วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2569
คอลัมน์ทวนกระแสข่าว เคยเสนอรายงาน เรื่องนายอันวาร์อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย สมคบกับฮุน มาเนต เอาชื่อประเทศไปขาย เพื่อจูงใจให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์มาปรากฏตัวที่ประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนในประเทศมาเลเซีย เพียงเพื่อให้ตัวเองได้หน้า
นายอันวาร์ กับ ฮุน มาเนต และ ที่ปรึกษาอันวาร์ สมคบกัน ทำให้ทรัมป์ ใช้มาตรการภาษีข่มขู่กองทัพไทยให้หยุดยิง ในขณะที่กัมพูชาเพลี่ยงพล้ำใกล้ล่มสลายเมื่อวันที่28 กรกฎาคม ที่ผ่านมา และเมื่อทรัมป์แทรกแซงครั้งแรกได้ นายอันวาร์กับฮุน มาเนต มีข้อเสนอใหม่จูงใจให้ ทรัมป์ มาเป็นสักขีพยานการลงนามปฏิญญาสันติภาพจอมปลอมไทย-กัมพูชาในประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม ที่ผ่านมา
คาดไม่ถึงว่า นายอันวาร์สมคบกับ ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา กล้าหักหลังจีนโดยการนำความมั่นคงมาเลเซียและกัมพูชา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอาเซียนไปขายให้วอชิงตัน จนกระทั่งได้อ่านข่าว บลูมเบิร์กจึงรู้ว่า นายอันวาร์เอาความมั่นคงของอาเซียนไปขาย เพียงเพื่อให้ได้หน้า ที่สามารถดึงประธานาธิบดีสหรัฐ มาเต้นรำตามจังหวะปี่กลองของมาเลเซียได้
อย่างไรก็ตาม รู้สึกโล่งใจที่ประเทศไทยไม่ได้ร่วมขายความมั่นคงและชักศึกเข้าบ้านเหมือนกัมพูชากับมาเลเซีย
สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานจากกรุงปักกิ่ง เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน ว่า จีนเรียกเจ้าหน้าที่กระทรวงพาณิชย์มาเลเซียและเจ้าหน้าที่ระดับสูงกัมพูชาไปรับหนังสือเตือนอย่างเป็นทางการที่จีน “มีความกังวลอย่างยิ่ง” ต่อข้อตกลงการค้าระหว่างมาเลเซียและกัมพูชากับสหรัฐอเมริกาเมื่อเดือนตุลาคม ที่ผ่านมา
บลูมเบิร์กรายงานว่า การเคลื่อนไหวของปักกิ่งครั้งนี้เป็นสัญญาณว่า จีนเหลือทนกับรัฐบาลกัมพูชาและมาเลเซีย ที่สองประเทศสมาชิกอาเซียนที่ไปลงนามความผูกพันกับวอชิงตันประเด็นความมั่นคงแห่งชาติ ที่อาจทำให้ภูมิภาคอาเซียนกลายเป็นศูนย์กลางเพิ่มระดับความขัดแย้งระหว่างคู่แข่งมหาอำนาจ
เจ้าหน้ากระทรวงพาณิชย์มาเลเซีย กล่าวว่า“จีนกังวลอย่างยิ่ง” ในข้อผูกพันบางส่วน ที่มาเลเซียและกัมพูชาทำข้อตกลงการค้ากับสหรัฐ เจ้าหน้าที่กระทรวงพาณิชย์มาเลเซียอ่านหนังสือเตือนให้บลูมเบิร์กฟัง
หนังสือเตือนมาเลเซียและกัมพูชาเป็นทางการขีดเส้นใต้ว่า จีนเหลือทนกับกัมพูชาและมาเลเซีย สองประเทศสมาชิกอาเซียนที่ลงนามผูกพันกับวอชิงตันด้านความมั่นคงแห่งชาติ ที่ปักกิ่ง “มีความกังวลอย่างยิ่ง” เกี่ยวกับหลายๆ ส่วนในข้อตกลงการค้าสหรัฐฯ-มาเลเซีย ที่สองประเทศนี้ลงนามกันเมื่อเร็วๆ นี้
เจ้าหน้าที่กระทรวงพาณิชย์จีนกล่าว ในการพบปะกับฝ่ายมาเลเซีย เมื่อวันอังคาร(25พ.ย.) ที่ผ่านมาว่า “เราคาดหวังว่ามาเลเซียจะพิจารณาอย่างเต็มที่และดำเนินการกับเรื่องนี้อย่างเหมาะสม โดยคำนึงถึงผลประโยชน์แห่งชาติในระยะยาวของตน”
ในบันทึกย่อการเจรจาคราวนี้ที่ฝ่ายจีนนำออกมาเผยแพร่ กล่าวต่อไปด้วยว่า พวกเจ้าหน้าที่จากกระทรวงการค้า, การลงทุน,และอุตสาหกรรมของมาเลเซีย ได้อธิบายและแจกแจงรายละเอียดเกี่ยวกับประเด็นปัญหาต่างๆ ที่ฝ่ายจีนวิตกกังวล ทว่าในบันทึกไม่ได้ให้รายละเอียดว่าประเด็นปัญหาเหล่านี้มีอะไรบ้าง
เจ้าหน้าที่กระทรวงพาณิชย์มาเลเซียกล่าวว่า หนังสือที่มีเนื้อหาเหมือนกันนี้ทางการจีนได้ยื่นให้เจ้าหน้าที่กัมพูชาเมื่ออาทิตย์ก่อน
:แน่นอนฮุน มาเนต ต้องเก็บหนังสือนี้ไว้กับตัวด้วยใจระทึกอกสั่นขวัญหาย แต่ต้องไม่ยอมให้คนกัมพูชารับรู้ถึงหนังสือเตือนจากจีนที่ไม่ต่างจากคำสั่งประหารรัฐบาลกัมพูชา: ผู้เขียน
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่มาเลเซีย ระบุว่า “สารัตถะที่จีนกังวลมากคือ สหรัฐกำหนดในข้อตกลงทั้งสองฉบับบังคับมาเลเซียและกัมพูชาปฏิบัติให้สอดคล้องกับความอ่อนไหวของวอชิงตันในประเด็นความมั่นคงแห่งชาติ” ภายใต้ข้อตกลงมาเลเซียกับกัมพูชาจะต้องปฏิบัติตามข้อจำกัดการค้าของสหรัฐ คือควบคุมการส่งออกและการแซงก์ชั่นเทคโนโลยีที่อ่อนไหว (ไปประเทศจีน : ผู้เขียน)
กัมพูชากับมาเลเซียต้องยึดมั่นต่อข้อผูกพันป้องกันบริษัทของพวกเขาจากการช่วยเหลือของชาติอื่น (จีน)หลีกเลี่ยงมาตรการเหล่านั้น และ#ฟื้นฟูอุตสาหกรรมป้องกันประเทศกับสหรัฐอเมริกา
บลูมเบิร์ก ระบุว่า สถานการณ์เน้นย้ำให้เห็นว่า มาเลเซียกับกัมพูชาก้าวเดินอย่างระมัดระวังอย่างที่สุดระหว่างกำลังไต่บนเส้นลวด เนื่องจากว่าจีนยังคงเป็นหุ้นส่วนเศรษฐกิจสำคัญ จีนถอดท่อออกซิเจนช่วยหายใจวันไหนกัมพูชาก็สิ้นใจวันนั้น แต่การคุกคามภาษีศุลกากรตอบโต้จากประธานาธิบดีทรัมป์ได้บังคับให้หลายประเทศทำการค้าตามข้อจำกัดของสหรัฐ และยอมอ่อนข้อด้านความมั่นคงต่อวอชิงตัน
ข้อตกลงเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งความวุ่นวายในบรรดาข้อตกลงหลากหลายระหว่างทรัมป์ทัวร์เอเชียเร็วๆ นี้ ซึ่งรวมทั้งข้อตกลงกับประเทศไทยและเวียดนาม
:โชคดีที่ประเทศไทยเพียงแต่ทำ MOU แร่หายาก เจรจาเรื่องภาษีการค้ากับสหรัฐ และลงนามในปฏิญญาสันติภาพจอมปลอมกับกัมพูชา ประเทศไทยมิได้ลงนามในข้อตกลงทางด้านความมั่นคงและไม่ได้ลงนามการฟื้นฟูอุตสาหกรรมป้องกันประเทศกับประธานาธิบดีทรัมป์: ผู้เขียน
บลูมเบิร์ก รายงานด้วยว่า มาเลเซียทำข้อตกลงผูกพันด้านความมั่นคงปลอดภัยกับสหรัฐฯ เพื่อแลกเปลี่ยนกับการได้สิทธิพิเศษในการเข้าถึงสินค้าและบริการบางชนิดของอเมริกา รวมทั้งได้รับข้อยกเว้นภาษีศุลกากรตอบโต้ 19% ของทรัมป์ในสินค้าบางรายการ
ส่วนกัมพูชาทำข้อตกลงผูกพันด้านความมั่นคงปลอดภัยกับสหรัฐ โดยที่กัมพูชาจะยกเลิกภาษีศุลกากรสินค้านำเข้าทั้งหมดจากสหรัฐอเมริกา รวมทั้งสินค้าเกษตรและสินค้าทางอุตสาหกรรมเพื่อแลกเปลี่ยนกับข้อยกเว้นบางประการ
บลูมเบิร์กไม่มีรายละเอียดว่ากัมพูชาแลกเปลี่ยนกับข้อยกเว้นบางประการคืออะไร แต่โปลิติโกเว็บไซต์การเมืองในสหรัฐรายงานเมื่อต้นเดือนตุลาคม ว่าด้วยพยายามอย่างที่สุดของนายอันวาร์ ที่ต้องการให้ทรัมป์ไปปรากฏตัวในมาเลเซียระหว่างอาเซียนซัมมิต นายอันวาร์ ถึงกับเสนอในนามอาเซียนจะฟื้นฟูความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงปลอดภัยกับสหรัฐเมริกา โปลิติโกรายงานด้วยว่านายอันวาร์ไปไกลถึงขั้นพยายามผลักดันให้สหรัฐได้ใช้ฐานทัพเรือเรียมในกัมพูชา
จากรายงานบลูมเบิร์กพิเคราะห์ได้ว่า คำเตือนจากปักกิ่ง คือ การตัดหางปล่อยวัดหรือคำสั่งประหารรัฐบาลฮุน มาเนต และระบอบฮุนเซน ตั้งแต่นี้ไปเชื่อว่าความโกลาหลจะเกิดขึ้นในกัมพูชา ซึ่งอาจเริ่มจากประชาชนทนความอดอยากแร้นแค้นไม่ไหวลุกฮือขึ้นมาประท้วงรัฐบาล เมื่อถึงตอนนั้นทหารบางฝ่ายอาจได้รับการสนับสนุนจากภายนอกช่วยโค่นล้มระบอบฮุนเซน
มองจากการแสดงออกพบว่า จีนชิงชังรังเกียจนายอันวาร์ และรัฐบาลกัมพูชาตั้งแต่ลากประธานาธิบดีทรัมป์มาแทรกแซงความขัดแย้งไทย-กัมพูชา จีนฉีกหน้าอันวาร์ ในที่ประชุมเอเปกที่ประเทศเกาหลีใต้ ที่จีนแสดงความชิงชังรังเกียจออกหน้า เมื่อนายอันวาร์ในฐานะประธานหมุนเวียนอาเซียน 2025 เดินเข้าไปหาประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่นั่งในโซฟา เมื่อเข้าไปใกล้นายอันวาร์ยื่นมือไปให้ประธานาธิบดีสีจับ
ในวินาทีนั้นนายหวังอี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีนพร้อมด้วยบอดี้การ์ดสามคนถลันเข้ามากีดกัน และดันนายอันวาร์ออกไปต่อหน้าผู้นำประเทศหลายคน นายอันวาร์ เดินหน้าเจื่อนออกไป นั่นเป็นการแสดงออกถึงความรังเกียจและฉีกหน้านายอันวาร์เหมือนลากมาตบกลางสี่แยก
ส่วนกับกัมพูชา ปักกิ่ง เริ่มตัดหางปล่อยวัดตั้งแต่ระงับการลงทุนโครงการคลองฟูนันเดโช และไฟเขียวให้เวียดนามสร้างถนนเชื่อมเกาะฟูก๊วกกับแผ่นดินใหญ่ ปิดทางออกอ่าวไทย
ปากคลองฟูนันเดโช นอกจากนั้นมีรายงานว่าจีนเปลี่ยนรหัสจรวด PHI-03 ที่มอบให้กัมพูชาในปี 2565 ทำให้กัมพูชาไม่สามารถยิงจรวด PHI-03 ได้หากปะทะกับไทยรอบใหม่
ปกติปักกิ่งจะลงโทษชาติที่หักหลังจีนเงียบๆ ไม่โหวกเหวกโวยวายเหมือนอเมริกา เช่นเปลี่ยนรหัสจรวดหรือไฟเขียวให้เวียดนามปิดทางออกทะเล ดังนั้นคำเตือนของจีนเป็นทางการว่า “จีนกังวลอย่างยิ่ง” เมื่อกัมพูชาหักหลังจีนไปตกลงร่วมมือความมั่นคงกับวอชิงตัน จึงเหมือนคำสั่งประหารรัฐบาลฮุน มาเนต และระบอบฮุนเซน
สุทิน วรรณบวร


เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี