วันเสาร์ ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2569
แนวหน้าหนังสือพิมพ์คุณภาพ ทุกบรรทัดคือสาระ และข้อเท็จจริง...nn “วันเด็กแห่งชาติ” ปีนี้ ตรงกับวันเสาร์ที่ 10 มกราคม 2569พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราโชวาท เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 เพื่อเชิญลงพิมพ์ในหนังสือวันเด็กแห่งชาติ พุทธศักราช 2569 ความว่า “เด็กๆ ทุกคนควรทำความเข้าใจให้ถูกต้องว่า วินัยไม่ใช่เพียงการปฏิบัติตามกฎข้อบังคับ แต่คือความสามารถในการควบคุมตนเองให้ทำในสิ่งที่สมควรทำ อันจะนำมาซึ่งความสุขความเจริญอย่างแท้จริง การฝึกฝนตนเองให้เป็นผู้มีวินัย จึงมีคุณประโยชน์อย่างยิ่ง ควรที่ทุกคนจะได้ฝึกหัดปฏิบัติจนเป็นปรกตินิสัย”
...nn ขณะที่“อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี ให้คำขวัญแก่เด็กๆ เอาไว้ว่า“รักชาติไทย ใส่ใจโลก” ซึ่งสะท้อนแนวคิดการปลูกฝังให้เด็กไทยเติบโตอย่างมีรากฐานของความเป็นไทย ควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมโลก
...nn คำขวัญดังกล่าวชี้ให้เห็นว่าการรักชาติในยุคปัจจุบัน ไม่ได้หมายถึงเพียงการยึดมั่นในสัญลักษณ์หรือวัฒนธรรมเท่านั้น แต่รวมถึงการเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ เคารพความแตกต่าง ใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า และตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลต่ออนาคตของทุกคน
...nn แต่คำขวัญวันเด็กที่ฮือฮาที่สุด เห็นจะหนีไม่พ้นคำขวัญของ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์”ผู้ว่าฯ กทม. ซึ่งให้เอาไว้ว่า “ถึงหัวจะดื้อความรู้ ถึงหูจะบ้วนคำขวัญ แต่ใจอย่าทิ้งความฝัน สร้างสรรค์ชีวิตในแบบของเรา”
...nn หลายต่อหลายคน ได้ยินได้อ่านคำขวัญของ ผู้ว่าฯกทม.แล้วก็ได้แต่ครางฮือ ตีความกันไปต่างๆ นานาๆ ตัวอย่างเช่น “วิภาดา กิตติโกวิท” นักแปลชื่อดัง ได้ออกมาแสดงความเห็นว่า“หูบ้วนคำขวัญ” ไม่ได้อคติ แต่อยากบอกพ่อแม่เด็กๆ ใน กทม. ว่า อย่าให้ลูกจำคำขวัญวันเด็กของผู้ว่าฯ กทม. นี้เลย จำสิ่งผิดแล้วแก้ยาก
...nn ทั้งนี้ “วิภาดา กิตติโกวิท” เป็นนักแปลอิสระและนักวิชาการด้านภาษาชาวไทย ที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับในวงการแปลและวงการหนังสือมาอย่างยาวนาน โดยมีจุดเด่นด้านการแปลวรรณกรรมและงานวิชาการจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย อย่างพิถีพิถันและเคร่งครัดเรื่องการใช้ภาษาไทยให้ถูกต้อง
...nn หลังจาก “อาจารย์วิภาดา” ได้แสดงความเห็นต่อคำว่า “หูบ้วนคำขวัญ” ก็มีแฟนคลับเข้ามาแสดงความคิดเห็นร่วมด้วย อาทิ ไม่รู้ทีมงาน กทม.ข้าราชการประจำไม่มีใครทักท้วงหรือไงนะครับ, นั่นสิค่ะ แปลว่าอะไร, จริงค่ะอาจารย์ หูจะบ้วน นี่คนอ่านแล้วหัวจะปวดมาก”
...nn ร้อนถึง “ผู้ว่าฯชัชชาติ” ต้องรีบออกมาอธิบายว่า ตนอาจจะไม่มีความเชี่ยวชาญในด้านการประพันธ์หรือฉันทลักษณ์ที่สละสลวยนักแต่สิ่งที่ต้องการเน้นย้ำคือ เนื้อหาและหัวใจสำคัญ ของข้อความดังกล่าวโดยมีจุดประสงค์หลักคืออยากให้เด็กและเยาวชนมีความสุขในเส้นทางที่ตนเองเลือก กล้าที่จะสร้างฝันและทำในสิ่งที่ตนเองชอบ ซึ่งความฝันเหล่านั้นอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามช่วงวัย แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการไม่ละทิ้งเป้าหมายและมุ่งมั่นสร้างสรรค์ชีวิตในรูปแบบที่เหมาะสมกับความเป็นตัวเอง
...nn อดใจหายไม่ได้ สำหรับการลาออกจากหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ของ“บิ๊กป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ”โดยอ้างปัญหาด้านสุขภาพ ซึ่งหลังจากลาออกแล้ว “บิ๊กป้อม” จะรับตำแหน่งประธานคณะที่ปรึกษาพรรคแทน
...nn ก้าวย่างของ “บิ๊กป้อม” ในครั้งนี้แม้จะไม่ได้ประกาศวางมือทางการเมืองอย่างเป็นทางการ แต่ในทางพฤตินัยแล้ว มันก็น่าจะสมควรแก่และผล ถึงจุดที่ “ชายชราวัย 81 ปี” จะต้องหยุดเล่นการเมือง หยุดบทบาททางการเมือง เพื่อกลับไปใช้ชีวิตในบั้นปลายอย่างสงบสุขเสียที
...nn “ไพบูลย์ นิติตะวัน” คนใกล้ชิด “บิ๊กป้อม” ยืนกรานว่าการลาออกในครั้งนี้ ไม่ใช่การเปลี่ยนม้ากลางศึก เพราะเป็นเรื่องที่คิดกันเอาไว้ก่อนหน้านี้แล้วโดยคนที่จะมารับไม้ต่อก็คือ “ตรีนุช เทียนทอง” ซึ่งจะเป็นทั้งรักษาการหัวหน้าพรรค และว่าที่หัวหน้าพรรค ซึ่งจะมีการประชุมเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่วันที่ 7 มีนาคมนี้
...nn ประสา “คชสีห์” ว่า แต่ก่อนที่จะมองข้ามสเต็ปไปถึงวันที่ 7 มีนาคม ในช่วงเวลาที่เหลืออีก 1 เดือนนี้พรรคพลังประชารัฐก็ต้องผ่านบททดสอบสำคัญในวันเลือกตั้งใหญ่8 กุมภาพันธ์นี้ ไปให้ได้เสียก่อน
...nn ต้องอย่าลืมหรือแกล้งทำเป็นลืมกันเป็นอันขาดว่า พรรคพลังประชารัฐ เป็นพรรคที่มีพื้นฐานปูทางมาจากการรัฐประหาร เริ่มตั้งพรรคตั้งแต่ปี 2561 ก่อนที่จะกลายมาเป็นพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล สนับสนุน “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ให้เป็นนายกรัฐมนตรีได้ในที่สุด....เลือกตั้งปี 2562 พลังประชารัฐได้ สส. 116 เสียง ขณะที่เลือกตั้งปี 2566 หดเหลือเพียง40 ที่นั่ง และก็ต้องจับตากันว่า เลือกตั้งใหญ่ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ ในวันที่ต้องกลายเป็นพรรคไร้หัว ไร้เงา ไร้บารมีอดีตหัวหน้าพรรคอย่าง“บิ๊กป้อม” ซึ่งนั่นหมายถึง อาจจะต้อง “ไร้ปัจจัย-ไร้กระสุน” ที่จะใช้ต่อสู้ในสนามเลือกตั้งด้วย
...nn ลำพัง บารมีของรักษาการหัวหน้าพรรคอย่าง “ตรีนุช” ซึ่งมีฐานเสียงอยู่ที่สระแก้ว ก็น่าจะได้สส.เต็มที่สัก 5 เก้าอี้ ขณะที่คะแนนจากปาร์ตี้ลิสต์ไม่ต้องพูดถึง เพราะครั้งก่อนได้มาเพียง 1 ที่นั่งเท่านั้น รอบนี้ถ้าได้มาก็ถือว่าเต็มกลืนสุดๆ
...nn ฉะนั้น ถ้าเอา “ความจริง”ขึ้นมาพูดกัน ไม่ต้องอวยยศอวยชัย หลังเลือกตั้งเสร็จ นับศพ นับผู้รอดชีวิตได้แล้วซึ่งเผลอๆ อาจจะต่ำสิบ อนาคตของพลังประชารัฐก็อาจจะต้องแยกย้ายกันไปคนละทิศคนละทาง!!...nn
คชสีห์

จากพระเอกสู่ผู้ร้าย! 'ชูวิทย์' ฟาดแรงพรรคส้ม เตือนเดินเกมอันตรายจนศรัทธาล่มสลาย
โปรดเกล้า พระราชทานยศทหารเป็นกรณีพิเศษ 27 ราย เหตุสู้รบชายแดนไทย กัมพูชา
มวลอากาศเย็นกำลังแรงถล่มไทยตอนบน อีสานเลขตัวเดียว-ยอดดอยติดลบระวังน้ำค้างแข็ง
‘บิ๊กโจ๊ก’หมดสิทธิ์กลับ‘สตช.’ ศาลชี้คำสั่งให้ออกชอบด้วยกม.
One Day Trip with 7 เจี๊ยบ พาน้อง ๆ เรียนรู้ผ่านภาพยนตร์และโลกใต้ทะเล Sea Life

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี