วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569
สันติภาพฉุกเฉินได้ถูกนับหนึ่งอีกครั้งหลังจากไทย-กัมพูชา ได้บรรลุข้อตกลงหยุดยิง มีผลตั้งแต่เวลา 12.00 น. วันที่27 ธันวาคม 2568 โดยมีเงื่อนไขคือเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องไปอีก 72 ชั่วโมง ซึ่งเป็นไปตามกรอบข้อตกลงการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา หรือ จีบีซี ตลอด 3 วันที่ผ่านมา ถ้านับจากวันปะทะรอบใหม่ ก็ 21 วันพอดีกว่าเสียงปืนจะสงบลงชั่วคราว
สำหรับรายละเอียดข้อตกลงหยุดยิงดังกล่าว มีด้วยกัน 16 ข้อ มาดูกันที่เงื่อนไขหลักๆ นอกจากจะหยุดยิงทันที 72 ชั่วโมงแล้ว ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะคงกำลังทหารที่ประจำการอยู่ ณ ปัจจุบันโดยไม่มีการเคลื่อนย้ายเพิ่มเติม ไม่เติมกำลังทหารตลอดแนวชายแดน หรือยั่วยุ ห้ามโจมตีพลเรือนและสิ่งปลูกสร้างของพลเรือนในทุกกรณี
รวมทั้งเปิดทางให้ประชาชนกลับบ้านและประกอบอาชีพตามปกติในพื้นที่ภายในฝั่งของตนเอง งดเผยแพร่ข้อมูลเท็จ หรือข่าวปลอม ร่วมกันทำลายทุ่นระเบิด การสำรวจและปักธงเขตแดน ปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์และค้ามนุษย์ เป็นต้น ถ้าหากใน 72 ชั่วโมงนี้ ไม่มีเสียงปืนแตกแล้ว ไทยก็จะส่งคืน 18 เชลยศึกให้กับกัมพูชาด้วย
การลงนามข้อตกลงนี้ พูดกันตามตรงมันไม่ได้มีข้อผูกมัดใดๆ เป็นแค่การวัดระดับความจริงใจของฝ่ายกัมพูชาอีกครั้งว่าจะทำตามคำพูดได้หรือไม่ เพราะพฤติกรรมของอีกฝ่ายที่กระทำมาโดยตลอดจนเกิดเป็นสงครามชายแดนย่อยๆ ในวันนี้ ก็เพราะความโกหกปลิ้นปล้อนกะล่อนของผู้นำกัมพูชาที่หาความเชื่อถือไม่ได้นั่นเอง
เรื่องความจริงใจของกัมพูชานั้น คงต้องดูจากกระทำ ไม่ใช่คำพูดเพียงอย่างเดียวซึ่งกองทัพเองจะใช้เงื่อนไขหลักเป็นตัวประเมินคือ การหยุดยิงต้องเกิดขึ้นจริงและต่อเนื่องในพื้นที่ ความร่วมมืออย่างจริงใจในกลไกที่ตกลงร่วมกัน โดยเฉพาะด้านมนุษยธรรม หากเงื่อนไขเหล่านี้เกิดขึ้นจริงจะเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อกระบวนการสันติภาพต่อไป
อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับเช่นกันว่าการหยุดยิงดังกล่าว มีคนไทยไม่น้อยที่รู้สึกโกรธ และไม่เห็นด้วยเพราะรับไม่ได้กับพฤติกรรมต่ำช้าของกัมพูชาที่เจรจาไปยิงไป โดยเฉพาะในวันสุดท้ายก่อนลงนามก็ยังถล่มไม่หยุด ทำให้ทหารไทยต้องเสียชีวิตไปอีก3 นาย บาดเจ็บกว่า 20 นาย และยังเหยียบกับระเบิดเสียขาไปอีกเป็นรายที่ 10 ซึ่งไม่รู้จะมีขาที่ 11-12-13 อีกเมื่อไหร่
ขณะที่อีกส่วนหนึ่ง ก็มองอย่างเข้าใจในยุทธวิธีของกองทัพว่า การหยุดยิงไม่ทำให้ประชาชนหรือกำลังพลตกอยู่ในความเสี่ยงอีกต่อไป หากเราทำการรบต่อ ความชอบธรรมของไทยในเวทีโลกก็จะเริ่มลดลงเพราะเริ่มมีแรงกดดันมากขึ้นเรื่อยๆ ที่สำคัญที่สุดคือไทยบรรลุเป้าหมายทางทหารสามารถยึดพื้นที่สำคัญกลับมาได้แล้วกว่า 99%
สถานการณ์ ณ เมื่อเริ่มนับ 72 ชั่วโมง ถือว่าไทยได้เปรียบทางยุทธวิธีเหนือกัมพูชา และทางกองทัพก็ไม่ได้ลดทอนการปกป้องประชาชนและประเทศชาติ การหยุดยิงครั้งนี้จึงไม่ใช่จุดจบแต่เป็นจุดเริ่ม เพราะหากเลยเส้น 72 ชั่วโมงไปแล้ว แต่กัมพูชายังฉีกข้อตกลงอีก ก็เป็นความชอบธรรมที่เราจะประกาศยกระดับสันติภาพติดจรวด ทำให้กัมพูชาต้องสิ้นสภาพแบบทบต้นทบดอก

JIC เปิดข้อเท็จจริง ช่องจอม เขมรป่วนแนวชายแดน ไทยเสริมกำลังทันที ยัน AOT ไม่ล้ำแดน
จับชายชาวอเมริกัน โพสต์เฟซฯเดือดขู่สังหาร ทรัมป์ วางแผนเผาคฤหาสน์หรู Mar-a-Lago
พูดไปใครจะเชื่อ! นางเอกคนดัง โชว์สเต็ปแดนซ์สะบัด ช็อตเด็ดในงานเกิด ก้อง ห้วยไร่ ชมคลิป
ใครคืออันดับ 1 ดูเลย หมอช้าง เปิด 5 ราศีดวงเฮงสุดปังเดือนเมษายน
ดร.เจิมศักดิ์ ชี้ช่อง คนละครึ่ง ยามวิกฤต! ต้อง ประคอง ไม่ใช่ กระตุ้น เพื่อความรอดมหภาค

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี