วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2569
เมื่อวานวันที่ 15 ธันวาคม เป็นวันที่มีข่าวดีที่ทหารหาญผู้กล้าของไทยสามารถยึดปราสาทตาควาย ในพื้นที่อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ กลับคืนมาได้ หลังจากต้องเสียให้ฝ่ายกัมพูชาไปเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2568 เพราะนายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตนายกรัฐมนตรีรักษาการรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ไปยอมลงนามหยุดยิงโดยไม่มีเงื่อนไขกับ“ฮุน มาเนต”นายกรัฐมนตรีกัมพูชา โดยที่การปฏิบัติภารกิจของฝ่ายเรายังไม่เสร็จสิ้น
กว่าจะได้กลับคืนมา ทหารไทยต้องเสียชีวิตและบาดเจ็บขาขาดไปหลายนาย ซึ่งก็ต้องสดุดีทหารกล้าผู้เสียสละเหล่านั้น ที่ยอมพลีชีพเพื่อปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของชาติไทยเรา และหนึ่งในนั้นก็คือ “ผู้หมู่-เอสโซ่” ส.อ.สัญญา โพธิ์ชัย ทหารหมวกแดง หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษลพบุรี ซึ่งเป็นแนวหน้าจากการได้รับมอบหมายภารกิจให้เข้าตีพื้นที่บริเวณปราสาทตาควาย และได้รับบาดเจ็บจากการโดนสะเก็ดระเบิด ขณะนี้ได้รับการผ่าตัดเรียบร้อยและอาการปลอดภัย
เมื่อวานนี้เสียงเพลงชาติไทยจึงดังกระหึ่มก้องบนเขาพนมดงรัก ระหว่างการเชิญธงชาติไทยหรือธงไตรรงค์ อันเป็นสัญลักษณ์ของประเทศไทย ที่แสดงถึงเอกลักษณ์และศักดิ์ศรีในความเป็นไทย และมีความหมายถึงความเป็นเอกราช สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ขึ้นสู่ยอดเสา โบกสะบัดเหนือปราสาทตาควายอีกครั้ง หลังจากทหารกัมพูชายึดโบราณสถานแห่งนี้ใช้เป็นฐานที่มั่นโดยที่ข้างในตัวปราสาทมีอาวุธพร้อม กระสุนพร้อมทุ่นระเบิดพร้อม และใช้อาวุธเหล่านี้ยิงออกมาจากตัวปราสาทต่อสู้กับทหารไทย
และถ้ายังจำกันได้ ในคืนวันที่ 28 กรกฎาคม 2568 ก่อนถึงเส้นตายการหยุดยิงในเวลาเที่ยงคืน “หมวดบุ๊ค”ร.ต.เกียรติวงศ์ สถาวร สังกัดกองพันรบพิเศษที่ 2 กรมรบพิเศษที่ 2 ต้องเสียขาข้างขวา จากการเหยียบทุ่นระเบิดของทหารกัมพูชา ขณะนำชุดปฏิบัติการรบพิเศษเข้าเคลียร์พื้นที่เพื่อกรุยทางให้ กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์(ร.31 รอ.) นำกำลังบุกเข้ายึดพื้นที่บริเวณโดยรอบปราสาทตาควายจนสำเร็จ
ห้านาทีสุดท้ายก่อนถึงเส้นตายเวลาเที่ยงคืนในคืนวันนั้น ทหารกล้าทุกคนได้ลุกออกจากบังเกอร์มาอยู่ในพื้นที่โล่งยืนประจันหน้ากับทหารกัมพูชาผู้รุกราน เพื่อปกป้องผืนแผ่นดินไทยแบบถวายชีวิต พร้อมเสียงตะโกนลั่นเทือกเขาพนมดงรัก“กู ร. 31 ขอแลก” ที่มาจากคำขวัญประจำหน่วย “ยอมตาย ดีกว่าเป็นทาส” คือคำสัตย์จากเหล่าทหารกล้าแห่งกรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร พระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9
ยุทธการรบเพื่อชิงปราสาทตาควายกลับคืนมาในคืนวันนั้น ทำให้ฝ่ายเราต้องสูญเสียชีวิตกำลังพลและบาดเจ็บหลายสิบนาย จากการยืนประจันหน้ากับทหารกัมพูชา สังกัดกองกำลังพิทักษ์ฮุนเซน (BHQ) ซึ่งแม้จะยึดพื้นที่โดยรอบได้แต่ก็ไม่สามารถยึดตัวปราสาทได้ เพราะฝ่ายกัมพูชาฝังทุ่นระเบิดไว้รอบบริเวณ และใช้ตัวปราสาทเป็นบังเกอร์ในเวลาต่อมา
โดยก่อนหน้าที่ฝ่ายเราจะยึดปราสาทตาควายกลับคืนมาได้เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม เราก็เพิ่งจะสูญเสียทหารกล้าไป1 นาย คือ พลทหารวายุ ขวัญเสือ สังกัดกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ ถูกสะเก็ดระเบิดอาวุธวิถีโค้ง แขนขวาขาดในพื้นที่ ก่อนจะเสียชีวิตในภายหลัง
บรรทัดนี้ต้องขอสดุดีและขอคารวะหัวใจอันแกล้วกล้าของ“นักรบไทย”ทุกนายในทุกแนวรบทุกจังหวัดที่ยอมสละชีวิตด้วยเลือดเนื้อและหัวใจ เพื่อพิทักษ์ปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของชาติไทยเรา อย่างน้อยก็ได้สละชีวิตไปแล้ว 16 นาย และบาดเจ็บ 327 นาย
เราคนไทยทุกคนควรเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน และส่งกำลังใจให้ทหารในแนวหน้าได้ปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะบรรลุเป้าหมาย ตามเจตนารมณ์ของกองทัพ คือ “ทำให้กัมพูชาสิ้นสภาพขีดความสามารถทางการทหารไปอีกยาวนาน เพื่อความปลอดภัยของลูกหลานของเรา”
อย่าถามว่าสงครามจะจบลงเมื่อไร เพราะภารกิจยังไม่เสร็จสิ้น ในแต่ละวันแม้จะมีความสูญเสีย แต่สิ่งที่ได้กลับคืนมาคือ ดินแดนไทยทุกตารางนิ้วที่กัมพูชารุกล้ำและยึดครอง ซึ่ง“การยุทธ์”ทุกจังหวะก้าวของฝ่ายเรา ที่ประสานกันเป็นหนึ่งเดียว ทั้งกองทัพบก ทัพเรือทัพอากาศ ตำรวจ และกองกำลังทหารพรานนักรบชุดดำมาได้ถูกที่ถูกเวลา รวมทั้งการสะกัดกั้นเพื่อตัดเส้นเลือดการส่งบำรุงกำลังเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง อาวุธยุทโธปกรณ์และยุทธปัจจัยต่างๆ ทั้งทางทะเลและทางบก ที่มีเป้าหมายเพื่อทำให้กองทัพกัมพูชาอ่อนกำลังถึงขั้นง่อยเปลี้ยเสียแขน ก็ดำเนินไปอย่างมีนัยสำคัญ
จากการแถลงของกองทัพภาคที่ 2 เมื่อวันที่ 15 ธันวาคมเมื่อวานนี้ พบว่า ทหารกัมพูชาวิกฤตหนัก เสียขวัญแนวหน้าขาดเสบียงและอาวุธ ซึ่งสถานการณ์โดยสรุป จากการปฏิบัติต่อข้าศึกคือกัมพูชาตั้งแต่ วันที่ 8 ธันวาคม-14 ธันวาคม 2568 ฝ่ายเราได้ทำลายฐานปฏิบัติการทางทหารคลังน้ำมัน/กระสุน และอื่นๆ เช่น กองบัญชาการควบคุม 11 ที่,ฐานทหาร 14 ที่, อาคารที่พัก 5 ที่, หลุมเครื่องยิงลูกระเบิด6 หลุม, ฐานที่ตั้งปืนใหญ่ 2 ที่, คลังกระสุน 3 ที่, คลังน้ำมัน 1 ที่, ฐานที่ตั้งสแกมเมอร์/ฐานจุดปล่อยโดรนโจมตีทางทหาร 2 ที่ และบังเกอร์ 10 ที่ รวม 54 ที่นอกจากนี้ยังทำลายรถถังได้ 12 คัน, โดรน 171 ลำ, “BM-21” 1 คัน, เสาแอนตี้โดรน 4 ต้น, ปตอ. 4 กระบอก,ระบบควบคุมแอนตี้โดรน 1 ชุด, รถบรรทุก 7 คัน, เสาสัญญาณ 1 ต้น, ปืนใหญ่ 1 กระบอก, ปืนครก 6 กระบอก และทหารกัมพูชาเสียชีวิต 205 ราย
ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม สำหรับฝ่ายเรา นอกจากเราคนไทยทุกคนจะต้องเป็นหนึ่งเดียวกันแล้ว ก็ควรระมัดระวังการเข้ามาแทรกแซงและยุ่มย่ามของประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา ซึ่งเวลานี้อาจจะพูดได้ว่า คนที่เปิดประตูให้ ก็คือนักการเมืองจากพรรคประชาชน ที่มีการเรียกร้องให้หยุดยิง อันสอดคล้องกับเป้าหมายของสหรัฐอเมริกา
โดยเฉพาะการชุมนุมของกลุ่มคนรุ่นใหม่จำนวนหนึ่งที่จังหวัดเชียงใหม่เมื่อไม่กี่วันก่อน เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลไทยหยุดสงคราม ด้วยการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์มั่วไปหมด ว่าเป็น“สงครามชนชั้นนำ” ทั้งไม่เอาสงครามหยุดยิง หยุดทรราช และเรียกร้องสันติภาพ
ว่าไปแล้ว ก็เป็นสัญญาณเดียวกับการยุยงปลุกปั่นให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ออกมาต่อต้านและเรียกร้องให้มีการยกเลิกกฎหมายอาญา มาตรา 112 ในช่วงรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ใครก็รู้ว่า พรรคก้าวไกล และ สส.พรรคก้าวไกลในขณะนั้นยืนอยู่ข้างหลัง
สำคัญที่สุดก็คือ ตอนที่ทหารยังไม่รบ คนไทยจำนวนหนึ่งที่ทั้งประสงค์ดีและประสงค์ร้ายคละเคล้ากันไป ต่างก็เรียกร้องเหมือนเชียร์มวยข้างสังเวียนให้รัฐบาลและกองทัพไทยเปิดสงครามเพื่อเผด็จศึกกัมพูชา แต่พอสงครามดำเนินไปและเริ่มจะเห็นชัยชนะ พ่อทูนหัวแม่ทูนหัวทั้งหลายที่ว่า ก็เรียกร้องให้หยุดสงครามเอาดื้อๆ
ถ้าภาษากำลังภายในก็ต้องบอกว่า“บิดามารดาท่านเถอะ” แปลเป็นภาษาชาวบ้านได้ความว่า “พ่องแม่งมึงเถอะ” !
รุ่งเรือง ปรีชากุล

สงครามเปลี่ยนโฉม สมุย-พะงัน ต่างชาติไม่ได้มาเที่ยว แต่ปักหลักใช้ชีวิตยาว
ปราชญ์ สามสี ไขข้องใจยกโมเดลโจมตีผู้นำอิหร่านใช้กับเขมรได้หรือไม่!?
รัฐบาลเตือนทำบุญ วันมาฆบูชา อย่างมีสติ ไม่ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ ย้ำระวังมุขหลอกทำบุญออนไลน์
อิหร่านจะจบอย่างไร? อดีตบิ๊กข่าวกรองชี้จับตาคำสั่งสู้ตายจากผู้นำศาสนา-ท่าที 2 มหาอำนาจ
หัวอกแม่ ส่งใจข้ามโลกถึงดูไบ วอนลูกหลานแคล้วคลาด หลังอิหร่านถล่มหนักใกล้ฐานทัพสหรัฐฯ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี