วันจันทร์ ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2569
คนเห็นเป็นคนเท่าเทียมกัน หมายความว่าคนทุกคนคือคนเหมือนๆ กัน ส่วนจะเป็นคนดี คนเลว คนรวย คนจน ก็เป็นเรื่องปลีกย่อย แต่จุดสำคัญคือคนต้องเห็นว่าคนทุกๆ คน เป็นคนเท่าเทียมกัน ไม่มีใครเป็นคนมากกว่าหรือน้อยกว่าใคร ส่วนเรื่องดีเลว บาปบุญ ก็เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาแยกย่อยลงไป เพราะคนมีทั้งดีและเลว ไม่มีใครดีหรือเลวเพียงส่วนเดียว เพราะคนทั่วไปมักจะมีความดีความเลวผสมปนเปกัน เพียงแต่คนที่ดีนั้นต้องไม่มีความเลวมากกว่าความดี
แต่เมื่อพูดถึงความดีความเลว ก็จะมีคนบางจำพวกถามว่าอะไรคือดี อะไรคือเลว เมื่อเจอคำถามนี้เข้าไปก็ต้องถามกลับว่า แล้วคนถามเรื่องนี้มองว่าตัวเองเป็นคนดีหรือเลว หากตัวเองบอกว่าเป็นคนดี ทั้งๆที่ตนเองยังโกงเลือกตั้ง ซื้อสิทธิ์ขายเสียง ทุจริตฉ้อราษฎร์บังหลวง รีดนาทาเร้น เอาเปรียบผู้อื่น ทำร้ายสังคม ฯลฯ แบบนี้ไม่ใช่คนดีอย่างแน่นอน แต่ก็ไม่เคยเห็นนักการเมืองที่ได้เป็น สส. เพราะซื้อเสียงรับสารภาพว่าตนเองซื้อเสียงแม้แต่รายเดียว แต่จะได้ยินว่าพรรคการเมืองอื่นทุจริตซื้อเสียง แต่ก็ไม่เคยเห็นว่านักการเมืองจะสาวไส้กันอย่างจริงๆ จังๆ สักราย
เหตุที่นักการเมืองไม่กล้าสาวไส้กันเอง ก็น่าจะเป็นเพราะกลัวว่าไส้ของตนเองก็จะถูกสาวออกมาประจานด้วย เพราะฉะนั้น จึงได้ยินเสียงบ่นเพ้อของนักการเมืองว่าพรรคนั้นพรรคโน้นซื้อเสียง ไม่กล้าพูดชัดๆ ไม่กล้านำเรื่องไปฟ้องร้องต่อตำรวจ และ กกต. (คณะกรรมการการเลือกตั้ง) แต่การที่ไม่ฟ้องสองหน่วยงานนั้น ก็อาจเป็นเพราะผู้ที่ทุจริตซื้อสิทธิ์ขายเสียงรู้ดีอยู่แก่ใจว่าหน่วยงานที่จะไปร้องเรียนนั้นไม่มีปัญญาแก้ปัญหาทุจริตเลือกตั้งได้ เพราะฉะนั้น ก็จะทำได้แค่บ่นเพ้อไปวันๆ เท่านั้น
ในระยะนี้เป็นช่วงการหาเสียงแข่งขันแย่งชิงกันเป็น สส. เพราะฉะนั้น คนในสังคมไทยก็จะได้พบได้เห็นสารพัดเล่ห์เพทุบายจากนักการเมืองที่นำออกมาใช้ดึงคะแนนการเมือง โดยบางคนก็เล่นบทแกร่งกล้าท้าแดดท้าลม บางรายก็เล่นบทบีบน้ำตาหาคะแนนเสียง โดยอ้างเอาเรื่องส่วนตัวแบบลับๆ เร้นๆ ที่ไม่จำเป็นต้องบอกให้ใครรู้ แต่ก็ยังอุตส่าห์นำมาใช้เป็นเครื่องมือหาคะแนนเสียง ซึ่งก็ไม่ได้ทำให้คนที่รู้เบื้องลึกลับๆ เลวๆ เร้นๆ ของนักการเมืองเหล่านั้นได้ประโยชน์อะไรกับชีวิต เพราะรู้ไปก็ไม่ได้ช่วยให้การทุจริตคอร์รัปชั่นในวงการเมืองหมดสิ้นไป ไม่ได้ทำให้รถราเลิกติดวินาศสันตะโร ไม่ได้ทำให้ข้าราชการยุติการฉ้อโกง ไม่ได้ทำให้ไข่เป็ด ไข่ไก่ เนื้อหมูเนื้อสัตว์ลดราคาลง ซี่งก็น่าสังเวชที่ยังคงมีนักการเมืองเล่นบทกระชากอารมณ์บีบเค้นต่อมน้ำตาเพื่อหลอกเอาคะแนนการเมืองจากคนที่จิตอ่อน สงสารสมเพชคนที่บ้านแตกสาแหรกขาด แต่ไม่เคยนำพาว่าคนจำพวกนั้นทำลายสังคมมากมายสักเพียงใด
อันที่จริงเวลาเราเห็นนักการเมืองเดินตระเวนไปขอเสียงขอคะแนนนิยม ขอให้เลือกเขาและพรรคของเขาเข้าไปเป็นตัวแทนของเรา เราก็เกิดคำถามตลอดเวลาว่า ที่นักการเมือง
พูดๆ พล่ามๆ เพ้อๆ มานั้น มีอะไรที่เป็นความจริงบ้าง แล้วก็มีคำถามเสมอๆ ว่าเขาเหล่านั้นไม่รู้จริงๆ หรือว่ากำลังพูดโกหก หรือว่าคนจำพวกนักการเมืองไม่เคยอยู่กับความจริง เพราะในชีวิตของเขาเหล่านั้นล้วนเต็มไปด้วยความโกหก เสแสร้ง บิดเบือน และหมกเม็ด รวมถึงซ้อนเร้นอำพรางความจริงตลอดเวลาทุกวินาที
แต่ที่น่าสมเพชและน่าเวทนายิ่งกว่าคือ ยังมีคนไทยจำนวนไม่น้อยยังตกเป็นเหยื่อคำลวงโลกโดยนักการเมือง น่าสมเพชตรงที่คนไทยจำนวนไม่น้อยเชื่อคำโกหกทั้งๆที่ไม่มีทางเป็นไปได้เลยแม้แต่น้อย อาทิ เรื่องแจกสารพัดแจก เรื่องลดสารพัดลด เรื่องให้สารพัดให้ ถามจริงๆ เถอะ คนที่เชื่อคำโกหกของนักการเมืองเป็นคนที่มีปัญหาด้านสติปัญญาหรือเปล่า หากไม่มีก็ไม่น่าจะเชื่อคำโกหกง่ายๆ
เวลานักการเมืองจากพรรคไหนๆ ก็ตามบอกว่าจะให้ จะลด จะแจก จะต่างๆ นานา คนที่มีสิทธิเลือกตั้งเคยถามตัวเองบ้างไหมว่า นักการเมืองเขาเห็นว่าคนมีสิทธิเลือกตั้งโง่หรืออย่างไร ทำไมเขากล้าโกหกได้ทั้งต่อหน้าและด้วยการติดป้ายโฆษณาเต็มบ้านเต็มเมือง หากนักการเมืองมีสำนึกว่าคนไทยไม่โง่ เขาก็ไม่น่าตั้งใจโกหกได้ถึงเพียงนั้น แต่การที่นักการเมืองโกหกด้วยการบอกว่าจะแจกนั้นนี่โน่น ลดโน่นนี่นั่น ให้นี่ๆ นั่นๆ โน่นๆ รวมถึงโกหกว่าจะล้างหนี้ให้ โกหกว่าจะให้เงินเดือนเท่านั้นเท่านี้ ให้การดูแลรักษาฟรียิ่งกว่าฟรี ให้เรียนไปจนจบปริญญาเอก โดยไม่ได้ดูว่าการศึกษาภาคบังคับของไทยมันไม่ได้อยู่ที่ปริญญาเอก สัญญาว่าจะให้สารพัดให้ ขอบอกตรงๆ ว่าการที่นักการเมืองกล้าโกหกประชาชนแบบซ้ำๆ ซากๆ โกหกทุกวัน เป็นเพราะพวกเขาเห็นว่าประชาชนไทยไม่มีสมอง จึงหลอกลวงอย่างไรก็ได้
มีเรื่องน่าสังเวชอีกเรื่องที่จำเป็นต้องพูดตรงๆ คือ การโกหกว่าลดราคาค่าโดยสารรถไฟฟ้าตลอดสายเหลือเพียง 20 บาท ถามจริงๆ คนที่โกหกแบบนี้จะเอาปัญญาจากไหนไปหาเงินมาชดเชยค่ารถไฟฟ้าส่วนที่เกินจาก 20 บาท แล้วต้องถามว่ามีความจำเป็นอะไรที่คนทั้งประเทศจะต้องยอมให้นักการเมืองถลุงเงินภาษีอากรของคนทั้งประเทศ เพื่อนำไปอุดหนุนค่ารถไฟฟ้า 20 บาท ตลอดสายให้คนกรุงเทพฯ ถามจริงๆ ว่าคนปัตตานี คนเชียงราย คนอุดรธานี และคนอื่นๆ จากจังหวัดต่างๆ ทั่วไปต้องมีหน้าที่แบกรับค่ารถไฟฟ้าราคาถูกให้คนที่อาศัยในกรุงเทพฯ หรือ มันเป็นเรื่องที่เขาเหล่านั้นต้องรับผิดชอบหรือ
เรื่องพื้นๆ ดาดๆ แบบนี้ ยังถูกนักการเมืองนำไปสร้างเป็นเรื่องโกหกเพื่อหาเสียง เพราะต้องการเข้าไปเป็นรัฐบาล แต่ก็ยังมีคนไทยจำนวนหนึ่งดันเชื่อ แบบนี้ก็ไม่รู้จะประณามใครก่อน ระหว่างคนโกหก กับคนที่ยอมให้นักการเมืองโกหก
ความจริงถ้าคนไทยมีสติปัญญารู้เท่าทันนักการเมืองโกหก ก็ต้องถามทันที ถามต่อหน้าว่า ก็ในเมื่อเคยเป็นรัฐบาลมาก่อนหน้านี้ แล้วทำไมไม่ลดราคาค่ารถไฟฟ้าในวันที่พรรคของตนเองมีอำนาจรัฐ ขนาดมีอำนาจรัฐยังไม่มีปัญญาลดค่าโดยสาร แล้วจะมาสัญญาลมๆ แล้งๆ ให้ผู้คนเข้าสมเพช ทุเรศทุรังทำไม เมื่อมีอำนาจรัฐ เป็นรัฐบาลก็ไม่มีปัญญาทำ แต่พออยากจะกลับไปเป็นรัฐบาลอีก ก็โกหกแบบไม่คำนึงถึงว่าใบหน้ายังเหลือยางอายอีกหรือไม่
ขอย้ำว่าไม่ใช่เรื่องโกหกราคาค่ารถไฟฟ้าเท่านั้น เพราะยังมีคำโกหกอีกสารพัดสารพัน เช่น เรื่องเรียนจนจบปริญญาเอก เรื่องค่าแรงกี่ร้อยต่อวัน เรื่องล้างหนี้ เรื่องเงินให้เปล่าๆ ฟรีๆ ฯลฯ ซึ่งก็แล้วแต่ว่าจะโกหกพกลมอย่างไรก็โกหกไปตามความหนาบางของผิวหน้าของแต่ละคน
ถามว่าทำไมไม่มีนักการเมืองคนไหนกล้าเสนอตัวแก้ปัญหาการสู้รบระหว่างไทยกับกัมพูชา ที่เป็นปัญหาใหญ่ในขณะนี้ แต่ทำไมนักการเมืองจึงดีแต่สร้างเรื่องเพ้อฝันถึงอนาคต โดยสัญญาว่าจะต่างๆ นานา ซึ่งก็พิสูจน์มาแล้วว่าคำสัญญาต่างๆ จากนักการเมืองนั้นเข้าข่ายโกหกทั้งสิ้น
ทำไมไม่ประกาศให้ชัดว่าอาสาแก้ปัญหาการสู้รบให้จบสิ้น ทำไมต้องรอเป็นรัฐบาลก่อนจึงจะแก้ไขได้ แล้วทำไมไม่คิดว่าขนาดรัฐบาลที่มีอยู่ในปัจจุบันยังไม่มีปัญญาแก้ปัญหาเลย แล้วทำไมคนไม่มีอำนาจ แต่อยากมีอำนาจรัฐจึงจะมั่นใจว่าแก้ได้
เรื่องเงินเทาเงินสกปรกจาก scammers และขบวนการฟอกเงินก็เช่นกัน ก็เห็นว่านักการเมืองบางคนตั้งใจโฆษณาชวนเชื่อมาโดยตลอด แต่ไม่เห็นว่าจะกล้าเปิดเผยชื่อสารพัดโจรในขบวนการฟอกเงิน แต่ดีแค่เพียงทำเป็นอ้างว่ารู้ว่าเป็นใคร แต่ไม่กล้าเปิดเผยชื่อ และไม่กล้าแจ้งความดำเนินคดี หากรู้จริง จะต้องรออะไรมิทราบ ทำไมต้องทำเป็นเก่งแต่ปาก พล่ามเพ้อแต่หาสาระมิได้ ก็ในเมื่ออ้างว่ารู้จริง ก็ต้องแจ้งความดำเนินคดีกับอาชญากร ไม่ใช่พล่ามเพ้อเล่นน้ำลายไปเรื่อยๆ แต่ครั้นเมื่อคนในพรรคตัวเองเจอคดีรับเงินจากแก๊งค้ายาเสพติด ก็เงียบสนิทราวกับเป่าสาก แล้วทำเป็นเสแสร้งบอกว่าจะต้องเปลี่ยนตัวคนที่พรรคส่งชิงตำแหน่ง สส.
นั่นแสดงว่าการคัดสรรบุคคลลงชิงตำแหน่งสส. โดยพรรคนั้นต้องมีปัญหาอย่างแน่นอน เพราะเลือกคนที่ถูกออกหมายจับ และเลือกคนที่เป็นตัวปัญหาของสังคมเป็นตัวแทนพรรค แสดงว่ากระบวนการเลือกสรรบุคคลของพรรคมีปัญหา ซึ่งก็คือตัวยืนยันว่าเป็นปัญหาเรื่องความไม่สุจริตของพรรคและคนในพรรค เพราะหากพรรคดีจริง จะเลือกคนมีคดีเป็นตัวแทนของพรรคหรือ
แต่ที่น่าสังเวชยิ่งกว่าคือ บางพรรคมีคนต้องคดีอาญาร้ายแรงในต่างประเทศประกาศตัวเป็นผู้ยิ่งใหญ่เหนือพรรค และยังกล้าประกาศว่าเป็นเจ้าของพรรค ส่วนบางพรรคก็ประหลาดสุดจะบรรยาย เพราะหัวหน้าพรรคบอกว่าไม่เอามาตรา 112 แต่พอรุ่งขึ้นอีกวันก็โกหกว่าไม่เคยบอกว่าไม่เอามาตรา 112
นี่คือตัวอย่างของการโกหกแบบซึ่งๆ หน้าของนักการเมืองไทย คนไทยก็รู้ก็เห็น นักการเมืองที่เป็นคู่แข่งขันก็รู้ แต่ก็ยังปล่อยให้นักการเมืองโกหกไปเรื่อยๆ ราวกับว่าสังคมไทยเป็นสังคมที่เห็นเรื่องโกหกพกลมโป้ปดมดเท็จเป็นเรื่องปรกติธรรมดา หรือว่าจริงๆ แล้วคนไทยรับได้กับการมีนักการเมืองโกหก ส่วนนักการเมืองก็ดำรงอยู่ได้ด้วยความโกหกปลิ้นปล้อนของตนเอง
เฉลิมชัย ยอดมาลัย

ฮุน เซน โพสต์หวานซึ้ง ครบรอบ 50 ปีแต่งงาน บุน รานี
กูรู'เทพไท'ฟันธง! พรรคประชาธิปัตย์ ภาคใต้ ปาร์ตี้ลิสต์อันดับ 1 ชัวร์
'พิธา'รับฟังเสียงคนไทยในต่างแดน เสนอขยายเวลาลงทะเบียนประชามติถึง 8 ม.ค.
หวั่นปะทะรอบ3! ชาวบ้านชายแดน เร่งเก็บเกี่ยวผลผลิตการเกษตร
น้าเดช แนะ ประชาชน ใช้คำถามเดียว ลองใจ พรรคปชน. ปม ไอซ์ รักชนก

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี