วันอาทิตย์ ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
ศจี สัตยุตม์
ศาสตราจารย์ สาขาศัลยศาสตร์ช่องปากและแม็กซิลโลเฟเชียล
คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
บรรณาธิการวารสารพฤฒาวิทยาและเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ
ที่ปรึกษาสมาคมพฤฒาวิทยาและเวชศาสตร์ผู้สูงอายุไทย
จากข้อมูล “Global oral health status report Toward universal health coverage for oral health by 2030 (WHO) 2022” พบว่าประชาชนในโลกประมาณ 3.5 พันล้านคน มีโรคทางช่องปาก ซึ่งมีความสำคัญต่อการกิน หายใจ การสื่อสาร และต่อการมีสุขภาพที่ดีทั่วๆ ไปเป็นอย่างมาก ซึ่งโรคในช่องปาก ส่วนใหญ่ป้องกันรักษาได้ แต่เป็นที่น่าเสียดายที่สุขภาพของช่องปากถูดทอดทิ้งมานาน แต่ละประเทศต้องมีบุคลากรที่สามารถดูแลโรคต่างๆ อย่างเพียงพอ ขณะนี้มีโรคทางช่องปากที่ไม่ได้รับการรักษาอยู่ประมาณครึ่งหนึ่งของประชากรโลก ซึ่ง 3 ใน 4 ของจำนวนนี้อยูในประเทศที่มีรายได้ปานกลาง ค่าใช้จ่ายในการรักษาโรคต่างๆ เหล่านี้ทั้งจากภาครัฐและเอกชนรวมแล้วของโลก คือ ประมาณ 390 พันล้านเหรียญสหรัฐ โดยในปี 2019 มีฟันแท้ผุ 2,000 ล้านราย มีปัญหาโรคเหงือกรุนแรง 1,000 ล้านราย ฟันน้ำนมผุ 510 ล้านราย ไม่มีฟัน 350 ล้านราย สรุปแล้วโรคของช่องปากมีมากกว่า 5 โรคที่พบบ่อยสุดของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ถึง 1,000 ล้านราย กล่าวคือ โรคจิต CVDs (โรคหลอดเลือดหัวใจ) โรคเบาหวาน โรคปอด และโรคมะเร็ง
ปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ของโรคทางช่องปาก คือ การกินน้ำตาล หรือสิ่งที่หวานมากไป ไม่ควรกินเกิน 6 ช้อนชาน้ำตาลต่อวัน บุหรี่ และแอลกอฮอล์ รวมทั้งการดูแลสุขอนามัยของช่องปากอย่างถูกวิธีด้วย
วันนี้ผมจึงมีความยินดีและขอขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง ที่ท่าน ศ.ทพญ.ศจี สัตยุตม์ จาก ม.ขอนแก่น และสมาคมพฤฒาวิทยาและเวชศาสตร์ผู้สูงอายุไทย ได้กรุณาเสียสละเวลาเขียนบทความเกี่ยวกับ “ฟัน” ให้พี่น้องประชาชนรับทราบ เพื่อการดูแลฟันและช่องปากให้ได้อย่างเหมาะสม เพื่อสุขภาพของทุกท่านเอง ดังต่อไปนี้
หากถามว่า ท่านไปพบหมอฟันครั้งล่าสุด เมื่อไหร่ ด้วยสาเหตุใด คำตอบที่ได้รับส่วนใหญ่ ก็อาจจะแตกต่างกันตั้งแต่เพิ่งไปพบมา หรือเมื่อเดือนก่อน สัปดาห์ก่อน ปีก่อน หรือจำไม่ได้แล้วนานมาก โดยสาเหตุบ่อยที่สุดคือของทุกระยะเวลาก็คือ “ไปพบเมื่อตอนปวดฟัน”
นั่นสะท้อนความจริงข้อหนึ่งที่ชัดเจนมาก ว่า เราใช้ฟันทุกวัน แต่แทบไม่เคยคิดถึงว่าจะต้องดูแลหรือตรวจสุขภาพช่องปากและฟัน เหมือนไปตรวจสุขภาพร่างกายระบบอื่นๆ จนกระทั่งฟันหรืออวัยวะในช่องปากเริ่มมีปัญหา
และเมื่อถึงวันนั้น สิ่งที่ตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ คือการรักษา ตั้งแต่อุดฟัน ขูดหินน้ำลาย รักษารากฟัน ไปจนถึงเก็บฟันเอาไว้ไม่ได้ต้องถอนฟัน บางท่านรอจนปวดหลายรอบ และติดเชื้อลุกลามไปที่ใบหน้าจนต้องได้รับการรักษาตัวในโรงพยาบาล ซึ่งก็มีข่าวให้เราได้ทราบกันอยู่เป็นระยะๆ ว่าบางรายได้รับอันตรายถึงแก่ชีวิตก็มี
แท้จริงแล้ว การไปพบทันตแพทย์เมื่อปวดฟันหรือมีปัญหาเกิดขึ้นแล้ว ซึ่งที่ตามมาอาจจะไม่ใช่แค่ “การรักษา” แต่คือจุดเริ่มต้นของ “การสูญเสียฟัน”
ฟันเป็นอวัยวะที่ธรรมชาติให้มาเพียงครั้งเดียว และไม่มีวันสร้างขึ้นใหม่ได้อีก
ต่างจากเล็บที่งอกใหม่ได้ และต่างจากกระดูกที่ซ่อมแซมตัวเองได้ แต่ในทางกลับกัน ฟันไม่ได้ถูกสร้างให้หลุดล่วงไปตามวัย ความรู้บทเรียนแรก เมื่อนักเรียนมัธยมเข้าสู่วงการศึกษาเพื่อเป็นทันตแพทย์ ก็คือ “ฟันเป็นอวัยวะหนึ่งของร่างกาย ที่ถูกสร้างให้ใช้งานได้ตลอดอายุขัย” ภายใต้เงื่อนไขเดียวคือ “ต้องได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม”
การสูญเสียฟันจึงไม่ใช่แค่เรื่องของจำนวนฟันที่หายไป แต่คือการสูญเสีย “หน้าที่ของช่องปาก” ตั้งแต่การบดเคี้ยว การออกเสียง บุคลิกภาพ ไปจนถึงสมดุลของอวัยวะอื่นในช่องปาก
ฟันที่ไม่มีคู่สบที่รับกันอยู่ในฝั่งตรงข้าม จะค่อยยื่นยาวหรือเอียงไปกระแทกเนื้อเยื่ออ่อน
ปัญหาเล็ก ๆ เหล่านี้ จะค่อย ๆ สะสม และวนซ้ำ จนวันหนึ่งกลายเป็นปัญหาที่แก้ไขได้ยากขึ้น ผลกระทบไม่ได้หยุดอยู่แค่ในช่องปาก
• การเคี้ยวอาหารไม่ละเอียด อาจนำไปสู่โรคทางเดินอาหาร
• การติดเชื้อจากฟันและอวัยวะรอบฟัน เชื้ออาจลุกลามไปยังใบหน้าและกระแสเลือดได้ หรือลามไปถึงการติดเชื้อลิ้นหัวใจ หากมีความผิดปกติของโครงสร้างหรือการทำงานของหัวใจอยู่ก่อนแล้ว
• และในผู้ที่มีโรคประจำตัว สุขภาพอาจทรุดลงอย่างรวดเร็ว
“ไม่มีสุขภาพที่ดี หากไม่มีสุขภาพช่องปากที่ดี” คำกล่าวนี้ขององค์การอนามัยโลก ไม่ใช่เพียงคำขวัญ
แต่เป็นข้อเท็จจริงที่พบได้ในทางคลินิก คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ เราดูแลฟันดีพอหรือยัง แต่คือ “เราเข้าใจฟันและสุขภาพช่องปากได้ถูกต้องหรือไม่” เพราะปัญหาสุขภาพช่องปาก ไม่ได้เกิดจากการดูแลไม่ดีเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจาก “การมองมันผิดตั้งแต่ต้น” เราไม่เคยมองฟัน เหมือนที่เรามองหัวใจหรือสมอง
เราไม่เคยคิดว่า ฟันและช่องปาก คืออวัยวะที่ต้องดูแล “ก่อนจะป่วย” สิ่งที่ตามมาคือ เราปล่อยให้ปัญหาเกิดขึ้น และเมื่อเริ่มรู้สึกตัว ทางเลือกของเราจะ “น้อยลงทันที” การดูแลช่องปาก จึงไม่ใช่เรื่องของการแก้ปัญหา
แต่เป็นเรื่องของ “การเริ่มต้นให้ถูกตั้งแต่แรก” อย่างสม่ำเสมอ หมั่นสังเกตความผิดปกติเล็กน้อยๆ แม้กระทั่งความรู้สึกที่เปลี่ยนไปในช่องปากเมื่อเคี้ยวอาหารหรือดื่มน้ำ ไปตรวจสุขภาพช่องปากกับทันตแพทย์เพื่อป้องกันโรค ไม่ใช่ไปตรวจเพื่อรอรักษา และเหนือสิ่งอื่นใด เราต้องเข้าใจว่าสุขภาพช่องปากไม่ใช่เรื่องของช่วงใดช่วงหนึ่งของชีวิต แต่เป็น “เรื่องของทั้งชีวิต”
นพ.พินิจ กุลละวณิชย์

กระแสแรงไม่มีตก! ศิลปินที่อยากเห็นในบอลโลก 2026 คะแนน ‘ลิซ่า’ พุ่งรั้งอันดับ 2 ไล่บี้ BTS
ไขรหัสลับ! ทำไม สี จิ้นผิง พา ทรัมป์ ไปหอสักการะฟ้าเทียนถาน แฝงนัยยะอาณัติแห่งสวรรค์
กทม.เปิดเบอร์ด่วน เช็กผู้ประสบเหตุรถไฟชนรถเมล์ เร่งเคลียร์พื้นที่คืนผิวจราจรภายในคืนนี้
ตามหลังทรัมป์ติดๆ ปูติน เตรียมเดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการ 19-20 พ.ค.นี้
สิริพงศ์ สั่งตรวจสอบ กล่องดำ หาสาเหตุรถไฟชนรถเมล์

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี