วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569
ตั้งแต่เดือนกันยายนปีที่แล้ว (พ.ศ. 2568) ถนนสุขุมวิทละแวกที่ออฟฟิศผมตั้งอยู่ ซึ่งปกติเป็นแหล่งที่มีคนต่างชาติเยอะอยู่แล้ว สังเกตถึงความเปลี่ยนแปลงได้ว่า มีนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น หลากหลายทั้งสีผิวและเชื้อชาติ
ถ้าเป็นนักวิชาการอาจจะใช้ภาษาให้รุงรังขึ้นอีกนิดว่า “เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ”
ความเคยชินของคนที่พักอาศัยหรือทำมาหากินอยู่ในละแวกนี้ จะรู้ว่าช่วงใกล้ปลายปีจะเป็นช่วง high season สำหรับการท่องเที่ยว เพราะโดยเฉพาะชาวตะวันตกที่หนีหนาวมาบ้านเราแต่ตอนนี้เข้ามาปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 แล้วนักท่องเที่ยวต่างชาติยังเดินกันพลุกพล่าน ไม่ใช่เฉพาะช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ด้วย แต่ขวักไขว่กันอยู่ทุกวัน และนักท่องเที่ยวจีนที่เคยเบาบางลงไประยะหนึ่งเพราะแอนตี้เมืองไทย ก็กลับมาหนาตาขึ้นมาก
ยิ่งระยะหลายปีที่ผ่านมา มีการเปิดโรงแรมและที่พักใหม่ๆมากขึ้นตลอดแนวรถไฟฟ้ายิ่งทำให้เกิดความสะดวกในการเดินทางไปไหนมาไหน รวมถึงการมีเที่ยวบินภายในประเทศมากขึ้น เป็นแรงจูงใจอย่างหนึ่งสำหรับนักท่องเที่ยว
จึงพอจะประเมินแบบบ้านๆได้ว่า ปี 2569 น่าจะเป็นปีที่ประเทศไทยทำรายได้จากการท่องเที่ยวได้อย่างมโหฬาร
แต่... ต้องมี“แต่” ไว้ว่า ถ้าไม่มีเหตุการณ์น่าวิตกใดๆมากระทบให้เกิดการหยุดชะงักลง รวมถึงเรื่องเล็กๆน้อยๆที่จะเป็นอุปสรรคกับการหลั่งไหลของคนต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวในเมืองไทย
เหตุการณ์ร้ายแรงอย่างแรกคือ การเกิดสงครามระหว่างชาติมหาอำนาจในภูมิภาคนี้ หรือใกล้เคียง ซึ่งประเทศเล็กๆ อย่างเราไม่สามารถควบคุมได้ ลำพังประคองตัวไม่ให้ถูกดูดเข้าไปอยู่กับข้างหนึ่งข้างใดก็เหนื่อยแล้วและถ้าเกิดขึ้นจริง ก็คงไม่มีใครมีอารมณ์อยากมาแถวนี้
เหตุการณ์ร้ายแรงอีกอย่างคือ การปะทะระหว่างไทยกับประเทศข้างบ้านจะต้องไม่บานปลาย จนส่งผลกระทบต่อการดำเนินไปของความเป็นอยู่ภายใน แม้การจะทำให้จบเบ็ดเสร็จสะเด็ดน้ำเป็นเรื่องยาก ตราบใดที่ยังมีผืนแผ่นดินติดกัน แต่รัฐบาลและกองทัพต้องทำให้เราอยู่ในภาวะที่เหนือกว่า กดข่มจนทำให้คู่กรณีไม่อาจผงกหัวขึ้นมาสร้างปัญหาใหญ่ๆ ได้อีก
ปัญหาอีกอย่างที่ต้องเร่งจัดการคือ การก่อการร้ายภายในเขต 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พวกที่คิดแบ่งแยกดินแดนไม่ได้คิดว่าตนเองเป็นคนไทยอยู่แล้ว แม้อาศัยแผ่นดินไทยเกิดและอยู่กินการจะไปขอร้องคนเหล่านั้นให้มารักเมืองไทยชูชาติไทยย่อมเป็นไปไม่ได้
เหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นแต่ละครั้ง หมายถึงการตัดโอกาสของการท่องเที่ยวในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ ที่มีความสวยงามตามธรรมชาติและวัฒนธรรมพื้นบ้านอยู่อีกมาก สามารถแปรเปลี่ยนเป็นรายได้สู่ประชาชนในท้องถิ่น และทำรายได้เข้าประเทศได้มหาศาลแต่คนพวกหนึ่งก็มาทำให้กลายพื้นที่น่าหวาดผวา คลุมด้วยเงาอันตราย ไม่รู้จะเกิดระเบิดตูมตามขึ้นมาตอนไหน และเมื่อไหร่
นอกนั้นก็เป็นปัญหาจากความโลภของคน ขณะที่คนส่วนใหญ่ใช้ซอฟต์พาวเวอร์ธรรมชาติ ไม่ว่าจะ ยิ้มสยาม, น้ำใจไมตรี หรืออาหารการกินที่อร่อยล้ำ ก็ยังมีพวกมิจฉาชีพนอกเครื่องแบบที่คอยจี้ปล้น,การคอร์รัปชันของมิจฉาชีพในเครื่องแบบที่คอยหาช่องตบทรัพย์นักท่องเที่ยว, การค้าขายที่ตั้งราคาขูดรีดแบบอมนุษย์ ราวกับว่าจะขายวันเดียวให้รวย, เผ่าพันธุ์แท็กซี่และตุ๊กตุ๊กชั่วที่ขูดรีดนักท่องเที่ยว ฯลฯ
เรื่องที่ดูเหมือนจะเล็กน้อยเหล่านี้ แม้จะเกิดขึ้นเฉพาะกับนักท่องเที่ยวเฉพาะคน แต่ถ้าเกิดขึ้นบ่อย เกิดขึ้นซ้ำๆ มากเข้า จะกลายเป็นเรื่องที่แพร่กระจายไปทั้งแบบปากต่อปาก และการประโคมข่าวของสื่อเพื่อนบ้านต่างๆ ที่ไม่เคยเป็นเพื่อนจริงๆ อาจจะทำลายการท่องเที่ยวเมืองไทยให้หดตัวลง อย่าได้ประมาท
สิ่งที่คนไทยธรรมดาอย่างเราๆจะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวได้ ก็คือการทำตัวเป็นเจ้าบ้านที่ดีจิตใจงดงาม หากินกับนักท่องเที่ยวกันแต่พอเหมาะพอควร ส่วนที่หนักหนาใหญ่โตก็ต้องเป็นเรื่องของรัฐบาล ไม่ใช่นั่งรอเสวยสุขจากตัวเลขนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นโดยไม่ขยับอะไร
ที่ไหนก็ตามที่มนุษย์เราไปหรืออยู่แล้วรู้สึกสนุกสนาน เพลิดเพลิน สะดวกสบาย และปลอดภัย ที่นั่นคือผลประโยชน์มหาศาลของผู้คนในท้องถิ่นซึ่งหมายถึงประโยชน์รวมของประเทศชาติด้วย
ทิวา สาระจูฑะ

ตร.จับมือ ขนส่งฯ เซ็น MOU เชื่อมข้อมูลประวัติอาชญากรรมออนไลน์ ยกระดับความปลอดภัยรับสงกรานต์
นอภ.แม่สะเรียง นำทีมรุดตรวจ พลายไอ้งางอน คุมเข้มจดทะเบียนสัตว์พาหนะ ป้องกันสวมสิทธิ์ช้างป่า
สตม.ผนึกกำลัง ทอท. ระดม จนท.ดูแลนักท่องเที่ยวช่วงเทศกาลสงกรานต์
พบซากพะยูนหนุ่ม ถูกตัดหัวถ่วงหินที่เกาะยาวน้อย ตร.เร่งแกะรอยล่าตัว
สยองวงจรปิดจับภาพ พนักงานหนุ่มถูกเครื่องจักรโรงงาน ดูดร่างเสียชีวิต

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี