วันพุธ ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2569
”แพทองธาร ชินวัตร”นั้น ถ้าเปรียบเป็นสิ่งของก็เหมือนสิ่งมหัศจรรย์พันลึกอย่างหนึ่งบนโลกใบนี้ คือน่าพิศวงงงงวย ประเภทคนอะไรเกิดมาจนกระทั่งโต ไม่เคยเห็นทำงานทำการอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน กลับมีทรัพย์สินเงินทองรวยล้น แตกต่างจากประชาชนคนไทยกลุ่มเปราะบางในประเทศนี้กว่า 13 ล้านคนราวฟ้ากับเหว
เมื่อวันที่ 14 มกราคมวานนี้ สำนักงาน ป.ป.ช.ได้เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองกรณีพ้นจากตำแหน่งหน้าที่ โดยหนึ่งในนั้นก็มี“แพทองธาร ชินวัตร”อดีตนายกรัฐมนตรีไทย“หลานสาวอังเคิลเขมร” ที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้พ้นจากตำแหน่งกรณี“คลิปอัปยศ”จากการสนทนาทางโทรศัพท์กับ“ฮุนเซน”ทรราชเขมร ซึ่งทั้งสื่อกระแสหลักและสื่อในโลกโซเชียลถึงกับร้องเป็นเสียงเดียวกันว่า“อู้ฟู่” เพราะมีทรัพย์สินเงินทองล้นเหลือถึง 1.13 หมื่นล้านบาท
ทรัพยสินเงินทองจำนวนมหาศาลดังกล่าวนี้ ตัวเลขกลมๆ ที่ ป.ป.ช.ระบุ มีจำนวนทั้งสิ้น 11,321,646,719 ล้านบาท แยกเป็นของ“แพทองธาร ชินวัตร”จำนวน 11,234,769,810 บาท, ของนายปิฎก สุขสวัสดิ์ “สามีคนใต้”ซึ่งอยู่กินฉันสามีภรรยากับ“แพทองธาร” โดยไม่ได้จดทะเบียนสมรสแบบชาวบ้านทั่วไป จำนวน 86,746,214 บาท และของบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ 2 คน จำนวน 130,693 บาท โดยมีหนี้สินรวม 4,441,159,711 บาท
ตามไปดูต่อ ว่าทรัพย์สินเงินทองของ“แพทองธาร ชินวัตร”มีอะไรบ้าง ในฐานะ“ลูกคุณหนูพ่อรวย”คนนี้ ที่เกิดมาก็รวยทันที และเมื่อมาเป็นนายกรัฐมนตรีก็มีมลทินติดตัว จากการที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้พ้นจากตำแหน่ง ฐานที่ทำให้ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยเสื่อมเสียเกียรติและเสียศักดิ์ศรี กรณี“คลิปอัยศ”เข้าข่ายขายชาติให้เขมร” ซึ่งปรากฏว่า“แพทองธาร” มีเงินสด 7,237,696 บาท เงินฝาก 26 บัญชี รวม 1,060,535,410 บาท เงินลงทุน 8,347,745,540 บาท และเงินให้กู้ยืมแก่นายพานทองแท้ ชินวัตร ผู้เป็นพี่ชายจำนวน 15,238,714 บาท
นอกจากนั้น ก็ยังมีที่ดิน 12 แปลง มูลค่ารวม 724,922,982 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 168,615,386 บาท ยานพาหนะ 66,770,000 บาท เป็นรถยนต์ 23 คัน สิทธิและสัมปทาน 6 รายการ มูลค่ารวม 425,022,830 บาท โดยในจำนวนนี้ มีสิทธิและสัมปทานในการเช่าอพาร์ตเมนต์ในอังกฤษ 2 แห่งคือ เลขที่ BGL17688 Flat Knaresborongh house, 7 Knaresborongh Place, London มูลค่า 111,612,250 บาท ทำสัญญาเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2550 สิ้นสุดวันที่ 24 ธันวาคม 3537 และเลขที่ NGL9715639 Flat 14 Montpelier street, London มูลค่า 208,342,867 บาท ทำสัญญาเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2560 สิ้นสุดวันที่ 21 มกราคม 3552 ซึ่งสัมปทานในการเช่าอพาร์ตเมนต์ในอังกฤษทั้ง 2 แห่งนี้ มีระยะยาวเกือบ 10 ศตวรรษ คือ 987 ปี กับ 992 ปี
ไปดูต่ออีกว่า“แพทองธาร ชินวัตร”ลูกสาวสุดรักของนักโทษเด็ดขาดชายทักษิณ ชินวัตร “รวยอู้ฟู่”อย่างไร จากทรัพย์สินกองนี้ที่รวมแล้วเป็นเงินทั้งสิ้น 418,681,250 บาท นั่นก็คือทองคำแท่งน้ำหนัก 75 บาท, นาฬิกา 75 เรือน, ของสะสมตุ๊กตาแบร์บริค 9 ตัว, กระเป๋า 217 ใบ, แหวน 109 วง, เครื่องประดับกำไลข้อมือ 69 เส้น, เครื่องประดับสร้อยคอ 70 เส้น, ต่างหู 209 คู่ และเครื่องแต่งกาย 167 ชุด
และรวยขนาดนี้ซึ่งใช้ไปอีกสิบชาติก็ไม่หมดนั้น “แพทองธาร ชินวัตร”ยังมีรายเข้าเป็นรายปี ชนิดที่คนไทยกลุ่มเปราะบาง 13 ล้านคนรวมทั้งญาติพี่น้องในครอบครัว สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างเหลือกินเหลือใช้ไปตลอดชาติ โดยพบว่า“แพทองธาร”ได้แจ้งต่อ ป.ป.ช.ไว้ดังนี้ มีรายได้ต่อปี 208,879,130 บาท แยกเป็นเงินเดือนค่าจ้างโบนัส 879,130 บาท, เงินปันผล 205,000,000 บาท, ดอกเบี้ย 2,000,000 บาท และค่าเช่า 1,000,000 บาท
ที่ต้องบันทึกไว้จากรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินทรัพย์สินที่“แพทองธาร ชินวัตร”แจ้งไว้ต่อ ป.ป.ช. ก็คือหมวดค่าใช้จ่ายประจำปีที่ระบุไว้รวมทั้งสิ้น 58,220,000 หรือ 58.22 ล้านบาทนั้น ปรากฎว่าเฉพาะค่าใช้จ่ายส่วนตัวของเธอมียอดสูงถึงปีละ 45 ล้านบาท นอกจากนั้นก็แยกเป็นค่าเบี้ยประกัน 1.2 ล้านบาท, ค่าใช้จ่ายครัวเรือน 7 ล้านบาท, ค่าส่วนกลาง 8 แสนบาท, ค่าภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 1.2 แสนบาท, ค่าเล่าเรียนบุตร 1.5 ล้านบาท, เงินบริจาค 6 แสนบาท และค่าท่องเที่ยว 2 ล้านบาท
แต่ที่ต้อง“เอ๊ะ”ก็คือ รวยล้นฟ้าขนาดนี้แล้วก็ยังมีหนี้สิน ซึ่ง“แพทองธาร ชินวัตร”แจ้งต่อ ป.ป.ช.ว่า มีหนี้สินทั้งหมด 4,441,159,711 บาท แยกเป็นหนี้จากเงินเบิกเกินบัญชี 5,458,262 บาท หรือ 5.45 ล้านบาท และหนี้สินอื่น 4,434,522,338 บาท หรือ 4.43 พันล้านบาท
สำคัญที่สุดหนี้สินอื่นจำนวน 4.43 พันล้านบาทก้อนนี้ คือหนี้สินของ“แพทองธาร ชินวัตร”ในส่วนของตั๋วสัญญาใช้เงิน หรือ“ตั๋ว PN”จำนวน 9 ฉบับ จากการซื้อหุ้นของ“คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์”มารดา, “พานทองแท้ ชินวัตร”พี่ชาย, “พินทองทา คุณากรวงศ์ ชินวัตร”พี่สาว และเครือญาติ รวม 5 รายการ ซึ่งเรื่องนี้“แพทองธาร”เคยถูกพรรคประชาชนโดย“วิโรจน์ ลักขณาอดิศร” ในฐานะฝ่ายค้านเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจมาแล้วในเดือนมีนาคม 2568 ว่าเข้าข่ายเป็นการกระทำ“นิติกรรมอำพราง” เพื่อหลีกเลี่ยงการชำระ ภาษีการรับให้ (Gift Tax) ซึ่งคิดเป็นเงินประมาณ 218.7 ล้านบาทที่จะต้องจ่ายให้แก่รัฐ
ผลจากการอภิปรายครั้งนี้ สุดท้ายก็เหมือน“มวยล้มต้มคนดู” เพราะฝ่ายค้านโดยนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร แทนที่จะรวบรวมพยานหลักฐานนำไปยื่นต่อ ป.ป.ช.เพื่อให้มีการดำเนินคดีในทางอาญาและทางแพ่งกับ“แพทองธาร ชินวัตร”ในฐานะนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น กลับไปยื่นหนังสือต่อกรมสรรพากรให้วินิจฉัยและตรวจสอบพฤติการณ์ดังกล่าว และการที่รายการหนี้สินยอดนี้ยังคงอยู่จากการแจ้งบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินหลังพ้นตำแหน่งของ“แพทองธาร” ก็เท่ากับว่า“แพทองธาร”ยังไม่ได้มีการชำระเงินค่าภาษีหุ้นดังกล่าวต่อกรมสรรพากรแต่อย่างใด
จะอะไรก็ตามแต่ “แพทองธาร ชินวัตร”นั้น เปรียบเหมือน“ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น” ที่มี“ดีเอ็นเอ”เดียวกับ“ทักษิณ ชินวัตร”ผู้เป็นบิดา ในฐานะบุตรสาวผู้สืบสันดาน เพราะการทำ“นิติกรรมอำพราง” กรณีซื้อหุ้นจากเครือญาติ โดยจ่ายค่าหุ้นเป็น“ตั๋วP/N”เพื่อเลี่ยงภาษีที่ว่านี้ ก็เฉกเช่นเดียวกันกับ“คดีซุกหุ้น”ของ“ทักษิณ”ที่ไปซุกหุ้นอำพรางไว้ในชื่อของแม่บ้าน คนขับรถ และยามเฝ้าบ้าน (รปภ.) สมัยที่“ทักษิณ”เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อปี 2544
พฤติกรรมและพฤติการณ์ของ“พ่อลูกผูกพัน”คู่นี้ เข้าทำนอง“ไม่เบี้ยว-ไม่จ่าย” เพราะเวลานี้แม้แต่“ทักษิณ ชินวัตร” ก็ยังไม่ยอมจ่ายเงินภาษีย้อนหลังให้แก่กรมสรรพากรจำนวน 1.76 หมื่นล้านบาท กรณี“ขายหุ้นชินคอร์ป” จำนวน 49 เปอร์เซ็นต์ให้“กองทุนเทมาเส็ก”ของสิงคโปร์ ในปี 2549 มูลค่า 7.3 หมื่นล้านบาท โดยศาลฎีกาได้พิพากษาตัดสินสั่งให้“ทักษิณ”จ่ายเงินก้อนนี้แก่กรมสรรพากรเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2568
มิหนำซ้ำอาสาวของ“แพทองาร ชินวัตร”อีกคนหนึ่งที่ชื่อ“ยิ่งลักษณ์ ขินวัตร” ซึ่งเวลานี้เป็นนักโทษหนีคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ที่ศาลปกครองสูงสุดพิพากษาตัดสินเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2568 สั่งให้จ่ายค่าสินไหมทดแทนโครงการรับจำนำข้าวจำนวน 1 หมื่นล้านบาทแก่กระทรวงการคลัง และ“ยิ่งลักษณ์”ก็มาลูกไม้เดียวกับหลานสาวและพี่ชาย คือ“ไม่เบี้ยว-ไม่จ่าย” ขณะที่กระทรวงการคลังและกรมสรรพากรก็เกิดอาการ“ใบ้รับประทาน”กับคนในตระกูลนี้ไปด้วย
ทั้งหลายทั้งปวงนี้ จึงไม่แปลกใจว่าทำไมคนไทยทั่วไปเขาถึงให้ฉายา“ทักษิณ ชินวัตร” ผู้เป็นต้นแบบของลูกสาวและน้องสาวว่า“โกงโคตร-โคตรโกง” !
รุ่งเรือง ปรีชากุล

ไทรโยคระอุ! ‘ไฟไหม้สวนมะพร้าว-ไร่อ้อย’ ปะทุพร้อมกัน 3 จุด-วอดนับร้อยไร่
รถชนต้องผ่ามดลูกก่อนจริงมั้ย? ‘ปอย ตรีชฎา’ แสดงจุดยืนหนุนเปลี่ยนคำนำหน้าให้ตรงเพศสภาพ
หนุ่ม ๆตาค้าง ‘เบียร์ เดอะวอยช์’ เซ็กซี่ขยี้ใจในชุดว่ายน้ำตัวจิ๋ว
ถอดบทเรียนสงครามอิหร่าน นันทิวัฒน์ เตือนสติไทย! ชี้มีฐานทัพต่างชาติคือเป้านิ่ง เสี่ยงถูกทิ้ง
'บอย อนุวัฒน์'หิวแค่ไหนก็ต้องรอจนกว่าคุณภรรยา'เจี๊ยบ พิจิตตรา'ถ่ายรูปได้ช็อตเป๊ะ!ทั้งโต๊ะ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี