วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2569
ข่าวเล็กๆ ที่ถูกกลบด้วยข่าวกระแสการเลือกตั้งในช่วงต้นสัปดาห์นี้ คือเรื่องของกลุ่มที่ใช้ชื่อว่า “นักวิชาการเพื่อสังคม” ซึ่งประกอบด้วยผู้มีชื่อเสียงกว่า 50 คน นำโดย ศาสตราจารย์พิเศษ
วิชา มหาคุณ เรื่อง “วิกฤตศรัทธาและทางรอดของประเทศไทยในการเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569” โดยระบุว่า ประเทศไทยในขณะนี้กำลังเผชิญกับ “ภาวะถดถอยเชิงโครงสร้าง” จนมีความเสี่ยงสูงที่จะตกอยู่ในสภาวะ “รัฐล้มเหลว” (Failed State)
โดยได้ระบุสาเหตุว่า เกิดจาก“ภาวะถดถอยเชิงโครงสร้าง” อย่างรุนแรงในทุกมิติ ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และกระบวนการยุติธรรม จนไม่สามารถปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนส่วนใหญ่ได้อีกต่อไป ทาง“นักวิชาการเพื่อสังคม” จึงต้องออกมารณรงค์เรียกร้องกับประชาชนให้ “คว่ำบาตรทางคะแนนเสียง” ต่อพรรคการเมืองที่เป็นปฏิปักษ์ต่อการพัฒนาประเทศ
ทั้งนี้นอกจากการเรียกร้องให้แก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ไม่ว่าจะเป็นการพลิกฟื้นโครงสร้างชาติสลายทุนผูกขาด, การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมและระบบคุณธรรม, การเตรียมพร้อมรับมืออุบัติภัยและวิกฤตประชากร แล้ว มีประเด็นหนึ่งที่ดูน่าสนใจ และเป็นรูปธรรมมาก คือการระบุว่า “ประเทศไทยเจ็บปวดมามากพอแล้วกับผู้นำที่ ‘อ่อนหัดและไร้ประสบการณ์’ ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาเราไม่อาจยอมรับ ‘เด็กอมมือ’ หรือ ‘ตัวแทนกลุ่มผลประโยชน์บ้านใหญ่’ เข้ามาบริหารประเทศเพื่อปกป้องบาดแผลและธุรกิจของตนเองได้อีก”
จะบังเอิญหรือไม่ไม่ทราบ ข้อเสนอนี้ออกมาในช่วงที่ สังคมไทยกำลังตื่นตากับ “เทคโนแครต” ทั้งที่มาจากภาคเอกชน และภาครัฐ ซึ่งได้รับการยอมรับในฐานะมืออาชีพ พรรคการเมืองใหญ่ที่มีศักยภาพในการดึงดูดคนเก่งๆ มีชื่อเสียงในด้านต่างๆ ไม่ว่า พรรคภูมิใจไทย พรรคประชาธิปัตย์ พรรคประชาชน และอาจรวมถึงพรรคเพื่อไทยที่พยายามโปรโมทความเป็น “นักวิชาการ” ของ “ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” แคนดิเดต นายกรัฐมนตรีอันดับ 1 ของพรรคด้วยก็ได้
จุดที่น่าคิดอย่างยิ่งก็คือ บรรรดา “เทคโนแครต”ที่พรรคการเมืองผลักดันออกมาประชันกันอยู่นั้น เอาเข้าจริงพอเข้าสู่โครงสร้างอำนาจ ที่ต้องแอบอิงกับอำนาจทางการเมือง จะสามารถใช้ศักยภาพทำงานเพื่อประเทศชาติบ้านเมืองได้เต็มที่อย่างที่ประชาชนต้องการเห็นหรือไม่
บทเรียนในอดีตแสดงให้เห็นว่า บรรดาเทคโนแครต หรือ พวก “มืออาชีพ” เมื่อเข้าไปอยู่ในโครงสร้างอำนาจ ก็มักจะถูกกลืนโดยการเมืองบ้าง หรือบางส่วนที่ยังยึดมั่นในความเป็นมืออาชีพ ก็ต้องเดินออกไปด้วยความเจ็บปวด นี่คือภาพจำที่เห็นมาหลายครั้ง
ดังนั้นการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 การจะตัดสินใจเลือกโดยใช้ทีมงานมืออาชีพเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ใช้ตัดสินใจ ประชาชนจะต้องมองให้ทะลุว่า หนึ่ง เทคโนแครตเหล่านั้นเป็น มืออาชีพของจริง มีผลงานจับต้องได้หรือไม่ สองเมื่อเข้าไปทำงานจะสามารถแสดงศักยภาพได้จริง หรือเข้าไปเป็นร่างทรงของใครหรือไม่ซึ่งก็คงดูได้ไม่ยาก นอกจากฟังจากเวทีแสดงวิสัยทัศน์ที่หน่วยงานต่างๆ จัดขึ้นไม่เว้นแต่ วันแล้ว ก็ต้องดูความเชื่อมโยงว่าใครเป็นคนของใคร เป็นญาติโกโหติกากับใคร
ข้อสุดท้ายที่สำคัญมาก คือนอกจากภาพพจน์ความเป็นมืออาชีพ ที่ “สร้าง”กันได้ด้วยเทคนิควิธีการต่างๆ แล้ว ต้องดูลึกไปถึง “แนวคิด” ด้วย ประเภทสร้างภาพพจน์เป็นคนมีฝีมือ มีความรู้ ทันสมัย แต่มีแนวคิดที่เป็นปฏิปักษ์กับมาตรฐานอันดีของสังคมโดยเฉพาะพวกที่มุ่งมั่นจะต้องล้มล้างโครงสร้างหลักของสังคม อย่าได้เลือกมาทำร้ายสังคมไทยอย่างเด็ดขาด..

องคมนตรีเปิดอาคารสถานีวิจัยฯ‘โครงการหลวงโนนดินแดง’ ขับเคลื่อนเกษตรพื้นที่ราบสูงบุรีรัมย์
'กกต.'ยันแก้ไขข้อมูลเอกสารผู้สมัคร สส.-พรรคเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรถูกต้องแล้ว
'นายกฯ'ลงจุดเกิดเหตุเครนมรณะ จี้เยียวยาหลักล้าน ด้าน บ.ก่อสร้าง ยอมรับผิด-เยียวยาเต็มที่
อย่าให้คนไทยตายฟรี! 'ดร.เอ้ สุชัชวีร์' จี้ 5 คำถามรัฐ ปมเครนถล่ม-คอร์รัปชัน
'จักรภพ'ย้ำประเทศไทยต้องหาหุ้นส่วน หาแนวร่วมปราบทุนเทา จี้เปิดชื่อนักการเมืองเอี่ยวทุนเทา

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี