วันเสาร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2569
แนวหน้าหนังสือพิมพ์คุณภาพ ทุกบรรทัดคือสาระ และข้อเท็จจริง...nnสุดสัปดาห์นี้ ขอแสดงความเสียใจต่อการสูญเสียประชาชนผู้บริสุทธิ์ไปจาก “โศกนาฏกรรม” เครนถล่มทั้งที่จังหวัดนครราชสีมา และพระราม 2
...nnต้องเลิกเสียทีกับวาทกรรม “ถอดบทเรียน” พอเกิดเหตุการณ์ทีก็ถอดบทเรียนที ซึ่งมันช่วยอะไรไม่ได้เลยกับ “บทเรียน” เพราะบรรดาผู้รับเหมา ไม่ว่าจะเป็นบริษัทที่ได้รับสัมปทาน หรือบริษัทที่เข้ามารับช่วงงานต่อ บริษัทพวกนี้มันไม่มีวันสำเหนียกหรอกว่า “บทเรียน” คืออะไร? มันไม่เคยหลาบเคยจำใดๆทั้งสิ้น!!
...nn กับภาครัฐเองก็เถอะ พอเกิดเหตุการณ์ทีก็ทำเอะอะมะเทิ่ง เสียงแข็งจะขึ้นแบล็กลิสต์ไม่ให้บริษัทรับเหมาเจ้าปัญหากลับเข้ามารับประมูลงานอีกแต่ก็แค่ขู่ฟ่อๆ แล้วก็หัวหด เพราะบริษัทรับเหมาที่สามารถประมูลงานระดับยักษ์ๆได้ในเมืองไทยมีไม่กี่บริษัท ไปไล่ตรวจชื่อโครงการระดับยักษ์ๆ ในเมืองไทยได้ สร้างถนน สร้างทาง สร้างโครงการรถไฟ สร้างตึก มีศักยภาพ มีคุณสมบัติสามารถทำได้ตามทีโออาร์ (TOR) ไม่กี่บริษัท เพราะมันเขียนล็อกสเปกเอาไว้แล้ว
...nn หรือถ้าบริษัทขาประจำทำไม่ได้ หรือแบ่งเค้กไม่ลงตัวก็จะสุมหัวฮั้วกัน ทำเป็น “บริษัทร่วมค้าฯ” ดึงเงินทุน ดึงบริษัทจากต่างประเทศเข้ามาร่วมลงทุน พวกนี้เมื่อได้งาน ก็จะซอยงาน แบ่งซับกันเป็นทอดๆ ได้ผู้รับเหมารายย่อยที่ดี มีความรับผิดชอบก็รอดตัวไป แต่ถ้าได้ผู้รับเหมาชุ่ยๆ คุณภาพต่ำ ไม่มีความรับผิดชอบ ก็จะเกิดความอัปยศ จนกลายเป็นโศกนาฏกรรม สูญเสียผู้บริสุทธิ์ไปครั้งแล้วครั้งเล่าเหมือนดังเช่น 2 เหตุการณ์เครนถล่มล่าสุด
...nn หนักข้อไปกว่านั้น บริษัทรับเหมาที่มีเงินถุงเงินถัง โดยเฉพาะต่างชาติ ก็จะมองหาบริษัทฯที่ขาดสภาพคล่อง แต่ถือใบอนุญาตที่จะประมูลงานใหญ่ๆ วงเงินที่สูงๆ ได้ ก็จะขอเข้าไป “สวมหัว” บริษัทเพื่อประมูลงานกันเลย!!
...nn ไม่รู้จะสรรหาคำใดมาบริภาษบริษัทรับเหมาที่รับผิดชอบโครงการนี้ เพราะทั้งเหตุการณ์เครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง ถล่มทับรถไฟ ที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา จนมีผู้บริสุทธิ์เสียชีวิตไปถึง 32 ศพ และบาดเจ็บอีกจำนวนมาก และรุ่งขึ้นวันต่อมา ก็ดันเกิดเหตุเครนถล่มซ้ำซากที่ ถ.พระราม 2 อีกจนเป็นเหตุทำให้มีผู้เสียชีวิตไป 2 ศพ ก็มาจากบริษัทเดียวกันคือ อิตาเลียนไทยฯ หรือชื่อเต็มคือ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด(มหาชน)
...nn “คชสีห์” ไม่มีสถิติหรือตัวเลขอย่างเป็นทางการว่า งานที่อิตาเลียนไทยฯเข้าไปรับเหมา มีส่วนร่วมด้วยเกิดอุบัติเหตุไปแล้วกี่ครั้ง แต่ที่แน่ชัดก็คือ อิตาเลียนไทยฯ ถูกสังคมมองอย่างสงสัยในพฤติกรรมมาตลอด เพราะเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งในโครงการต่างๆ อยู่บ่อยครั้งจนนับไม่ถ้วน และถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าบริษัทฯขาดความรับผิดชอบ ขณะที่ภาครัฐก็ไม่มีมาตรการความปลอดภัยและการบังคับใช้กฎหมายเอาผิดบริษัทฯอย่างจริงจัง
...nnน่าตกใจก็คือ เมื่อตรวจสอบสถานะทางการเงินของอิตาเลียนไทยฯ ปรากฏว่าบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ (ITD) กำลังประสบปัญหาวิกฤตสภาพคล่องและหนี้สินเรื้อรัง โดยล่าสุดมีรายงานว่า บริษัทฯกำลังขอขยายเวลาไถ่ถอนหุ้นกู้ 5 รุ่น มูลค่ารวม 14,455 ล้านบาท ออกไปอีก3 ปี พร้อมเสนอปรับโครงสร้างหนี้และเพิ่มดอกเบี้ย เนื่องจากบริษัทขาดทุนสะสมสูงและมีหนี้สินรวมกว่าแสนล้านบาท ทำให้เกิดปัญหาขาดสภาพคล่องจนต้องขอสินเชื่อใหม่จากธนาคาร ขณะที่ยังต้องเผชิญแรงกดดันจากอุบัติเหตุเครนถล่มซ้ำซากที่กระทบต่อความเชื่อมั่นและสถานะทางการเงินอย่างหนัก
...nn ฉะนั้น ท่าทีและความเคลื่อนไหวของรัฐบาลต่อเหตุการณ์ในครั้งนี้ มันจึงไม่แปลกที่ “นายกฯอนุทิน” จะรับไม่ได้กับ“วีรเวร-วีรกรรม” ของอิตาเลียนไทยฯ จนถึงขั้นที่สั่งให้กระทรวงคมนาคมไปยกเลิกสัญญาที่เกิดเหตุทั้งที่สีคิ้ว โคราช และพระราม 2 รวมทั้งสิ้น 2 สัญญา
...nn “ได้สั่งการกระทรวงคมนาคม ไปบอกเลิกสัญญากับผู้รับจ้าง รวมถึงดำเนินคดีตามข้อกฎหมายที่มี “ขึ้นบัญชีดำ” ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากการบอกเลิกสัญญา ทั้งนี้ได้รับข้อแนะนำที่เป็นประโยชน์อย่างมาก จากกฤษฎีกา และทางอัยการสูงสุด ก็จะดำเนินการเพื่อประโยชน์สาธารณะ และสร้างความมั่นใจ ให้กับต่างประเทศที่มีต่อประเทศไทยด้วย
...nn รัฐคงไม่สบายใจที่จะให้ผู้รับเหมาแบบนี้ทำงานให้รัฐต่อไป ส่วนที่เหลือที่งานยังไม่เสร็จก็หาคนมาทำงานต่อ แล้วถ้าความเสียหายเพิ่มมากขึ้นก็ต้องไปยึดเอาจากหลักประกันสัญญา ซึ่งสัญญาโดยทั่วไปก็จะมีการหักเงินประกันในสัญญา มีหนังสือค้ำประกันธนาคารอยู่ ซึ่งถ้ารัฐต้องใช้จ่ายงบประมาณเพิ่มเติมก็สงวนสิทธิ์ที่จะไปเรียกร้องกับผู้รับจ้างรายเดิมได้”
...nn มาดูกันที่ฝั่งของอิตาเลียนไทยฯกันบ้าง โดยหลังจากที่ “นายกฯอนุทิน” สั่งยกเลิกสัญญาไปแล้ว ก็ทำตัวเป็นหมูไม่กลัวน้ำร้อน ร่อนหนังสือชี้แจงตลาดหลักทรัพย์ฯว่า“บริษัทขอเรียนชี้แจงว่า สัญญาทั้ง 2 โครงการ ดังกล่าวยังมีผลใช้บังคับ และบริษัทฯ ยังปฏิบัติตามสัญญา”
...nn สรุปเบื้องต้น เอาเป็นว่า อิตาเลียนไทยฯไม่ยอมให้ยกเลิกสัญญากันง่ายๆ ก็ต้องมาดูกันที่รัฐบาลต่อไปว่า จะงัดกฎหมายหรือมาตรการอะไรออกมากำราบ!!นี่ก็งามไส้ งามหน้ากันทั้งพรรค สำหรับพรรคประชาชน เจ้าของสโลแกน “มีส้ม ไม่มีเทา” เพราะชูนโยบาย ชนแหลกกับบรรดาแก๊งสแกมเมอร์ ตลอดจนเว็บพนัน และพวกจีนเทา แต่ปรากฏว่ามีผู้สมัครสส.ของพรรคประชาชน ถูกตำรวจสอยเป็นว่าเล่น คนแรกคือ“บุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์” ผู้สมัครสส.กทม. เขต 33 บางพลัด-บางกอกน้อย(ยกเว้นแขวงศิริราช) โดยถูกตำรวจออกหมายจับข้อหาฟอกเงินยาเสพติดจนพรรคต้องตาลีตาเหลือกเปลี่ยนตัวผู้สมัคร...รายต่อมาคือ “รัชต์พงศ์ สร้อยสุวรรณ” ผู้สมัครสส.ตาก เขต 2 พรรคประชาชน ถูกกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือบช.สอท. จับกุมตัวโดยกล่าวหาว่าพัวพันเว็บไซต์พนันออนไลน์
...nn “เท้ง-ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” หัวหน้าพรรคประชาชน ยังปากแข็ง เปิดแถลงข่าวว่า “เราไม่ยอมรับพฤติกรรมสีเทา ไม่ว่าจะเป็นการทุจริตคอร์รัปชั่น ค้ายาเสพติดค้ามนุษย์ ทุนเทา สแกมเมอร์ หรือเว็บพนันออนไลน์ หากบุคลากรในพรรค ไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งใด มีพฤติกรรมเหล่านี้ พรรคจะไม่ปกป้องหรือปกปิดการกระทำผิดอย่างเด็ดขาด ผู้ถูกกล่าวหาจะต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเพื่อพิสูจน์ตนเองตามขั้นตอนทางกฎหมาย”
...nnหลังจาก “เท้ง-ณัฐพงษ์” แถลงข่าวไม่ทันไร ปรากฏว่า“ศ.ดร.ปิ่นแก้ว เหลืองอร่ามศรี” อาจารย์ประจำภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ออกมาสวนกลับจนแทบจะล้มใส่กันทั้งพรรคว่า กรณีดังกล่าว เคยแจ้งพรรคไปแล้ว แต่คำตอบที่ได้รับกลับมานั้น คือ “ถ้ามีหลักฐานอะไรก็ขอให้ช่วยส่งเข้ามา” โดยมีข้อความทั้งหมดระบุว่า “กรณีจับกุมผู้สมัครสส.ตาก พรรคประชาชน พัวพันเว็บพนันออนไลน์ไม่ได้เป็นแค่เรื่องปัญหาการคัดกรองสส.ในพื้นที่อย่างเดียว แต่เป็นเรื่องแนวทางการจัดการกับสส.ที่มีปัญหาภายในพรรค เพราะประเด็นเรื่องพัวพันเว็บพนันออนไลน์ ไม่ใช่เรื่องใหม่ รู้และพูดกันทั้งแม่สอดมานาน และเอาเข้าจริง ก็ไม่ใช่แค่เรื่องเว็บพนันอย่างเดียวด้วย เรื่องนี้พรรคทราบมานานแล้ว เพราะมีการส่งเรื่องร้องเรียนเข้าไปจากคนในพื้นที่เอง ดิฉันเองก็เคยเกริ่นเรื่องนี้กับสส.บางคนของพรรค แต่บทสนทนามักจบลงที่ว่า ถ้ามีหลักฐานอะไรก็ขอให้ช่วยส่งเข้ามา
โดยที่ไม่เห็นว่าพรรคจะดำเนินการสอบสวนเรื่องนี้อย่างจริงจังแต่อย่างใด” จบข่าวพร้อมๆ กับจบเห่!!
คชสีห์

รวบแก๊งลวงสาวโสดวัยเกษียณลงทุน คุยจนเหยื่อมีใจ ก่อนหลอกโอน10ล้าน
กระทิงป่าคลั่ง! ขวิดชาย56ดับกลางป่าวังน้ำเขียว เจ้าหน้าที่รุดตรวจสอบ
‘ธรรมนัส’ประกาศสู้กลุ่มทุน ทวงที่ดินคืนให้เกษตรกร แม้เป็นเผือกร้อนก็ไม่ถอย
‘เต้น’ปลุกชาวปากน้ำ เลือก‘เพื่อไทย’ยกจังหวัด หลังเคยกาตามกระแส
พลิกนากุ้งร้าง! ปลูก'มะขามแดง'แปรรูปขาย สร้างรายได้

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี