วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569
จากจุดเริ่มต้นที่พยายามนำเสนอภาพลักษณ์ของพรรคคนรุ่นใหม่ ผู้มาพร้อมกับคำว่า“ความเปลี่ยนแปลง” พรรคประชาชน (และอดีตพรรคก้าวไกล) ได้สร้างกระแสความหวังให้แก่กลุ่มคนที่มองหาทางเลือกใหม่ในสังคมไทยแต่เมื่อเวลาผ่านไป เส้นทางที่พรรคนี้เลือกเดินกลับเริ่มเผยให้เห็นร่องรอยของความขัดแย้งที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น จนกลายเป็นคำถามสำคัญที่สังคมไทยต้องกลับมาทบทวนว่า “ความเปลี่ยนแปลง” ที่ว่านั้น คือ “การพัฒนา” หรือคือ “การทำลายรากฐาน “ที่มั่นคงของชาติกันแน่
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สิ่งที่พรรคนี้ฝากไว้ดูเหมือนจะเป็นการสร้างความแตกแยกในสังคมไทยมากกว่าการสร้างความสมานฉันท์ นโยบายที่มุ่งเน้นการแก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112 ซึ่งเป็นเกราะคุ้มกันสถาบันหลักของชาติ รวมถึงความพยายามที่จะยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ ได้กลายเป็นชนวนเหตุสำคัญที่สร้างความร้าวฉานระหว่างคนต่างรุ่นและต่างความคิด ทั้งที่รัฐธรรมนูญปี 2560 ที่พวกเขาพยายามจะล้มล้างนั้น คือผลลัพธ์จากเจตนารมณ์ของประชาชนถึง 16.8 ล้านเสียง ผ่านการลงประชามติอย่างถูกต้องตามระบอบประชาธิปไตย การเพิกเฉยต่อเสียงส่วนใหญ่ในครั้งนั้น จึงเป็นการย้อนแย้งในตัวเองของพรรคที่อ้างว่า “ศรัทธาในเสียงประชาชน”
อีกหนึ่งยุทธศาสตร์ที่น่ากังวล คือความพยายามลดทอนความแข็งแกร่งของกองทัพในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการตัดลดงบประมาณกลาโหม หรือการใช้ไอโอทางวาทกรรมที่มุ่งเป้าให้ประชาชนมองเห็นว่ากองทัพเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็น คำถามประเภท “มีทหารไว้ทำไม” หรือ “ไปรบกับใครก็ไม่ชนะ” ถูกหยิบยกมาสื่อสารซ้ำๆ เพื่อสร้างภาพลักษณ์เชิงลบและด้อยค่าเกียรติภูมิของชายชาติทหาร
แต่ในความเป็นจริง สิ่งที่พรรคประชาชนอาจจงใจมองข้าม คือการทำหน้าที่อย่างเข้มแข็งของทหารหาญที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ตามแนวชายแดน ในป่าลึก และในพื้นที่เสี่ยงภัย พวกเขาเหล่านั้นคือปราการด่านแรกที่ปกป้องประชาชนจากศัตรูภายนอก ภัยแทรกซึม และปัญหายาเสพติด การที่พรรคการเมืองพยายามทำให้กองทัพอ่อนแอลง เพียงเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองของตนเอง จึงเป็นเรื่องที่สุ่มเสี่ยงต่อความมั่นคงของประเทศอย่างยิ่ง
เมื่อไม่นานมานี้ เราได้เห็นภาพของพรรคประชาชนจัดงาน “ขอโทษประชาชน” ในประเด็นเรื่องการยกมือสนับสนุนพรรคภูมิใจไทย หรือความล้มเหลวในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่หากพิจารณาให้ลึกซึ้ง กลุ่มวันที่พรรคนี้ควร “ขอโทษ” อย่างจริงใจที่สุด คือเหล่าพี่น้องทหารและครอบครัวของพวกเขา เพราะทหารคือผู้ที่ถูกพรรคนี้โจมตีและด้อยค่ามาโดยตลอด ทั้งที่
พวกเขากำลังอุทิศตนเพื่อปกป้องผืนแผ่นดินให้ทุกคนได้อยู่อาศัยอย่างสงบสุข รวมถึงให้พรรคการเมืองได้มีพื้นที่มานั่งวิจารณ์พวกเขาอยู่ในห้องแอร์เช่นทุกวันนี้
การเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง จึงเป็นวาระสำคัญที่ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้อง “สรุปบทเรียน” จากสิ่งที่ผ่านมาตลอดหลายปี เส้นทางที่พรรคประชาชนเดินผ่านมานั้นได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า พวกเขามีประสบการณ์เพียงพอหรือไม่? หรือมีวุฒิภาวะทางการเมืองมากพอที่จะแบกรับชะตากรรมของคนไทยทั้งประเทศได้จริงหรือ?
ประเทศไทยไม่ใช่เครื่องมือหรือ “สนามทดลอง”ของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งที่ไร้ซึ่งประสบการณ์ในการบริหารงานจริง และมีแนวคิดที่พร้อมจะสั่นคลอนรากฐานของชาติเพื่อพิสูจน์อุดมการณ์ของตนเอง

ทิ้ง สหรัฐฯ ลุยเดี่ยว ณัฏฐ์ มงคลนาวิน วิเคราะห์ปม NATO วงแตกกลางดึก
นิคมปิโตรฯอิหร่านถูกถล่ม โลกสะเทือน ราคาน้ำมันพุ่งแน่
บุกรวบคลินิคเถื่อนย่านอ้อมน้อย เปิดรักษาคนไข้ไร้ใบอนุญาต
ไทยศักยภาพเหนือกว่า ทร.ไม่หวั่นกัมพูชา รับเรือคอร์เวตจากจีน
รัวยิงเปิดทางหนี แก๊งค้ายาทิ้งไอซ์ 240 กก. ซิ่งหนีริมโขงนครพนม

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี