วันอาทิตย์ ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2569
นายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ของกัมพูชา ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าการปฏิบัติการฉ้อโกงทางไซเบอร์เป็นประโยชน์ต่อรัฐบาลของเขา หรือว่าทางการร่วมมือกับเฉิน จื้อ หัวหน้าแก๊งอาชญากรรมที่ถูกกล่าวหา โดยระบุว่าเครือข่ายดังกล่าวทำลายเศรษฐกิจและชื่อเสียงระหว่างประเทศของกัมพูชา
ในการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเอเอฟพีเมื่อวันที่ 25 ก.พ. ผู้นำกัมพูชากล่าวว่าศูนย์หลอกลวงออนไลน์เป็นส่วนหนึ่งของ “เศรษฐกิจมืด” ที่กำลังทำลายเศรษฐกิจที่สุจริตของประเทศและทำลายชื่อเสียงของกัมพูชา ส่งกระทบเชิงลบต่อการท่องเที่ยวและการลงทุน เขากล่าวว่า “นี่คือเหตุผลที่เราต้องกำจัดมันออกไปให้หมด”
1) แม้ฮุน มาเนต จะยอมรับว่าการปฏิบัติการของศูนย์หลอกลวงออนไลน์ดังกล่าวอาจช่วยกระตุ้นกิจกรรมทางธุรกิจและสร้างงานได้บ้างในทางอ้อม แต่เขาปฏิเสธข้อกล่าวอ้างที่ว่าประเทศได้รับผลประโยชน์จากการฉ้อโกงเหล่านี้
2) ในประเด็นที่ เฉิน จื้อ ถูกจับกุมและถูกเนรเทศไปยังประเทศจีนในเดือนมกราคม ฮุน มาเนต กล่าวว่าเจ้าหน้าที่ไม่ทราบว่าเฉิน จื้อ มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระทำผิดทางอาญาใดๆ
“เราไม่รู้ว่าเขาเป็นหัวหน้าแก๊ง” ฮุน มาเนต กล่าวให้สัมภาษณ์กับเอเอฟพี พร้อมเสริมว่าจากการตรวจสอบประวัติไม่พบสิ่งผิดปกติ และกลุ่มบริษัทปรินซ์ (Prince Group) ของ เฉิน จื้อ ดำเนินธุรกิจในหลายประเทศ รวมทั้งอังกฤษ
3) ฮุน มาเนต กล่าวว่าก่อนที่จะมีการกล่าวหานั้น เฉิน จื้อ เป็นเพียงนักธุรกิจที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และเสริมว่าเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการทันทีเมื่อทราบถึงการกระทำผิดที่ถูกกล่าวหา
กัมพูชาได้เพิ่มความเข้มข้นในการรณรงค์ต่อต้านการหลอกลวงทางออนไลน์หลังถูกนานาชาติกดดัน โดยเริ่มปฏิบัติการร่วมกับพันธมิตรต่างชาติตั้งแต่ปีที่แล้ว
ทางการกัมพูชาระบุว่าได้ปิดศูนย์สแกมไปแล้วมากกว่า 200 แห่งทั่วประเทศ และจับกุมบุคคลระดับแกนนำกว่า 170 คน
ข้อมูลอย่างเป็นทางการระบุว่า ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2568 มีผู้ที่ทำงานหรือเกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมฉ้อโกงประมาณ 13,500 คน จาก 66 ประเทศ ถูกเนรเทศออกจากกัมพูชา และรายงานดังกล่าวยังประเมินว่ามีผู้คนอย่างน้อย 100,000 คน ถูกบังคับให้ทำการหลอกลวงออนไลน์
รัฐบาลกัมพูชาได้ให้คำมั่นว่าจะกำจัดปฏิบัติการหลอกลวงทางออนไลน์ให้หมดไปภายในเดือน เม.ย.นี้
4) แต่บรรดานักวิเคราะห์กล่าวว่าการจับกุม “เฉิน จื้อ” ชาวจีนสัญชาติกัมพูชา ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นหัวหน้าขบวนการการพนันและฉ้อโกงข้ามชาติรายใหญ่ ดูเหมือนจะเป็นการ “ยอมอ่อนข้อเชิงกลยุทธ์” มากกว่าที่จะเป็น“ปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายอย่างแท้จริง” ถือเป็นรูปแบบที่ถูกนำมาใช้บ่อยครั้งในอดีตที่ผ่านมา ครั้งที่เผชิญแรงกดดันจากภายนอก รายงานของแคมโบเดียเนสส์ สื่อมวลชนกัมพูชา
5) เหล่านักวิเคราะห์ชี้ว่าการไม่ดำเนินการใดๆ กับกลุ่มผู้มีอำนาจและมีอิทธิพลทางการเมือง รวมถึงไม่มีการเปิดเขตล้อมรั้วสแกมอย่างถาวรหรือยึดทรัพย์ อาจทำให้ดูเหมือนว่าการรวบตัวครั้งนี้เป็นเพียงการจับกุมเชิงสัญลักษณ์เท่านั้น
6) เจ้าหน้าที่กัมพูชาทำการจับกุม เฉิน จื้อ ผู้ก่อตั้งและประธานปรินซ์กรุ๊ป ในช่วงเย็นวันพุธที่ 7 มกราคม 2569 และส่งตัวเขาในฐานะผู้ร้ายข้ามแดนไปยังจีน ตามคำร้องขอของเจ้าหน้าที่ปักกิ่ง นอกจากนี้แล้วยังมีชาวจีนอีก 2 คน ได้แก่ ซู จี เหลียง และ เซา จี ฮุย ถูกส่งตัวไปยังจีนพร้อมๆ กัน โดยที่กระทรวงมหาดไทยกัมพูชาให้คำจำกัดความการจับกุมตัวพวกเขา ว่าเป็นส่วนหนึ่งในความพยายามต่อสู้กับอาชญากรรมข้ามชาติ
7) อย่างไรก็ตาม แคมโบเดียเนสส์ อ้างความเห็นของ เจค็อบ ซิมส์ นักวิเคราะห์จากศูนย์เอเชียแห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด บอกว่าความเคลื่อนไหวนี้ดูเหมือนจะเป็นเพียงการยอมอ่อนข้อเชิงกลยุทธ์เท่านั้น ไม่ใช่การปราบปรามจริงๆ จังๆ
เขาบอกว่าการจับกุมเพียงครั้งเดียว ไม่ได้เปลี่ยนข้อเท็จจริงที่ว่า ยังคงมีการให้การคุ้มกันในวงกว้าง เปิดทางให้ศูนย์สแกมเมอร์ทั้งหลายสามารถเปิดปฏิบัติการต่อไปได้ โดยมีฝ่ายการเมืองคอยให้การปกป้อง
8) นักวิเคราะห์รายนี้บอกต่อว่าการบังคับใช้กฎหมายจัดการกับศูนย์สแกมเมอร์ในประเทศ จะเป็นไปอย่างล่าช้าถ้านานาชาติลดความสนใจลงไป นั่นเป็นเพราะรัฐบาลล้มเหลวในการนำตัวพวกนักการเมืองที่มีส่วนเกี่ยวข้องมาลงโทษ “มีความเป็นไปได้สูงมากที่มันจะเป็นเช่นนี้ต่อไป จนกว่ารัฐบาลชาติต่างๆ ที่เกี่ยวข้องจะยกระดับแรงกดดันถาโถมเข้าใส่รัฐบาลกัมพูชา” ซิมส์กล่าว
9) Seng Vanly นักวิเคราะห์ทางภูมิรัฐศาสตร์ ชี้ว่าความเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นความพยายามแสดงให้เห็นว่ากัมพูชาพร้อมจัดการกับบุคคลที่มีชื่อเสียงที่เกี่ยวข้องกับสแกม แต่ขณะเดียวกันก็ยังคงมีคำถามต่างๆ นานาเกี่ยวกับเป้าหมายของการปราบปราม
“ภายใต้ความร่วมมือกับจีนและสหรัฐฯ แรงกดดันอยู่ยังคงมีอยู่ระดับสูง ปฏิบัติการจู่โจมตรวจค้นยังอาจเดินหน้าต่อไป แต่บททดสอบที่แท้จริงคือ พวกเจ้าหน้าที่จะไล่ล่าเจ้าของ/ผู้ลงทุน หรือแค่เพียงคนงานในระดับล่างเท่านั้น” เขากล่าว
10) ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ยอมรับระหว่างให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเอเอฟพีเมื่อวันพุธที่ 25 ก.พ. 2569 ว่าศูนย์สแกมทั้งหลายกำลังทำลายเศรษฐกิจของประเทศ และก่อชื่อเสียงแย่ๆ แก่ประเทศ อย่างไรก็ตาม เขาตอบโต้คำกล่าวหาที่ว่ารัฐบาลเขมรสมรู้ร่วมคิดกับอาชญากรรมระดับโลกดังกล่าว
11) กัมพูชากลายมาเป็นจุดรวมตัวของแก๊งอาชญากรรม ที่ควบคุมอุตสาหกรรมฉ้อโกงมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งพบเห็นพวกสแกมเมอร์ล่อลวงผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลกให้ตกเป็นเหยื่อความสัมพันธ์รักใคร่แบบหลอกๆ รวมไปถึงการลงทุนในคริปโตเคอร์เรนซี
“เครือข่ายสแกม ที่เราเรียกว่าเศรษฐกิจนอกระบบ กำลังทำลายเศรษฐกิจที่โปร่งใสและยุติธรรมของเรา และนำมาซึ่งชื่อเสียงแย่ๆ แก่กัมพูชา” ฮุน มาเนต บอกกับเอเอฟพี พร้อมบอกว่ามันกำลังทำร้ายการท่องเที่ยวและการลงทุน “นี่คือเหตุผลว่า ทำไมเราถึงจำเป็นต้องชำระล้างกำจัดมันออกไป”
12) การปราปรามได้นำมาซึ่งการจับกุมผู้ต้องสงสัยหลายพันคน เอเอฟพีอ้างอิงข้อมูลจากเจ้าหน้าที่รัฐบาล และเมื่อเร็วๆ นี้ ได้มีการส่งตัวอดีตที่ปรึกษาระดับสูงของผู้นำกัมพูชาในฐานะผู้ร้ายข้ามแดนไปยังจีน อย่างไรก็ตามพวกผู้เชี่ยวชาญบางส่วน ตั้งคำถามเกี่ยวกับความจริงจังในความพยายามดังกล่าว โดยชี้ถึงคำกล่าวอ้างที่ว่ามีความเชื่อมโยงกันระหว่างพวกเจ้าหน้าที่กัมพูชากับเครือข่ายไซเบอร์สแกม
13) ฮุน มาเนต ซึ่งก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีกัมพูชา แทน ฮุนเซน บิดาของเขา ในปี 2023 ยอมรับว่าอาชญากรรมดังกล่าวช่วยส่งเสริมกิจกรรมทางเศรษฐกิจบางอย่างในทางอ้อม และสร้างตำแหน่งงานภายในประเทศ แต่ปฏิเสธว่ากัมพูชาไม่ได้กอบโกยผลประโยชน์จากอาชญากรรมนี้
“ใช่ ศูนย์สแกม อาจก่อผลลัพธ์โดยตรงบางอย่างต่อภาคอสังหาริมทรัพย์ ต่อการลงทุนบางอย่าง การก่อสร้าง การซื้อ แนวทางการสร้างศูนย์ต่างๆ” เขากล่าว “แต่กระบวนการทั้งหมดไม่ได้เกี่ยวข้องกับรัฐบาลกัมพูชา” นายกรัฐมนตรีกัมพูชาระบุ
14) กัมพูชา เป็นที่ตั้งของศูนย์สแกมหลายสิบแห่ง และมีคนงานประมาณ 100,000 คน จำนวนมากเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ ที่ถูกล่อลวงบังคับขู่เข็ญให้กระทำผิดฉ้อโกงทางออนไลน์ พวกผู้เชี่ยวชาญระบุ
รายงานฉบับหนึ่งเมื่อปี 2024 ของสถาบันสันติภาพแห่งสหรัฐฯ คาดการณ์ว่าผลตอบแทนของสแกมไซเบอร์กัมพูชา สูงทะลุ 12,500 ล้านดอลลาร์ต่อปี หรือราวครึ่งหนึ่งของจีดีพีอย่างเป็นทางการของประเทศ แต่ ฮุน มาเนต ยืนกรานว่าเศรษฐกิจกัมพูชาไม่ได้พึ่งพาสแกม “ผู้คนมากมายพูดว่า จีดีพีกัมพูชาพึ่งพาสแกม ไม่ เราพึ่งพาเศรษฐกิจบริสุทธิ์ อย่างเช่นการท่องเที่ยวการผลิตและอื่นๆ”
15) พวกปฏิบัติการสแกมมาจากประเทศต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บางส่วนดำเนินการด้วยความสมัครใจ แต่จำนวนมากเป็นชาวต่างชาติที่ถูกล่อลวงมาก และโดนบังคับให้ทำงานภายใต้คำขู่ทรมาน
เมื่อปีที่แล้ว ได้มีการปราบปรามขนานใหญ่ที่ผลักดันโดยจีน ประเทศที่มีอิทธิพลสูงลิ่วทั้งทางเศรษฐกิจและทางการทูตในภูมิภาค ปฏิบัติการดังกล่าวพบเห็นคนงานสแกมหลายหมื่นคนถูกปล่อยตัวออกมาจากศูนย์สแกมทั้งหลายทั้งในพม่าและกัมพูชา และส่งตัวกลับประเทศ จำนวนมากในนั้นถูกส่งตัวกลับไปยังจีน
16) ความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ที่สุดจนถึงตอนนี้ เกิดขึ้นเมื่อเดือนมกราคม ครั้งที่กัมพูชาจับกุม เฉิน จื้อ มหาเศรษฐีสัญชาติกัมพูชาที่เกิดในจีน จากนั้นส่งตัวในฐานะผู้ร้ายข้ามแดนไปยังจีน
ก่อนหน้าถูกกัมพูชาจับกุม เฉิน จื้อ ถูกฟ้องร้องดำเนินคดีโดยพวกเจ้าหน้าที่สหรัฐฯในเดือนตุลาคม ขณะนั้นเขายังคงดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาของทั้ง ฮุน มาเนต และ ฮุนเซน
17) “ผมไม่รู้ว่าเขาเป็นหัวหน้าแก๊ง” ฮุน มาเนต กล่าวอ้างกับเอเอฟพี ในบรัสเซลส์ ซึ่งเขาแวะเยี่ยมเยียน โดยเป็นส่วนหนึ่งในการเดินทางเยือนนานาชาติ เพื่อขอแรงสนับสนุนทางการทูต ท่ามกลางความขัดแย้งด้านชายแดนกับไทย
ฮุน มาเนต อ้างว่าการตรวจสอบภูมิหลังของ เฉิน จื้อ ไม่พบสัญญาณความน่ากังวลใดๆ เขาเน้นว่ากลุ่มธุรกิจปรินซ์กรุ๊ป ของเฉิน จื้อ ซึ่งเจ้าหน้าที่สหรัฐฯบอกว่าถูกใช้ปกป้องอาณาจักรฉ้อโกงไซเบอร์อันมโหฬารนั้น ได้เข้าไปประกอบกิจการในมากมายหลายประเทศ ในนั้นรวมถึงสหราชอาณาจักร
18) อัยการสหรัฐฯเผยก่อนหน้านี้ว่า นับตั้งแต่ปี 2015 ปรินซ์กรุ๊ป ปฏิบัติการธุรกิจในประเทศต่างๆ มากกว่า 30 ชาติทั่วโลกภายใต้หน้ากากของธุรกิจที่ถูกต้องตามกฎหมายต่างๆ นานา ไม่ว่าจะเป็นอสังหาริมทรัพย์ บริการด้านการเงินและธุรกิจอุปโภค-บริโภค
ฮุน มาเนต ชี้แจงว่า ก่อนหน้าที่ เฉิน จื้อ จะถูกกล่าวหา สำหรับกัมพูชาแล้ว เขาเป็นเพียงนักธุรกิจ ที่มีส่วนสนับสนุนเศรษฐกิจ “ไม่ว่าจะกิจกรรมใดก็ตาม เราไม่รู้เลย” นายกรัฐมนตรีกัมพูชากล่าว พร้อมอ้างว่าพวกเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการในทันที ครั้งที่ทราบเกี่ยวกับข้อกล่าวหาการกระทำความผิดของบุคคลผู้นี้
ทั้งหมดนี้ นักวิเคราะห์ทั้งหลายล้วนชี้ว่า ปัญหาสแกมเมอร์กำลังทำให้กัมพูชาถูกปิดล้อมจากประชาคมโลก และทำให้พ่อลูกตระกูลฮุน ใกล้ที่จะ “จนตรอก” เต็มทีแล้ว และเฝ้าติดตามว่า ฮุน มาเนต ภายใต้การบงการของบิดา จะใช้ลีลา “หนูไม่รู้” เอาตัวรอดไปได้อีกสักกี่ครั้ง !

ทั่วโลกเริ่มป่วน สายการบินยักษ์ใหญ่แห่ยกเลิกเที่ยวบินตะวันออกกลาง ผู้โดยสารตกค้างที่สนามบินเพียบ
‘โฆษก ภท.’ ยัน ไม่เคยให้ข้อมูลข่าวสารใดๆเกี่ยวกับ ‘พรรคเสรีรวมไทย’ ไร้ติดต่อแถลงร่วมกัน
เต้ มงคลกิตติ์ ลั่นสมัคร ส.ส แค่ทางผ่าน จริงๆ อยากเป็นนายก เผยเคยเจ้าชู้จนต้องหย่าภรรยา
รัสเซียเดือด ร่อนแถลงการณ์ซัด สหรัฐฯ-อิสราเอล วางแผนล่วงหน้าโจมตี อิหร่าน
ด่วน! เที่ยวบิน Etihad Airways ไปอาบูดาบี บินวนกลับภูเก็ต หลังตะวันออกกลางตึงเครียด

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี