วันพุธ ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2569
พรรคการเมืองไทยบางพรรคมีเจตนาสร้างความโกลาหล ปั่นป่วน พินาศให้บังเกิดกับประเทศไทย เพราะตั้งใจเข้าไปมีอำนาจรัฐ แล้วต้องการก่อให้เกิดความไร้ระเบียบ ต้องใจทำลายกฎเกณฑ์เดิมที่ทำให้สังคมดำเนินมาได้อย่างสงบสุข โดยอ้างว่าต้องเปลี่ยน ต้องปรับ ตั้งแก้ ต้องล้มล้าง ต้องทำลาย ต้องยกเลิกกฎหมายบางหมวด บางมาตรา และยังกล่าวร้ายใส่ความเท็จว่าสถาบันที่สำคัญ เป็นเสาหลักของประเทศไทยบางสถาบันเป็นตัวการทำให้เกิดความไม่เสมอภาค ความเหลื่อมล้ำความไม่เป็นธรรม เป็นเครื่องกดขี่ ลิดรอนสิทธิเสรีภาพ เป็นตัวการทำให้การเมืองไทยไม่สามารถดำเนินไปตามวิถีทางประชาธิปไตย ซึ่งทั้งหมดนั้นล้วนแล้วแต่เป็นคำโกหกมดเท็จทั้งสิ้น
ถามว่าทำไมพรรคการเมืองบางพรรคต้องการล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ ตอบได้ว่าเพราะพรรคนั้นต้องการทำลายเสาหลักซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้สังคมไทยดำรงอยู่ได้อย่างเป็นปึกแผ่น เพราะเมื่อทำลายเสาหลักที่เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจของผู้คน ทำลายศูนย์รวมใจของผู้คนได้แล้ว ก็สามารถทำลายความเป็นปึกแผ่นของประเทศไทยได้โดยง่าย
แต่ก็มีคำถามว่า แล้วสังคมไทยมีความเสมอภาคจริงหรือ มีสิทธิเสรีภาพแท้จริงหรือ ก็ตอบได้ว่า ไทยมีความเสมอภาค มีสิทธิเสรีภาพ มายาวนาน แต่ก็ต้องถามคนกลุ่มที่ต้องการทำลายประเทศไทยว่า คำว่าความเสมอภาคตามความคิดของพวกเขาคืออะไร จะให้คนทุกคน ทุกฐานะ ทุกอาชีพทุกเศรษฐสถานะเท่าเทียมกันแบบไหน จะให้คนทุกคนมีความเท่าเทียมในเรื่องสถานภาพเท่ากับพระเจ้าแผ่นดิน ใช่ไหม หรือจะให้พระเจ้าแผ่นดินไม่ต้องมีกฎหมายเฉพาะเพื่อถวายความอารักขา และถวายพระเกียรติ ใช่ไหม
หากตอบว่าใช่ ก็ต้องถามกลับว่า แล้วทำไมต้องมีหัวหน้าพรรคการเมือง ทำไมไม่ให้สมาชิกพรรคทุกคนมีสถานะเท่าเทียมกัน ไม่มีใครเหนือกว่าใคร ไม่มีใครมีสูงกว่าใคร ไม่จำเป็นต้องมีหัวหน้าพรรค เพราะสมาชิกพรรคทุกคนต้องทำหน้าที่ได้เหมือนๆกัน เท่าเทียมกัน ถามว่าเรื่องแบบนี้เป็นจริงได้หรือไม่หากตอบเรื่องนี้ได้ ก็ต้องตอบได้ว่า เหตุใดพรรคการเมืองบางพรรคจึงต้องการล้มล้างและทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์
กฎหมายอาญามาตรา 112 เป็นกฎหมายใช้สำหรับถวายความอารักขาบุคคลในสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นการเฉพาะ ดังนั้น การที่พรรคการเมืองหนึ่งแสดงเจตนารมณ์ต้องการล้มล้างมาตรา 112 คือการล้มล้างกฎหมายสำหรับถวายความอารักขาบุคคลในสถาบันพระมหากษัตริย์ นั่นหมายความได้ว่าจงใจหาเหตุล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์โดยตรง เพราะเมื่อล้มล้างกฎหมายดังกล่าวแล้ว ก็หมายถึงไม่มีเครื่องมือใดๆ ใช้ถวายความอารักขากับสถาบันดังกล่าวอีกต่อไป ซึ่งก็หมายถึงการเข้าทำลายล้างตัวสถาบันพระมหากษัตริย์โดยปริยาย
การถวายการอารักขาบุคคลในสถาบันพระมหากษัตริย์ ไม่ใช่การสนับสนุนให้เกิดความไม่เท่าเทียม แต่เป็นสิ่งจำเป็นมาก เพราะประเทศไทยมีสถาบันพระมหากษัตริย์ ดังนั้น ข้ออ้างของพรรคการเมืองที่จงใจล้มล้างสถาบันสำคัญดังกล่าว ก็จึงเบี่ยงประเด็นว่าการมีสถาบันพระมหากษัตริย์คือการทำให้สังคมไทยไม่เท่าเทียมกัน มีการเอารัดเอาเปรียบ มีการรีดนาทาเร้น มีการลิดรอนสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกของผู้คน ดังนั้น พรรคการเมืองที่จงใจล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์จึงต้องการให้ยกเลิกมาตรา 112 โดยอ้างแบบมดเท็จว่าเพื่อให้บังเกิดความเท่าเทียมกันของคนทุกคนบนแผ่นดินนี้ แล้วให้ใช้เพียงมาตราที่ว่าด้วยการหมิ่นประมาทบุคคลทั่วไปแทนมาตรา 112
ถามว่าประเทศไทยจำเป็นต้องมีสถาบันพระมหากษัตริย์หรือไม่ และถามว่าประเทศไทยต้องมีพรรคการเมืองหรือไม่ คำตอบเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ชัดเจนในใจของคนไทยเป็นอย่างดี วิญญูชนต้องทราบดีว่าระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์กับพรรคการเมือง อะไรคือสิ่งที่ประเทศไทยขาดไม่ได้ เพราะฉะนั้น วันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ตัดสินใจเลือกให้ดี และต้องตัดสินใจให้เด็ดขาดด้วยว่าจะยังปล่อยให้พรรคการเมืองที่จงใจโค่นล้มสถาบันพระมหากษัตริย์อยู่ต่อไปหรือไม่

‘การท่าเรือ’ยันให้บริการปกติ เกาะติด‘สงคราม’ตะวันออกกลางใกล้ชิด
เจาะตลาดญี่ปุ่น! ‘กรมการค้าต่างประเทศ’ดันยอดส่งออก‘มันสำปะหลัง’ ผลักดันสู่อุตฯพรีเมียม
หวานข้ามซีกโลก ก้อย อรัชพร วิดีโอคอลหา พิธา เสิร์ฟโมเมนต์หัวใจฟู
‘ซีพี แอ็กซ์ตร้า’ทุ่ม 1.34 หมื่นล้าน เทคโอเวอร์ซูเปอร์มาร์เก็ตหรูมาเลเซีย 50 สาขารวด
นายกฯ ย้ำตรึงราคาน้ำมัน 15 วัน ลั่น ปั๊มไหนขึ้นราคาเกินกรอบกม. พร้อมดําเนินการ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี