิจารณาหรือไม่
นายสีหศักดิ์ ระบุว่า อยากให้มีการหารือ โดยให้พิจารณาเรื่อง MOU 2544 ก่อน เนื่องจากเราจะดำเนินการยกเลิก ส่วน MOU 2543 ก็จะนำมาหารือในรายละเอียดด้วย เมื่อถามอีกว่ามีกลไกอะไรทดแทน MOU 2544 ที่จะยกเลิก นายสีหศักดิ์ตอบว่า มีอยู่แล้วแต่ไม่ขอเปิดเผย เนื่องจากเป็นเรื่องท่าทีที่จะต้องไปเจรจากับฝ่ายกัมพูชา ส่วนคำถามว่า MOU 2543 จะต้องปรับอย่างไร นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า จะต้องคำนึงถึงข้อกังวลของฝ่ายต่างๆ ซึ่งมีความเห็นมาหลายทาง ที่ต้องมาดูว่า สิ่งใดจะเป็นประโยชน์ต่อการเจรจาต่อไป
สำหรับประเด็นที่ทางกองทัพห่วงการปฏิบัติการทางทหารที่ผ่านมาเลยกรอบ MOU 2543 ไปแล้ว จะต้องปรับแก้อย่างไร นายสีหศักดิ์เผยว่า ต้องมองในภาพรวม เนื่องจาก MOU 2543 หากมองในเรื่องความมั่นคงชายแดนจะต้องดูในภาพรวม ไม่ใช่เรื่องการปักปันเขตแดนอย่างเดียว เมื่อถามย้ำ ที่ระบุว่าประชาชนกังวลเรื่องแผนที่ใน MOU 2543 นั้น นายสีหศักดิ์ บอกว่า เราก็รับทราบข้อกังวล ซึ่งข้อเท็จจริงแผนที่ที่ใช้ไม่ใช่แค่แผนที่อัตราส่วน 1 : 200,000 เพียงอย่างเดียว ยังมีเอกสารอื่นด้วย
ในเรื่องแผนที่ 1 : 200,000 ที่ทางกัมพูชาแนบมากับ MOU 2543 จะส่งผลให้เราเสียเปรียบหรือไม่ นายสีหศักดิ์ ตอบว่า แผนที่เป็นส่วนหนึ่งของสนธิสัญญา แต่ก็มีข้อความที่ปรากฏในสนธิสัญญา การปักปันเขตแดนต้องดูที่สันปันน้ำ และต้องดูองค์รวมทั้งหมด อย่างไรก็ตาม เมื่อถามย้ำว่าการปักปันเขตแดนต้องยึดตามสันปันน้ำใช่หรือไม่ นายสีหศักดิ์ ระบุว่า ใช่ ก็ต้องดูตรงนั้นด้วย และจริงๆ เรามีแผนที่ของเราซึ่งจะเอามาใช้ประกอบการพูดคุยด้วย แต่ถ้าจะคุยกัน จะต้องคุยเรื่องความมั่นคงชายแดนทั้งหมด
ก่อนหน้านี้ เว็บไซต์ thaiarmedforce.com เคยเปิดประเด็นเรื่อง “ความเข้าใจประเด็น MOU43 สั้นๆ ง่ายๆ แล้วจะเข้าใจว่าทำไม TAF จึงบอกว่าถ้ายกเลิก MOU43 นอกจากจะเข้าทางเขมร 100% แล้ว ยังรับประกันการเสียดินแดนแน่นอน” ไว้เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2568 ซึ่งหลายๆ ประเด็น ดูจะสอดคล้องกับการให้สัมภาษณ์ของรองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เป็นอย่างยิ่ง
1. แผนที่ 1:50,000 หรือ 1:200,000 ทั้งใช้ได้และใช้ไม่ได้ทั้งคู่
คนไทยมักจะพูดว่าแผนที่ 1:200,000 เป็นแผนที่หยาบ ลากเส้นมั่ว ไม่มีความเป็นสากล ต้องใช้แผนที่ 1:50,000 แต่ข้อเท็จจริงคือ พอไทยไปเจรจากับลาว ไทยใช้แผนที่ 1:200,000 นี่แหละในการเจรจา เหมือนไทยยอมรับแผนที่นี้แล้วด้วยซ้ำ
กลับกันแผนที่ 1:50,000 เป็นแผนที่ทางทหารและก็ยังมีความคลาดเคลื่อน เช่น ระวาง L7017 คลาดเคลื่อนเยอะกว่า L7018 ในปัจจุบันมาก อีกทั้งแผนที่ 1:50,000 ก็ไม่ใช่ของตายที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ แถมแผนที่ 1:50,000 ตรงมุมแผนที่ทุกฉบับเขียนว่าเขตแดนในแผนที่นี้ไม่ใช่เขตแดนจริง ดังนั้น เราอย่าเพิ่งยึดถือแผนที่ใดเป็นแผนที่สุดท้าย เพราะมันมั่วได้หมด ทำให้เราต้องทำแผนที่ใหม่ นั่นคือที่มาของ MOU43
2. MOU43 คือ การปักปันเขตแดน
ในเมื่อแผนที่มันไม่ตรง ใช้งานไม่ได้ ทั้งสองประเทศก็ตกลงกันว่าจะมาทำแผนที่ใหม่ สำรวจเขตแดน หาหลักเขตกันใหม่ เพราะทุกอย่างมันเปลี่ยนแปลงไปหมดแล้วหลังสนธิสัญญาฝรั่งเศส โดยเฉพาะแนวต้นไม้หรือแนวเขตตามธรรมชาติ หลักเขตก็ย้ายกันสนั่นมั่วไปหมดทั้งไทยทั้งกัมพูชา ดังนั้น ทั้งสองประเทศจึงพยายามเปลี่ยนเรื่องนี้ให้เป็นเรื่องทางเทคนิคเพื่อจะปักปันเขตแดนให้ได้และจบปัญหาให้หมด
3. MOU43 ไม่ได้รับรองแผนที่ 1:200,000
MOU43 ไม่ใช่การรับรองแผนที่ 1:200,000 แต่เป็นการทำแผนที่ใหม่ขึ้นมาจากเอกสารสามอย่าง ก็คือสนธิสัญญาไทย-ฝรั่งเศสสองฉบับและแผนที่แนบท้ายก็คือแผนที่ 1:200,000 แต่ไม่ได้หมายความว่าจะต้องทำตามแผนที่ 1:200,000 ทั้งหมด เพราะศักดิ์ของแผนที่ต่ำกว่าสนธิสัญญา เราสามารถบอกได้ว่า แผนที่ไม่ตรง แล้วก็ทำใหม่ เพราะผลผลิตของ MOU43 คือ การได้แผนที่ใหม่ที่ไทยยอมรับด้วย
4. กลับกัน MOU43 ทำแล้วได้แผนที่ใหม่ ฉีก 1:200,000 ทิ้ง
ผลลัพธ์ของการทำตาม MOU43 คือ การได้แผนที่ใหม่ที่ทั้งไทยและกัมพูชายอมรับ ครั้งนี้จะเป็นแผนที่ที่ถูกต้องและทันสมัย มีพิกัดดาวเทียมที่วัดได้จริง ไม่สามารถจะมาตัดต้นไม้หรือย้ายหลักเขตกันได้อีกแล้ว โดยการประชุม JBC ล่าสุด ทั้งไทยและกัมพูชาตกลงจะใช้ LiDAR ยิงหาสันปันน้ำ ซึ่งนั่นหมายถึง จะใช้เทคโนโลยีที่เถียงไม่ได้ในการหาแนวเขตแดนโดยไม่ได้อ้างจากแผนที่ 1:200,000 แล้ว แน่นอนว่าจะมีบางส่วนที่ไทยน่าจะเสีย แต่มีบางส่วนที่ไทยได้กลับมาแน่นอน
5. ถ้ายกเลิก MOU43 ก็จะเหลือแค่แผนที่ 1:200,000 ไม่ได้ทำให้แผนที่ 1:50,000 ได้รับการรับรองขึ้นมา
แผนที่ 1:50,000 ไม่มีในแนบท้ายในสนธิสัญญาไทย-ฝรั่งเศส ดังนั้น สถานะทางกฎหมายด้อยกว่าแผนที่ 1:200,000 ด้วยซ้ำ แต่เกมของการมี MOU43 คือ การยกเลิกไม่ต้องใช้ทั้ง 1:50,000 และ 1:200,000 แต่เป็นการร่างแผนที่ใหม่เลยที่ไทยและกัมพูชาสามารถยอมรับร่วมกันได้ นี่ถือเป็นเกมที่ฉลาดแล้ว
แต่นั่นหมายความว่าถ้ายกเลิก MOU43 ไปก็จะเหลือแต่แผนที่เดียวคือแผนที่ 1:200,000 ให้อ้างอิงระหว่างสองประเทศ แผนที่ 1:50,000 กำหนดเขตแดนไม่ได้เพราะเป็นแผนที่ใช้งานทางทหาร และตัวแผนที่เองก็ไม่เคยยอมรับว่าเส้นในแผนที่คือเส้นเขตแดนจริง ดังนั้น การยกเลิก MOU43 เท่ากับการเปิดโอกาสให้กัมพูชาใช้แผนที่ 1:200,000 เต็มที่
6. MOU43 เป็นเครื่องมือป้องกันไม่ให้ต้องขึ้นศาลโลก
MOU43 ที่กัมพูชาลงนาม กำหนดเอาไว้ว่าถ้ามีข้อขัดแย้งอะไรให้มาเจรจาในระดับทวิภาคีโดยไม่ต้องไปหากลไกอื่น นี่เป็นกลไกหลักที่ทำให้กัมพูชาพาไทยไปศาลโลกไม่สำเร็จ เพราะกัมพูชาไปองค์กรระหว่างประเทศที่ไหนพอไทยอ้าง MOU43 ก็ถูกตีกลับมาให้เจรจากันเองทั้งหมดอย่างที่เกิดขึ้นในช่วงการปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา
แต่ถ้ายกเลิก MOU43 กัมพูชาไปที่ UNSC หรือ UNGA สามารถอ้างได้ว่า ไม่มีกลไกในการเจรจายุติความขัดแย้งระหว่างกัน ดังนั้น ต้องหากลไกอื่น อาจทำให้องค์กรเหล่านี้ออกมติแนะนำหรือกดดันให้ไทยไปศาลโลกได้ และถ้าไปศาลโลกรับรองเสียดินแดนอีกมากเพราะไทยเสียเปรียบในแผนที่ 1:200,000
7. ถ้ากัมพูชาไม่ปฏิบัติตาม MOU43 ทางออกก็คือไปทำให้กัมพูชาปฏิบัติตามไม่ใช่ยกเลิก MOU43
มีอย่างที่ไหน ถ้ากฎหมายบอกว่าห้ามฝ่าไฟแดงแล้วคนฝ่ากันเต็มไปหมด แทนที่จะหาทางบังคับใช้กฎหมายไม่ให้ฝ่าไฟแดง แต่จะยกเลิกกฎหมายห้ามฝ่าไฟแดงเลย ฉันใดก็ฉันนั้น กัมพูชาละเมิด MOU43 มาหลายร้อยครั้ง ทางแก้คือการบังคับให้กัมพูชาทำตาม ไม่ใช่ยกเลิก MOU43
ปัญหาที่ผ่านมา ที่เกิดการละเมิด คือ การไม่บังคับใช้ข้อกำหนดตาม MOU43 ต่างหาก ประท้วงอย่างเดียวก็จบ ไม่ทำอะไรต่อ ดังนั้น ต้องไปแก้ที่การบังคับใช้ของไทยเอง ไม่ใช่ไปยกเลิก MOU43
อย่างคูเลตที่ช่องบก ไทยก็อ้างว่ากัมพูชาละเมิด MOU43 และบังคับให้ถอยออกไป พอกัมพูชาไม่ถอยและกลับยิงใส่ไทย ไทยก็ใช้กำลังกลับได้เต็มที่ แต่ถ้าไม่มี MOU43 ไทยก็อ้างแบบนี้ไม่ได้แล้ว และจะกลายเป็นข้อขัดแย้งระหว่างประเทศแทนซึ่งก็เปิดทางให้องค์กรต่างชาติเข้ามาแทรกแซง
8. คนไทยยังไม่เข้าใจ MOU43 หรือแม้แต่ไม่เคยอ่านด้วยซ้ำ จะให้ลงประชามติได้อย่างไร
คนไทยส่วนมากไม่เคยเห็นว่า MOU43 หน้าตาเป็นอย่างไร แต่รัฐบาลจะให้คนไทยตัดสินใจในสิ่งที่ไม่เข้าใจ ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดปกติมากๆ และยิ่งมีข่าวว่าฮุนเซนก็เคยพูดว่าอยากยกเลิกเหมือนกัน ยิ่งทำให้น่าสงสัยว่าทำแบบนี้เหมือนรับลูกฮุนเซนหรือไม่
ถ้าจะลงประชามติ ต้องเปิดเผยข้อมูลทั้งหมดออกมาอย่างเท่าเทียม ให้ประชาชนเข้าใจได้อย่างถ่องแท้ ไม่ใช่เปิดเผยข้อมูลข้างเดียวแล้วห้ามพูดข้อมูลอีกด้านแล้วให้ไปลงประชามติแบบที่ชอบทำกันในอดีต
9. ถ้าจะยกเลิก MOU43 ก็ต้องมี MOU ใหม่ก่อน ไม่ใช่ยกเลิกโดยไม่มีอะไรมาแทน
ถ้าจะยกเลิก MOU43 ก็ต้องหา MOU ใหม่และเจรจา MOU ใหม่ให้ได้ก่อน ไม่ใช่จู่ ๆ จะยกเลิก MOU43 เลยแล้วไม่มีอะไรมาแทน เพราะนั่นเท่ากับเราปลดบ่วงที่คล้องคอกัมพูชาออก และทำให้กัมพูชาทำทุกอย่างได้ตามใจเลย เช่น แทนที่จะฉีกแผนที่ 1:200,000 ได้สำเร็จตาม MOU43 ก็จะกลายเป็นมีแต่แผนที่ 1:200,000 เปิดแผนที่มาอ้างตรงไหนว่าเป็นของกัมพูชาก็ได้ ขึ้นไป UNSC ก็บอกได้ว่าไม่มีกลไกการแก้ปัญหาทวิภาคีแล้วต้องไปศาลโลกเท่านั้น พอไปศาลโลกก็เหลือแต่แผนที่ 1:200,000 ให้ตัดสิน ซึ่งก็จบเกม ดังนั้น ไม่ควรยกเลิก MOU โดยไม่มีอะไรแทน
10. ยกเลิก MOU43 ไปก็เสียดินแดนแน่นอน
การยกเลิก MOU43 เข้าทางกัมพูชา 100% เพราะไม่มีกลไกอะไรในการแก้ปัญหาชายแดน #ไทยกัมพูชา และไม่มีกลไกบังคับให้กัมพูชามาเจรจาปักปันเขตแดนและให้ทำแผนที่ใหม่ ฮุนเซนก็อยากยกเลิกเพราะฮุนเซนเหมือนเสียรู้ไทยที่ยอมมาตกลงเซ็น MOU43 ถ้ายกเลิกก็เข้าทางฮุนเซน 100%
ดังนั้น ถ้ายกเลิก MOU43 ไป ฮุนเซนสามารถก่อสงครามอีกรอบแล้ววิ่งไป UNSC ใหม่ โดยบอกว่าไม่มีกลไกทวิภาคีในการเจรจาแล้ว ดังนั้น ขอให้ UNSC บังคับให้ไทยไปศาลโลก ซึ่งถ้าไทยถูกบังคับให้ไปศาลโลกก็เสียดินแดน ทำให้หลังจากเสียปราสาทพระวิหารแล้ว ก็จะเสียแทบทุกปราสาทตามแนวชายแดน เพราะเหลือแต่แผนที่ 1:200,000 ให้อ้างอิง ไทยจะไม่มีกลไกในการกดดันและบังคับกัมพูชาให้มาปักปันเขตแดนใหม่
นั่นหมายถึงนอกจากที่คนบอกว่ามี MOU43 ทำให้เสียดินแดนจะไม่จริงแล้ว เรื่องมันจะกลับกลายเป็นว่าไม่มี MOU43 ต่างหากที่จะทำให้เสียดินแดน เข้าเกมของกัมพูชาทั้งหมด
สรุป : มุมมองของเว็บไซต์ thaiarmedforce.com ที่คัดมานำเสนอนี้ ไม่ใช่ข้อยุติ แค่เป็นเค้าโครงที่ชี้ให้เห็นว่า มีความสอดคล้องกับท่าทีของนายสีหศักดิ์เท่านั้น จึงต้องติดตามกันต่อว่า ถึงที่สุด รัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล, กองทัพ ฝ่ายความมั่นคง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ จะนำพาเรื่องนี้ไปจบลงที่จุดใด

ยูเอ็นเริ่มอพยพลูกเรือกว่า 11,000 คนจากช่องแคบฮอร์มุซ
ลิซ่า จี้ ตรวจสอบ นฤชา เจ้าของแชท ช่วยน้ำเงินด้วย เหตุเป็นคนเซ็นจัดสอบ ขณะเป็นอธิบดี สถ.
พลังศรัทธาสร้างบ้านวีรบุรุษ ส่งมอบบ้าน 1.3 ล้าน พร้อมสิทธิ ส.ป.ก. แก่ครอบครัวทหารกล้า ร้อยตรีภานุวัฒน์ เสาร์สา
ไม่ใช่ฮีโร่ฉายเดี่ยว! เอ็ดดี้ ชูจุดแข็ง ปชป. วัฒนธรรมทำงานเป็นทีม
อิหร่านโต้ชัด โครงการขีปนาวุธไม่อยู่ในข้อตกลงกับสหรัฐฯ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี