วันพุธ ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / เส้นใต้บรรทัด
เส้นใต้บรรทัด

เส้นใต้บรรทัด

จิตกร บุษบา
วันพุธ ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 02.00 น.
‘สีน้ำเงิน’ จะผสมกับสีไหนบ้าง?

ดูทั้งหมด

  •  

จนถึงบัดนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยังไม่เผยส่วนผสมของพรรคร่วมรัฐบาล ว่าสีน้ำเงินจะรวมกับสีใดบ้าง

เขากล่าวถึงโฉมหน้าของคณะรัฐมนตรีชุดใหม่แต่เพียงว่า การทำงานจะเน้นความเป็นทีมร่วมกัน ไม่แบ่งแยกงานว่าเป็นของแต่ละพรรค ถ้าคลัสเตอร์เรื่องน้ำต้องทำงานทีมเดียวกันจนถึงนายกฯ คลัสเตอร์เรื่องมั่นคงก็ต้องทีมเดียวกันจนถึงนายกฯ มันถึงเวลาแล้ว และสิ่งที่ประชาชนจะมีจะได้หลังจากที่ตัดสินใจให้มาบริหารประเทศแล้ว คือนายกฯ ของท่านจะไม่มีคำว่ากลัวใครจะได้คะแนนเสียง เพราะสุดท้ายนายกฯ เป็นคนเซ็นเข้าคณะรัฐมนตรี ตรงไหนเป็นความจำเป็นเร่งด่วน ไม่มีพรรคไม่มีจังหวัด มีแต่คนไทยมีแต่ประเทศไทย


และระบุว่า ขณะนี้ผลการนับคะแนนยังอยู่ที่ร้อยละ 92 ขออย่าเพิ่งเร่งรัด ตนทำงานเป็นขั้นเป็นตอน และจะไม่พูดในสิ่งที่ยังไม่ได้รับการยืนยันจากผู้มีอำนาจหน้าที่ คือคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

เมื่อถามถึงหลักการรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาล นายอนุทิน กล่าวว่า ยึดเสียงของประชาชนเป็นหลัก คะแนนอย่างไม่เป็นทางการของพรรคภูมิใจไทยอยู่ที่กว่า 190 เสียงจึงต้องเคารพการตัดสินใจของประชาชน ขณะนี้ยังไม่ใช่เวลาพูดรายละเอียด แม้มีการดำเนินการก็ยังไม่สามารถเปิดเผยได้

ส่วนเสถียรภาพรัฐบาลควรมีเสียงเท่าใด นายอนุทินระบุว่า ต้องรอการยืนยันจำนวน สส. อย่างเป็นทางการ รวมถึงการคำนวณ สส.บัญชีรายชื่อ ซึ่งอาจมีพรรคเล็กเข้ามาเพิ่มเติม ขอให้ทุกฝ่ายนิ่งก่อน

สำหรับความมั่นใจว่ารัฐบาลจะอยู่ครบวาระ 4 ปี นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่กังวล เพราะยึดหลักทำงานไม่ขัดกฎหมาย ศีลธรรม และไม่ฝืนความรู้สึกประชาชน พร้อมย้ำว่าสามารถควบคุมพรรคร่วมได้ หากคุมกันไม่ได้ก็อยู่ร่วมกันไม่ได้ เสถียรภาพรัฐบาลไม่ได้อยู่ที่ตัวเลข แต่อยู่ที่ผลงาน ซึ่งที่ผ่านมาแม้เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยก็สามารถผลักดันนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนได้

แต่นักวิชาการอย่าง รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช วิเคราะห์สูตรในการจัดตั้งรัฐบาลเอาไว้อย่างน่าสนใจว่า

สูตรที่ 1 : น้ำเงิน–แดง–เขียว

สูตรนี้มีความเป็นไปได้มากที่สุด เพราะทั้ง 3 พรรคร่วมกันได้ เพราะเป็นรากเหง้าเดียวกัน และอาจประกอบด้วยพรรคเล็กพรรคน้อยเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย เพียงแค่สองพรรคหลักก็มีเสียงเกินครึ่งแล้ว แต่ยังไม่พอสำหรับเสถียรภาพ จึงต้องเสริมให้แข็งแรงขึ้น สูตรนี้จะทำให้เสียงรวมประมาณ 325 เสียง ฝ่ายค้านเหลือราว 100 กว่าเสียง และหากดึงพรรคเล็กมาเพิ่มก็จะไม่มากจนเกินไป ถือเป็นสูตรที่มีเสถียรภาพสูง

สูตรที่ 2 : น้ำเงิน–เขียว–พรรคเล็ก

หลายคนมองว่าสูตรนี้ไม่จำเป็นต้องเอาแดงเข้ามา เพราะจะทำให้เกิดปัญหาตามมา หากเอาแดงเข้ามาในสูตรที่ 1 จะต้องขีดเส้นหลายเรื่องที่ยังค้างคา เช่น ประเด็น สว. หรือเขากระโดงว่าจะวางกันอย่างไร แต่สูตรที่ 2 ไม่ต้องขีดเส้น เพราะไม่มีแดง อาจเติมฟ้าหรือพรรคเล็กเข้าไปอีกเล็กน้อย ก็น่าจะไปได้

อย่างไรก็ตาม สูตรนี้มีความเสี่ยงเรื่องเสถียรภาพ คล้ายรัฐบาลปี 2562 เพราะพรรคเล็กพรรคจิ๋วจะมีอำนาจต่อรองสูงและต่อรองไม่หยุด เนื่องจากรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ ลำพังน้ำเงินกับเขียวมีประมาณ 251 เสียง จำเป็นต้องพึ่งพรรคเล็ก และผลที่ตามมาคือ ส้มกับแดงจะถูกผลักให้ไปผนึกกำลังกันอีกครั้ง กลายเป็นฝ่ายค้านที่แข็งแรง

สูตรที่ 3 : สูตรเปลี่ยนใจ (น้ำเงิน–ส้ม–ฟ้า)

สูตรนี้แท้จริงอยู่ในแนวคิดสูตรที่ 2 เดิม เพียงแต่เปลี่ยนชื่อ เพราะขึ้นกับการ “เปลี่ยนใจ” ของส้ม หากส้มเปลี่ยนใจ เท่ากับส้มจบในทางการเมืองรอบนี้ แต่ไม่แน่ว่าจะจบวันนี้เพื่อเกิดใหม่ในอนาคต อาจรอการตั้งพรรคใหม่ก็เป็นไปได้

ทั้งนี้ การจะออกสูตรไหน ขึ้นกับปัจจัย 4–5 ประการ 1.กติการัฐธรรมนูญ วันนี้ถือว่าเป็นการแหกกรอบรัฐธรรมนูญ 60 เพราะไม่เคยมีพรรคอันดับสองตั้งรัฐบาลได้ แต่วันนี้เกิดขึ้นแล้ว 2.ธรรมชาติการเมืองไทย การย้ายขั้วต้องมีสัญญาใจ ไม่ได้ยึดอุดมการณ์แบบต่างประเทศ แต่เป็นเรื่องโควตา เก้าอี้ และผลประโยชน์ 3.ผู้เล่นนอกสนาม หรือผู้นำทางจิตวิญญาณที่มีบทบาทในเกมการเมือง 4.คะแนนเสียงของประชาชนที่แต่ละพรรคได้รับ และ 5.องค์กรกำกับการเมือง ทั้ง กกต. การรับรองผล และคดีความต่างๆ

ด้าน ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต วิเคราะห์ทิศทางและกลยุทธ์ของพรรคภูมิใจไทยในการวางแผนจัดตั้งรัฐบาลว่า หากมองในทางปฏิบัติสูตรที่ง่ายที่สุดคือการรวมเสียงของพรรคภูมิใจไทย พรรคกล้าธรรม พรรคพลังประชารัฐ พรรครวมพลัง และพรรคเล็กพรรคน้อย ให้ได้เสียงเกิน 270–280 เสียง ซึ่งเพียงพอสำหรับการตั้งรัฐบาลโดยไม่ต้องแบกรับต้นทุนทางการเมืองมากเกินไป

สมการดังกล่าวกลับไม่มีพรรคเพื่อไทยอยู่ด้วย เนื่องจากปัญหาการจัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรี โดยเฉพาะในบริบทที่ภูมิใจไทยมี “บ้านใหญ่” จำนวนมากที่หลั่งไหลเข้ามารวมตัว หากต้องแบ่งโควตาให้เพื่อไทยเพิ่มเติมจะยิ่งทำให้การจัดสรรตำแหน่งภายในซับซ้อนขึ้นอย่างมาก และยากที่ทุกฝ่ายจะยอมรับได้โดยง่าย

หากพรรคเพื่อไทยเข้าร่วมรัฐบาล กระทรวงหลักที่ต้องการต่อรองย่อมหนีไม่พ้นกระทรวงคมนาคมซึ่งในมุมของภูมิใจไทยถือเป็น “หอกข้างแคร่” ด้วยประวัติการทำงานร่วมกันในอดีตที่ทั้งสองพรรคต่างรู้ทันเหลี่ยมกันดี การยื่นกระทรวงยุทธศาสตร์ให้คู่แข่งจึงเท่ากับเป็นการเสริมความแข็งแกร่งให้ฝ่ายตรงข้ามในอนาคต

ในทางกลับกัน การปล่อยให้พรรคเพื่อไทยไปทำหน้าที่ฝ่ายค้านกลับเป็นเกมที่ให้ผลระยะยาวกับภูมิใจไทยมากกว่า เพราะเมื่อเวลาผ่านไป บ้านใหญ่ที่ยังหลงเหลืออยู่ในเพื่อไทยย่อมเริ่มมองหาเส้นทางใหม่ในการขยับขยายอำนาจ ส่งผลให้พรรคมีแนวโน้มจะค่อยๆ ลดขนาดลง

ขณะเดียวกัน ฝั่งพรรคประชาชนก็เผชิญแรงกระทบจากประเด็นการชี้มูลของ ป.ป.ช. ซึ่งกระทบต่อขวัญกำลังใจของฐานการเมืองไม่น้อย มองจากภาพรวมแล้ว ฝ่ายค้านอาจไม่ได้มีพลังมากพอจะสร้างแรงสั่นสะเทือนรุนแรง แม้ว่าการตรวจสอบรัฐบาลจะยังคงดำเนินต่อไป

ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ หากเลือกไปอยู่ฝ่ายค้าน ก็จะเป็นช่วงเวลาสำคัญในการรีแบรนด์พรรค เพื่อฟื้นภาพลักษณ์และทบทวนบทบาทของตนเองบนเวทีการเมือง

พรรคภูมิใจไทย แม้จะเป็นแกนหลักในการจัดตั้งรัฐบาล แต่ยังมีโจทย์ภายในต้องจัดการ โดยเฉพาะเรื่องภาพลักษณ์รัฐบาล การดึงรัฐมนตรีแบบเทคโนแครตหรือคนนอกเข้ามาเพียง 2–3 คนอาจยังไม่เพียงพอ อาจต้องเพิ่มอีก 1–2 คน เพื่อสร้างความน่าสนใจและเสริมความนิยมให้รัฐบาล

อีกตัวแปรสำคัญคือบทบาทของ “พรรคผู้กอง”ที่มีจำนวนเสียงราว 58 เสียง ทำให้อำนาจต่อรองทั้งในแง่จำนวนเก้าอี้และขนาดกระทรวงต้องสูงขึ้น และหากสามารถรวบรวมพรรคเล็กพรรคน้อยเข้ามาเพิ่มเติมได้ด้วยพลังของตนเอง ก็จะยิ่งเพิ่มอำนาจต่อรองในรัฐบาลอย่างมีนัยสำคัญ

เมื่อพิจารณาภาพรวมทั้งหมด จึงมีแนวโน้มว่าพรรคประชาชน พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคเพื่อไทยจะไปอยู่ในบทบาทฝ่ายค้าน โดยเหตุผลหลักคือภูมิใจไทยมีขนาดใหญ่เพียงพอแล้วการดึงเพื่อไทยที่มีเสียงกว่า 300 เข้ามาร่วมรัฐบาลไม่ใช่ความจำเป็น และยังเพิ่มความเสี่ยง เพราะรัฐบาลที่ใหญ่เกินไปย่อมคุมยาก และอาจนำไปสู่ปัญหาภายในในระยะยาว

ขณะที่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุวิชา เป้าอารีย์ผู้อำนวยการศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” (NIDA Poll) กล่าวว่า สำหรับอายุของรัฐบาลภายใต้การนำของภูมิใจไทยนั้น ไม่ว่าสูตรไหน รัฐบาลชุดนี้อยู่ไม่ครบเทอม และไม่ถึง 4 ปี จะมีการเลือกตั้งใหม่ภายในช่วงคริสต์มาสปี 2571 โดยปีแรกจะเป็นปีแห่งความสุข อยู่กันอย่างราบรื่น พอปีที่สองจะเริ่มปรับ ครม. สับเก้าอี้ แบ่งปันความสุข พอปีที่สาม ทุกฝ่ายอยากได้ความสุขมากขึ้น แต่ผู้ให้ไม่สามารถให้ได้ครบ จะเริ่มเกิดความปั่นป่วน สุดท้ายจะนำไปสู่การยุบสภา

“เหตุผลสำคัญคือ สส. ในพรรคภูมิใจไทยปัจจุบัน ไม่ใช่ภูมิใจไทยแฟมิลี่ทั้งหมด ของแท้จริงอาจมีเพียงราว 70 คน ที่เหลือเป็นกลุ่มใหม่ พร้อมจะแยกตัวได้ทุกเมื่อ หากบ้านหลังนี้อยู่แล้วไม่มีความสุข สรุปคือ ไม่ครบเทอมแน่นอน ภายในปี 2571 ส่วนประชามติผ่านหรือไม่ไม่ผ่าน ยังไงก็ไม่ผ่าน”

สรุป : น่าแปลกใจ ที่สูตรของ รศ.ดร.ยุทธพร ไม่มีสูตร “น้ำเงิน-แดง-ฟ้า” อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามกันต่อไปว่า นายอนุทินและ “กุนซือ” จะเลือกสูตรไหนในการตั้งรัฐบาล แต่งานนี้พูดได้เลยว่า ชนะเลือกตั้งง่าย ตั้งรัฐบาลยากกว่า อยู่ร่วมกันให้ครบ 4 ปี ยากที่สุด

เพราะลำพังในพรรคภูมิใจไทยตอนนี้ ก็มี “มุ้ง” สารพัดมุ้ง ทั้งเก่าและใหม่ ที่จะต้อง “จัดการ” ให้ลงตัว ซึ่งทั้งยุ่งและยาก เหมือนมี “ระเบิดเวลา” มัดอยู่กับตัว ไหนจะพรรคร่วมที่ก็ต้องระวังทั้งเรื่อง “คุณสมบัติ” และ “การต่อรอง” ซึ่งทั้งหมด คนที่แบกความเสี่ยงคือ “อนุทิน” ที่ครั้งนี้ มี 100 เอกนิติ-ศุภจี-สีหศักดิ์ ก็ช่วยไม่ได้

เพราะไม่ใช่เรื่องคะแนนนิยมในการเลือกตั้ง แต่เป็นเรื่องของการ “จัดสรรประโยชน์” ให้ลงตัวและพอใจ !!

จิตกร บุษบา

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
22:06 น. ป.ป.ส.บุกระนอง รวบผัว-เมีย เอเย่นต์ขาใหญ่ซอย 5 ยึดยาบ้า-อาวุธปืน
21:51 น. กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ ไม่จบ นัดบุกกกต.พรุ่งนี้ 10 โมงเช้า
21:33 น. ชลบุรีระอุอีก! วิโรจน์แฉเขต 3 ยกหีบหนี-ไอซ์สมทบแฉคลิปว่อน
21:19 น. เขย่าเลือกตั้งใต้! ประชาชาติแถลงการณ์ จับทุจริตปัตตานี-นราฯ
21:13 น. ต้าห์อู๋ เดือดจัด ฟาดแรง ลั่น'ใครใช้ภาษีเพื่อส่วนตัว ขอให้มันฉิบXาย'
ดูทั้งหมด
มาแล้ว! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 9-15 ก.พ.69
ในหลวง-พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายกฯ-รมว.คลัง เข้าเฝ้าฯ
ในหลวง-พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ คณะบุคคล เข้าเฝ้าฯ
เช็กได้ที่นี่ ผลคะแนนเลือกตั้ง 2569 เรียลไทม์ ครบ 400 เขต
ดัง พันกร โพสต์ถามกลางโซเชียล หลังเทรนด์ฮิต ห่มสไบใส่ยีนส์ ถูกเบรกห้ามเข้าสถานที่
ดูทั้งหมด
เควิน วอร์ช ว่าที่ประธานเฟดคนใหม่ : จากบทเรียนวิกฤตการเงิน สู่โจทย์นโยบายการเงินยุคหลัง QE
ขี้แพ้ชวนตี
‘สีน้ำเงิน’ จะผสมกับสีไหนบ้าง?
ไทยเป็นคนป่วยแห่งเอเชีย จริงหรือ
ถอดบทเรียนจากสุนทรพจน์ของนายกรัฐมนตรี Mark Carney สู่พลังจากภาคประชาสังคมในการต่อต้านคอร์รัปชัน
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ ไม่จบ นัดบุกกกต.พรุ่งนี้ 10 โมงเช้า

ชลบุรีระอุอีก! วิโรจน์แฉเขต 3 ยกหีบหนี-ไอซ์สมทบแฉคลิปว่อน

เขย่าเลือกตั้งใต้! ประชาชาติแถลงการณ์ จับทุจริตปัตตานี-นราฯ

ต้าห์อู๋ เดือดจัด ฟาดแรง ลั่น'ใครใช้ภาษีเพื่อส่วนตัว ขอให้มันฉิบXาย'

กกต.ศรีสะเกษ สยบลือ เผยยังไม่มีการนับคะแนนเขต 6-7 ใหม่ ไร้ร้องเรียนผลเลือกตั้ง

ธนาธร จี้กกต.เปิดเผยใบบันทึกคะแนนทุกหน่วยเลือกตั้งทันที บี้ขอเหตุผล หากทำไม่ได้

  • Breaking News
  • ป.ป.ส.บุกระนอง รวบผัว-เมีย เอเย่นต์ขาใหญ่ซอย 5 ยึดยาบ้า-อาวุธปืน ป.ป.ส.บุกระนอง รวบผัว-เมีย เอเย่นต์ขาใหญ่ซอย 5 ยึดยาบ้า-อาวุธปืน
  • กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ ไม่จบ นัดบุกกกต.พรุ่งนี้ 10 โมงเช้า กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ ไม่จบ นัดบุกกกต.พรุ่งนี้ 10 โมงเช้า
  • ชลบุรีระอุอีก! วิโรจน์แฉเขต 3 ยกหีบหนี-ไอซ์สมทบแฉคลิปว่อน ชลบุรีระอุอีก! วิโรจน์แฉเขต 3 ยกหีบหนี-ไอซ์สมทบแฉคลิปว่อน
  • เขย่าเลือกตั้งใต้! ประชาชาติแถลงการณ์ จับทุจริตปัตตานี-นราฯ เขย่าเลือกตั้งใต้! ประชาชาติแถลงการณ์ จับทุจริตปัตตานี-นราฯ
  • ต้าห์อู๋ เดือดจัด ฟาดแรง ลั่น\'ใครใช้ภาษีเพื่อส่วนตัว ขอให้มันฉิบXาย\' ต้าห์อู๋ เดือดจัด ฟาดแรง ลั่น'ใครใช้ภาษีเพื่อส่วนตัว ขอให้มันฉิบXาย'
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

‘สีน้ำเงิน’ จะผสมกับสีไหนบ้าง?

‘สีน้ำเงิน’ จะผสมกับสีไหนบ้าง?

11 ก.พ. 2569

เลือก ‘ถ่วงดุลอำนาจ’ ไม่ให้รัฐล้มเหลว

เลือก ‘ถ่วงดุลอำนาจ’ ไม่ให้รัฐล้มเหลว

8 ก.พ. 2569

ยุทธศาสตร์ ‘หลากสีล้มส้ม’ ในกทม.

ยุทธศาสตร์ ‘หลากสีล้มส้ม’ ในกทม.

4 ก.พ. 2569

เชียร์ส้มแบบเหมือนจะมีตรรกะ, แต่...

เชียร์ส้มแบบเหมือนจะมีตรรกะ, แต่...

1 ก.พ. 2569

เหตุผลที่ผมจะเลือก ‘พรรคประชาธิปัตย์’

เหตุผลที่ผมจะเลือก ‘พรรคประชาธิปัตย์’

28 ม.ค. 2569

ภาวะสุดทน ของคนชื่อ ‘กรณ์’

ภาวะสุดทน ของคนชื่อ ‘กรณ์’

25 ม.ค. 2569

รุมซัด ‘แก้รัฐธรรมนูญ’ เพื่ออะไร?

รุมซัด ‘แก้รัฐธรรมนูญ’ เพื่ออะไร?

21 ม.ค. 2569

พรรคใด คิดเรื่อง ‘การศึกษา’ ดีที่สุด?

พรรคใด คิดเรื่อง ‘การศึกษา’ ดีที่สุด?

18 ม.ค. 2569

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved