วันพุธ ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2569
ข่าวเล็กๆ ที่ถูกกลบด้วยข่าวกระแสการเลือกตั้งในช่วงต้นสัปดาห์นี้ คือเรื่องของกลุ่มที่ใช้ชื่อว่า “นักวิชาการเพื่อสังคม” ซึ่งประกอบด้วยผู้มีชื่อเสียงกว่า 50 คน นำโดย ศาสตราจารย์พิเศษ
วิชา มหาคุณ เรื่อง “วิกฤตศรัทธาและทางรอดของประเทศไทยในการเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569” โดยระบุว่า ประเทศไทยในขณะนี้กำลังเผชิญกับ “ภาวะถดถอยเชิงโครงสร้าง” จนมีความเสี่ยงสูงที่จะตกอยู่ในสภาวะ “รัฐล้มเหลว” (Failed State)
โดยได้ระบุสาเหตุว่า เกิดจาก“ภาวะถดถอยเชิงโครงสร้าง” อย่างรุนแรงในทุกมิติ ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และกระบวนการยุติธรรม จนไม่สามารถปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนส่วนใหญ่ได้อีกต่อไป ทาง“นักวิชาการเพื่อสังคม” จึงต้องออกมารณรงค์เรียกร้องกับประชาชนให้ “คว่ำบาตรทางคะแนนเสียง” ต่อพรรคการเมืองที่เป็นปฏิปักษ์ต่อการพัฒนาประเทศ
ทั้งนี้นอกจากการเรียกร้องให้แก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ไม่ว่าจะเป็นการพลิกฟื้นโครงสร้างชาติสลายทุนผูกขาด, การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมและระบบคุณธรรม, การเตรียมพร้อมรับมืออุบัติภัยและวิกฤตประชากร แล้ว มีประเด็นหนึ่งที่ดูน่าสนใจ และเป็นรูปธรรมมาก คือการระบุว่า “ประเทศไทยเจ็บปวดมามากพอแล้วกับผู้นำที่ ‘อ่อนหัดและไร้ประสบการณ์’ ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาเราไม่อาจยอมรับ ‘เด็กอมมือ’ หรือ ‘ตัวแทนกลุ่มผลประโยชน์บ้านใหญ่’ เข้ามาบริหารประเทศเพื่อปกป้องบาดแผลและธุรกิจของตนเองได้อีก”
จะบังเอิญหรือไม่ไม่ทราบ ข้อเสนอนี้ออกมาในช่วงที่ สังคมไทยกำลังตื่นตากับ “เทคโนแครต” ทั้งที่มาจากภาคเอกชน และภาครัฐ ซึ่งได้รับการยอมรับในฐานะมืออาชีพ พรรคการเมืองใหญ่ที่มีศักยภาพในการดึงดูดคนเก่งๆ มีชื่อเสียงในด้านต่างๆ ไม่ว่า พรรคภูมิใจไทย พรรคประชาธิปัตย์ พรรคประชาชน และอาจรวมถึงพรรคเพื่อไทยที่พยายามโปรโมทความเป็น “นักวิชาการ” ของ “ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” แคนดิเดต นายกรัฐมนตรีอันดับ 1 ของพรรคด้วยก็ได้
จุดที่น่าคิดอย่างยิ่งก็คือ บรรรดา “เทคโนแครต”ที่พรรคการเมืองผลักดันออกมาประชันกันอยู่นั้น เอาเข้าจริงพอเข้าสู่โครงสร้างอำนาจ ที่ต้องแอบอิงกับอำนาจทางการเมือง จะสามารถใช้ศักยภาพทำงานเพื่อประเทศชาติบ้านเมืองได้เต็มที่อย่างที่ประชาชนต้องการเห็นหรือไม่
บทเรียนในอดีตแสดงให้เห็นว่า บรรดาเทคโนแครต หรือ พวก “มืออาชีพ” เมื่อเข้าไปอยู่ในโครงสร้างอำนาจ ก็มักจะถูกกลืนโดยการเมืองบ้าง หรือบางส่วนที่ยังยึดมั่นในความเป็นมืออาชีพ ก็ต้องเดินออกไปด้วยความเจ็บปวด นี่คือภาพจำที่เห็นมาหลายครั้ง
ดังนั้นการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 การจะตัดสินใจเลือกโดยใช้ทีมงานมืออาชีพเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ใช้ตัดสินใจ ประชาชนจะต้องมองให้ทะลุว่า หนึ่ง เทคโนแครตเหล่านั้นเป็น มืออาชีพของจริง มีผลงานจับต้องได้หรือไม่ สองเมื่อเข้าไปทำงานจะสามารถแสดงศักยภาพได้จริง หรือเข้าไปเป็นร่างทรงของใครหรือไม่ซึ่งก็คงดูได้ไม่ยาก นอกจากฟังจากเวทีแสดงวิสัยทัศน์ที่หน่วยงานต่างๆ จัดขึ้นไม่เว้นแต่ วันแล้ว ก็ต้องดูความเชื่อมโยงว่าใครเป็นคนของใคร เป็นญาติโกโหติกากับใคร
ข้อสุดท้ายที่สำคัญมาก คือนอกจากภาพพจน์ความเป็นมืออาชีพ ที่ “สร้าง”กันได้ด้วยเทคนิควิธีการต่างๆ แล้ว ต้องดูลึกไปถึง “แนวคิด” ด้วย ประเภทสร้างภาพพจน์เป็นคนมีฝีมือ มีความรู้ ทันสมัย แต่มีแนวคิดที่เป็นปฏิปักษ์กับมาตรฐานอันดีของสังคมโดยเฉพาะพวกที่มุ่งมั่นจะต้องล้มล้างโครงสร้างหลักของสังคม อย่าได้เลือกมาทำร้ายสังคมไทยอย่างเด็ดขาด..

ไทรโยคระอุ! ‘ไฟไหม้สวนมะพร้าว-ไร่อ้อย’ ปะทุพร้อมกัน 3 จุด-วอดนับร้อยไร่
รถชนต้องผ่ามดลูกก่อนจริงมั้ย? ‘ปอย ตรีชฎา’ แสดงจุดยืนหนุนเปลี่ยนคำนำหน้าให้ตรงเพศสภาพ
หนุ่ม ๆตาค้าง ‘เบียร์ เดอะวอยช์’ เซ็กซี่ขยี้ใจในชุดว่ายน้ำตัวจิ๋ว
ถอดบทเรียนสงครามอิหร่าน นันทิวัฒน์ เตือนสติไทย! ชี้มีฐานทัพต่างชาติคือเป้านิ่ง เสี่ยงถูกทิ้ง
'บอย อนุวัฒน์'หิวแค่ไหนก็ต้องรอจนกว่าคุณภรรยา'เจี๊ยบ พิจิตตรา'ถ่ายรูปได้ช็อตเป๊ะ!ทั้งโต๊ะ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี