วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2569
สองสามวันนี้มีเรื่องดราม่า ถกเถียงกันเรื่องภาพที่มีนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกระทรวงการคลังปรากฏในเฟรมเดียวกับ เบน สมิธ หนึ่งในสามสแกมเมอร์ที่นำเงินสีดำ เงินสีเทามาฟอกลงทุนทำธุรกิจในประเทศไทย และถูกคณะกรรมการปราบปรามการฟอกเงินอายัดทรัพย์สินกว่าหนึ่งหมื่นล้านบาท
หลังจาก เบน สมิธ นายยิม เลียก และนายก๊ก อาน สามตัวการใหญ่ในขบวนการ สแกมเมอร์ ถูกอายัดทรัพย์สินกว่าหนึ่งหมื่นล้านบาท ไม่ทันข้ามวันภาพนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ และพลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์อยู่ในเฟรมเดียวกับ เบน สมิธ ก็ถูกปล่อยมา ทำให้เกิดดราม่า ถกเถียงกันในโซเชียล นักวิชาการระดับดร.จากอเมริกา ตำหนินักการเมือง ที่ตั้งข้อสงสัยว่า ผู้ยิ่งใหญ่ที่อยู่ในภาพ ช่วยเหลือเบน สมิธ หรือไม่ ดร.จากอเมริกาถึงกับพูดว่า จะถ่ายรูปกับใคร ต้องตรวจสอบประวัติก่อนหรือไง
คำพูดของ ดร.ท่านนี้จึงตรงกับที่ปราชญ์กล่าวว่า “ใช้เวลากับตำรามากเกินไปเสียโอกาสในการเรียนรู้”คือไม่ได้เรียนรู้ว่าภาพเจ้าปัญหาเกิดขึ้นได้อย่างไร ส่วนผู้ที่อยู่ในเฟรมเดียว เบน สมิธ พลเอกอภิรัชต์ ชี้แจงว่าคราวเรียน วปอ.ปี 2557 เดินทางไปดูงานที่สิงคโปร์ และมีคนแนะนำให้รู้จัก เบน สมิธ ไปกินข้าวกันธรรมดา นายอนุทินยังพูดว่า “อเมริกันแชร์นะ”
ฟังดูก็มีเหตุผล แต่สำหรับคนที่เรียนรู้โลกจากความเป็นจริงไม่ได้จมอยู่กับตำรา บอกได้ว่าไม่เคยรู้ ไม่เคยเห็น นักการเมือง หรือนายทหารใหญ่ที่มีคนแนะนำให้รู้จักคนแปลกหน้า ชวนไป
ทานอาหารแล้วพูดว่า “อเมริกันแชร์นะ” โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศสิงคโปร์ได้ชื่อว่า เป็นแหล่งฟอกเงินใหญ่ที่สุดในเอเชีย
เคยสังเกตไหมว่าทำไมนักธุรกิจการเมืองทุนสามานย์จึงมักใช้สิงคโปร์เป็นที่พบปะเลี้ยงรับรองหุ้นส่วนทางธุรกิจ รวมถึงใช้สิงคโปร์เป็นที่พบปะสมุนบริวาร หรือทำข้อตกลงทางธุรกิจการเมืองที่นั่น
จึงสงสัยว่าคนที่แนะนำให้ เบน สมิธ รู้จักกับพลเอก อภิรัชต์ และทานอาหาร ดื่มไวน์กับนายอนุทินในสิงคโปร์ เป็นคนเดียวกันกับคนที่เคยยืนกุมเป้า บอก พลเอกสุนทร คงสมพงษ์ ว่า “ไม่มีพี่ ผมไม่มีวันนี้”
จึงพูดได้ว่า รูปเดียวในสิงคโปร์บอกได้พันคำและที่บอกได้หลายหมื่นคำคือภาพที่พลเอกอภิรัชต์เอามือโอบกอดคอ เบน สมิธ ในรูปหมู่ ที่นายอนุทินอยู่ในเฟรมนั้นด้วย ภาพพลเอกอภิรัชต์กอดคอ เบน สมิธ ทำให้ระลึกถึงพลเอกสุนทรคงสมพงษ์ อดีตนายทหารใหญ่ใจดีที่ถูกใจใครมักเอามือตบหลังกอดคอ
เมื่อครั้งน้ำท่วมกะทูน จังหวัดนครศรีธรรมราชปี’31 หรือปี’32 จำไม่ได้แน่นอน ตอนนั้นเราเป็นนักข่าวรอยเตอร์ส ติดตามทหารไปทำข่าว ที่กองบิน จ.สุราษฎร์ธานี พลเอกสุนทรตบหลังเราแล้วพูดว่า “ไปด้วยกัน” เราเป็นนักข่าวคนเดียวที่ได้นั่งเฮลิคอปเตอร์ พลเอกสุนทรขับไปทำข่าวไม้ซุงไหลถล่มหมู่บ้านกะทูน
ยกเรื่องนี้มาเล่าเพียงแต่อยากให้ ดร.ได้เรียนรู้ว่านายทหารชั้นผู้ใหญ่ เมื่อถูกใจใครแสดงความสนิมสนมด้วยการตบหลังกอดคอ และเชิญไปร่วมงานแต่งงานลูกแต่งงานหลาน นั้นไม่ได้หมายความว่า ท่านมีส่วนพัวพันหรือช่วยเหลือให้นายเบน สมิธ ทำผิดกฎหมาย แต่การรู้จักหรือแสดงให้เห็นว่าสนิทสนมกับผู้ใหญ่ช่วยให้ทำธุรกิจในเมืองได้คล่องตัวมากขึ้น
ส่วนนายอนุทิน กับรัฐมนตรีการคลัง ก็กล่าวว่า รู้จักเบน สมิธ อย่างผิวเผินในวาระต่างกัน ไม่มีความสัมพันธ์ต่อเนื่องแต่อย่างใด และกล่าวด้วยว่าเป็นภาพที่ถ่ายในปี 2557 ซึ่งเวลานั้นยังไม่มีสแกมเมอร์ ใช่คนไทยเพิ่งใช้คำว่า “สแกม”ในปี 2568 นี้เอง แต่จีนปฏิบัติการปราบคอลเซ็นเตอร์ครั้งใหญ่ในสีหนุวิลล์ ตั้งแต่ปี 2556 ตอนนั้นคนยังไม่ใช้คำว่า “สแกมเมอร์”
นอกจากนั้นนายอนุทินยังพูดว่าภาพที่หลุดออกมา อาจเป็นเพราะเขาไม่ยอมลงนามให้สัญชาติไทยนายเบน สมิธ ใช่ไหม จึงถูกให้ออกจากรัฐมนตรีมหาดไทย ฤาอนุทินกำลังบอกใบ้ว่า
คนที่ไม่อยู่ในเฟรมนี้บงการปล่อยภาพเก่าออกมาดิสเครดิตรัฐบาลหรือไม่
คนที่ปลดนายอนุทินออกจาก มท 1.ได้ ปัจจุบันไม่อยู่ในสถานะตอบโต้นายอนุทินได้ แต่อดสงสัยไม่ได้ว่า คนที่นั่งเรือยอชต์ของ เบน สมิธ ล่องอันดามัน ร่วมกับคนที่นายอนุทินบอกใบ้ ทำไม ยังลอยหน้าอยู่ใกล้นายอนุทิน
ความจริงสังคมไทยสงสัยมานานแล้วว่าผู้ที่ไม่มีภาพนายเบน สมิธ ร่วมเฟรมกับนายอนุทิน แต่มีภาพอยู่ร่วมกับเบน สมิธ ในเฟรมอื่นๆ คือผู้ที่มีความใกล้ชิดสนิทสนมและอาจทำธุรกิจสีเทา สีขาวร่วมกับนายเบน สมิธ นายยิม เลียก และก๊ก อาน มานานแล้วหรือไม่ เลยเพิ่มความสงสัยว่าคนที่ไม่อยู่ในเฟรมนี้ คือผู้แนะนำให้เบน สมิธทำความรู้จักและใกล้ชิดกับผู้ใหญ่เพื่อฟอกเงินในเมืองไทยได้คล่องขึ้นหรือไม่
วันนี้มีแต่คนปกป้องนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และพลเอกอภิรัชต์ ว่าถ่ายรูปกับเบน สมิธ ไม่ได้หมายความว่า ทำความผิดด้วย แต่ไม่มีใครตั้งคำถามว่า อายัดทรัพย์สินกว่าหมื่นล้านบาทแล้วยังไงต่อ หากเจ้าของทรัพย์ชี้แจงได้ภายใน 90 วัน ต้องคืนให้เขาไหม? สั่งอายัดทรัพย์แล้วทำไมไม่ออกหมายจับความผิดทางอาญากับเจ้าของทรัพย์
ประเด็นนี้เฟซบุ๊ก คุณสมเกียรติ ศรีรักษาสินธุ์ แสดงความคิดเห็นน่าสนใจ จึงขออนุญาตนำเฟซบุ๊ก คุณสมเกียรติ มาแชร์ความคิดเห็นกันโดยมีข้อความว่า
“..อย่าเพิ่งให้เครดิตใครทั้งนั้น กรณีรัฐบาลสั่งอายัดเงินแก๊งสแกมเมอร์ เพราะเรื่องนี้ดูแล้วมันทะแม่งๆ ยังไงชอบกล ข้อแรก ต้องไม่เข้าใจผิดนะ ว่าแค่อายัด ไม่ใช่ยึด ซึ่งต่างจากที่ทรัมป์อังกฤษ เกาหลี ทำก่อนหน้านี้นั้นเป็นการ“ยึด” แต่ของเราแค่“อายัด”
การอายัดเงินของแก๊งนี้ดูแล้วเหมือนรัฐบาลจะหล่อเหลาเอาการ แต่แปลกใจทำไมอยู่ๆ ไปอายัดโดยไม่มีข้อหา โดยปกติการจะอายัดทรัพย์สินผู้ใดนั้น ต้องมีการตั้งข้อหาก่อน แล้วการสั่งอายัดจะตามมา แต่นี่ไม่เห็น 3 รายนั้นถูกหมายจับสักคน ยังไม่รู้เลยว่า 3 คนนั้นมีความผิดอะไรฐานใด
การสั่งอายัดเที่ยวนี้ของ 3 รายนั้น ซึ่ง1 ใน 3 รายกลายเป็นบริษัทพลังงานใหญ่ของไทยติดชื่ออยู่ด้วย น่าจะเป็นการสั่งทางแพ่ง ที่ไม่ใช่อาญา เพราะถ้าสั่งแบบนี้เปิดโอกาสให้ผู้ถูกอายัดนำหลักฐานมาชี้แจงภายใน 90 วัน ถ้าชี้แจงได้หมด ได้คืนทั้งหมด ถามว่าถ้าชี้แจงได้เกือบทั้งหมด เหลือให้รัฐบาลได้ดูต่างหน้าสักไม่กี่ร้อยล้านจากหมื่นกว่าล้าน อย่างนี้เรียกว่า“จำอวดหน้าม่าน หรือตลกหกฉาก”ใช่หรือไม่ อีกไม่นานจะได้รู้กัน
ส่วนภาพเก่าตั้งแต่ปี’57 ที่สิงคโปร์ ปีนี้’68 นับได้ 11 ปี มีภาพพลเอกอภิรัชต์ ขณะนั้นยังดำรงตำแหน่งผบ.กองพลที่ 1 รักษาพระองค์อยู่เลยยุคนั้นยังไม่มีเรื่องสแกมเมอร์ แต่พระเอกของเรื่องชื่อ เบน สมิธ หมอนี่เป็นพระเอกก็จริง แต่รับบทผู้ร้าย เที่ยวระเหเร่ร่อนหลบหนีคดีมาแล้วหลายประเทศ เข้าใจว่ามันเข้าหาคนเหล่านี้ตามภาพเพื่อสร้างเครือข่าย สุดท้าย เครือข่ายของมัน เป็นนักการเมืองตัวใหญ่ๆ หลายตัวที่ไม่ใช่ภาพนี้ มีทั้งรัฐบาลก่อนและรัฐบาลนี้ตามที่สังคมรับรู้กัน
อย่างนี้ จะเป็นการจัดฉากปาหี่จากรัฐบาลนี้หรือไม่อีกไม่นานรู้กัน เพราะแค่รัฐบาลสั่งอายัดทรัพย์สินยังไม่ทันข้ามคืน กลับมีการปล่อยภาพนี้ออกมาให้ดูกันเล่นๆ เสียแล้วมากกว่านี้จะมีอีกหรือไม่ โปรดติดตามตอนต่อไป..”
ข้อสงสัยของคุณเกียรติ ชวนให้น่าติดตามว่า ตัวการคนสำคัญที่ชักนำสแกมเมอร์เข้ามาในประเทศไทย ซึ่งไม่ได้อยู่ในเฟรมเดียวกับนายอนุทิน และพลเอกอภิรัชต์ จะถูกฉีกหน้าออกมา
หรือไม่ หรือเมื่อถึงจุดหนึ่งนายอนุทินอาจพูดว่า รู้จักคนนั้นเพียงผิวเผินเท่านั้นอีกหรือไม่
สุทิน วรรณบวร

'แชป-รุ้ง'เปิดใจทุกแง่มุม - ข้อคิด 'การเพิ่มทางเลือกให้ชีวิต'ของ'บุญรอด อารีย์วงษ์'
เปิดมิติใหม่จากจอซีรีส์สู่เวทีลิเก! 'ลูกหมี - ซอนญ่า'คณะคุณแฟนบ้านนอก X ลิเก คณะ ศรราม น้ำเพชร
หัวใจเสริมใยเหล็ก!แข้งหญิงอิหร่านปฏิเสธร้องเพลงชาติ
โอดคนไทยถูกกดขี่ ชาวสวนสงขลา ร้อง สว. จี้รัฐจัดการล้งจีน กดราคามะพร้าว 1-2 บาท
นายกฯ เรียกถกด่วนติดตามสถานการณ์สู้รบตะวันออกกลาง กต.คาดยืดเยื้ออย่างน้อย 4 สัปดาห์

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี