วันพฤหัสบดี ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
กรณีของพรรคส้ม เป็นสัจธรรมที่พิสูจน์ให้เห็นถึงหลักธรรมที่ว่า “ความดีและความชั่วมิอาจปิดบังกันได้”ซึ่งตรงกับพุทธศาสนสุภาษิตที่ว่า “นัตถิ โลเก รโหนามะ“ แปลความได้ว่า“ความลับไม่มีในโลก”
พรรคส้ม หรือพรรคประชาชน ชูคำขวัญอย่างโก้เก๋ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ว่า“มีเรา ไม่มีเทา” หรือ“มีส้ม ไม่มีเทา”เป็นการกดทับเพื่อข่มพรรคการเมืองต่างๆ ที่เป็นคู่แข่งในสนามเลือกตั้ง ทั้งอวดตนและโฆษณาชวนเชื่อให้บรรดา“ด้อมส้ม”ที่เป็นมวลชนซึ่งหลงเชื่อและคลั่งไคล้หนุนเชียร์ต่อไปอย่างไม่ลืมหูลืมตา สุดท้ายก็มาสะดุดหัวแม่เท้าของตนเองล้มกลางสมรภูมิเลือกตั้งที่กำลังขับเคี่ยวกันอย่างเข้มข้นในเวลานี้
การที่นายรัชต์พงศ์ สร้อยสุวรรณ นักการเมืองรุ่นใหม่ วัย 32 ปี อดีต สส. และผู้สมัคร สส.ตาก เขต 2อำเภอแม่สอด ของพรรคประชาชน ถูกตำรวจจับคาบ้านพัก ฐานพัวพันเว็บพนันออนไลน์ เมื่อเย็นวันที่ 14 มกราคมที่ผ่านมา นับเป็นนักการเมือง“สีเทา”รายที่ 2 ของพรรคส้ม จากที่ก่อนหน้านี้ไม่ถึงหนึ่งเดือน นายบุญฤทธิ์เรารุ่งโรจน์ ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 33 ของพรรคประชาชน เพิ่งจะถูกจับในคดีฟอกเงินยาเสพติด จนต้องมีการเปลี่ยนตัวผู้สมัครมาเป็นนายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร อดีต สส.กทม.ของพรรคประชาชนที่ก่อนหน้านี้ได้ประกาศวางมือทางการเมือง มาลงสมัครแทน
กรณีของนายบุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ ซึ่งถูกจับกุมในวันที่ 29 ธันวาคม 2568 นั้น ไม่ใช่การกลั่นแกล้งทางการเมือง แต่เป็นการขยายผลจับกุมเครือข่ายยาเสพติดชาวลาว ที่มีการจับกุมผู้ต้องหาชาวลาว 2 ราย และพบเส้นทางการฟอกเงินจากทั้งหมด 50 บัญชี มีเงินหมุนเวียนกว่า 2 หมื่นล้านบาท โอนผ่านมายังนายบุญฤทธิ์
หลังจากนายบุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ ถูกจับกุม ระดับแกนนำของพรรคประชาชน คือนายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์กรรมการบริหารพรรคประชาชน ในฐานะผู้รับผิดชอบแคมเปญเลือกตั้งกรุงเทพฯ ก็ได้ออกแถลงมาแถลงข่าวขอโทษประชาชน พร้อมทั้งยังเฉไฉว่าการออกหมายจับจนกระทั่งนำมาสู่การจับกุมนายบุญฤทธิ์ เป็นการดำเนินการหลังจากที่พรรคประชาชนได้ตรวจสอบประวัติอาชญากรรมผู้สมัครเสร็จสิ้นแล้ว
การกล่าวอ้างดังกล่าวของนายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ก็เหมือนกับเป็นการปัดสวะให้พ้นตัว เพื่อไม่ให้เสื่อมเสียหน้าจากคำขวัญ“มีส้ม ไม่มีเทา” ที่ส่อสำแดงตนเหนือพรรคการเมืองอื่นว่าพรรคส้มบริสุทธิ์ผุดผ่อง เป็นพรรคการเมืองของคนรุ่นใหม่ที่จะเข้ามาล้างการเมืองน้ำเน่าของคนรุ่นเก่า
คำแก้ตัวและคำขอโทษของพรรคประชาชนจึงกลายเป็นเรื่องปกติ และไม่เพียงแต่ไม่ยอมรับในความผิดพลาดที่เกิดขึ้น หากแต่ยังชี้หน้ากล่าวโทษไปยังผู้อื่น เช่น กรณีของนายบุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ ซึ่งนอกจากอ้างว่า การออกหมายจับจนนำไปสู่การจับกุมเกิดขึ้นหลังจากที่นายบุญฤทธิ์ผ่านกระบวนการตรวจสอบของพรรคเสร็จสิ้นแล้ว และยังอ้างอีกว่า ผู้สมัครคือนายบุญฤทธิ์ ได้ยืนยันกับทางพรรคว่าไม่เคยต้องคดีหรือมีประวัติในลักษณะนี้มาก่อน
มาในครั้งนี้สำหรับกรณีของนายรัชต์พงศ์ สร้อยสุวรรณ ก็เฉกเช่นเดียวกัน นอกจากนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน จะแถลงออกตัวแบบปัดความรับผิดชอบถึงความผิดพลาดของพรรคประชาชน ในการตรวจสอบประวัติผู้สมัครสส.ของพรรคก่อนจะตัดสินใจส่งลงสมัครด้วยข้ออ้างที่ว่า การข่าวในเชิงลึกของพรรคประชาชนไม่มีเหมือนกับการข่าวของรัฐ จึงมิอาจตรวจสอบในทุกมิติได้แล้ว ก็ยังใช้วาทะซ้ำซากเหมือนแผ่นเสียงตกร่องว่า
“พรรคประชาชนยืนยันว่า ไม่ยอมรับพฤติกรรมสีเทา และจะไม่ปกป้องและไม่ปกปิดการกระทำ ซึ่งผู้ถูกกล่าวหาต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพื่อพิสูจน์ตัวเอง”
ในขณะที่ นายรัชต์พงศ์ สร้อยสุวรรณ ผู้ต้องหาในคดีนี้ได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าเป็นเพียง“ผู้เล่น” จากข้อหาที่เจ้าของคดี คือกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ได้ตั้งข้อหาว่า “ร่วมกันจัดให้มีการเล่นพนันหรือทำอุบายล่อช่วยประกาศโฆษณา หรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนัน ในการเล่นพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน และสมคบฯ ฟอกเงิน และร่วมกันฟอกเงิน”
อย่างไรก็ตาม จากการแถลงของ พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รองผู้บัญชาการ สอท. ระบุว่า แม้ในเบื้องต้นนายรัชต์พงศ์ สร้อยสุวรรณ จะปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าเป็นเพียงผู้เล่น ไม่ได้กระทำ หรือเป็นเจ้าของเว็บพนันออนไลน์ก็ตาม แต่ในข้อเท็จจริงตำรวจมีพยานหลักฐานที่สืบสวนและดำเนินการมาตั้งแต่ช่วงเดือนพฤศจิกายน 2568
ทั้งนี้ จากข้อมูลของกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พบว่านายรัชต์พงศ์ สร้อยสุวรรณ เป็นเจ้าของเว็บพนันออนไลน์โดยเริ่มตั้งแต่ช่วงปี 2565-2566 เป็นต้นมา และทำอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ยังเป็น สส.พรรคประชาชน ก่อนจะมาลงสมัคร สส.ตาก เขต 2ในครั้งนี้
พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ เปิดเผยว่า จากข้อมูลเว็บพนันออนไลน์ “nakarin789.com” พบยอดเงินหมุนเวียนสูงสุดหลัก 300-400 ล้านบาท และจากการข่าวที่สืบสวนมา พบว่านายรัชต์พงศ์ สร้อยสุวรรณ ไม่ได้เลิกเล่น และยังร่ำรวยผิดปกติด้วย ส่วนเว็บพนันออนไลน์นั้น ยังพบว่าทีมงานแอดมินต่างๆ อยู่ทางฝั่งเมียนมาตรงข้ามอำเภอแม่สอด โดยที่นายรัชต์พงศ์บริหารจัดการอยู่ในประเทศไทย
พร้อมกันนี้ พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ ยังได้ยืนยันว่า “ตำรวจสืบสวนสอบสวนตามพยานหลักฐาน ตามกระบวนการ โดยไม่เกี่ยวกับเรื่องการเมืองหรือพรรคไหน เรื่องนี้เราไล่ตามกันมานานแล้ว”
สรุปแล้ว คดีของนายรัชต์พงศ์ สร้อยสุวรรณ ก็ไม่ต่างจากคดีของนายบุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ ที่มีการขยายผลเส้นทางการเงิน ซึ่งของนายบุญฤทธิ์ตำรวจพบการฟอกเงินผ่านธนาคารรวมทั้งหมด 50 บัญชี ขณะที่นายรัชต์พงศ์นั้นตำรวจได้ทำการสืบสวนด้วยการทดลองเล่น จนได้บัญชีที่ผูกหน้าเว็บฯ และบัญชีจ่าย เป็นบัญชีธนาคารกสิกรไทย และบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ ชื่อ นายสมโภชน์ แก้วประสิทธิ์ โดยบุคคลผู้นี้ตำรวจได้จับกุมตัวดำเนินคดีแล้ว
และหลังจากตำรวจคลำไปถึงนายสมโภชน์ แก้วประสิทธิ์ ต่อจากนั้นจึงได้ขยายผลเส้นทางการเงิน จบพบเครือข่าย“บัญชีพัก”เป็นธนาคารกสิกรไทย ชื่อบัญชี“น.ส.กาญจนา นามฮง” ซึ่งถูกจับกุมตัวแล้วเช่นกัน จากบัญชีของ น.ส.กาญจนาก็มีการโอนไปยังบัญชีธนาคารกสิกรไทย ชื่อบัญชี“นายรัชต์พงศ์ สร้อยสุวรรณ” ทั้งนี้ นอกเหนือจากนายรัชต์พงศ์ ก็ยังมีผู้ต้องหาอื่นอีก 5 คน ที่ตำรวจขออนุมัติศาลออกหมายจับ และสามารถจับกุมตัวได้แล้ว 4 คน รวมถึงนายรัชต์พงศ์ด้วย ยังเหลืออีก 2 คนที่ตำรวจกำลังตามตะครุบตัว ฐานเป็นผู้ว่าจ้างเปิดบัญชี
ก็ไม่รู้ว่า กว่าจะถึงวันเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 พรรคส้มยังจะต้องพบกับชะตากรรมอันเลวร้ายอย่างไรอีก ทั้งนี้ทั้งนั้น ล้วนเป็นเพราะผลกรรมของตนเองไม่ใช่ใครที่ไหนเป็นผู้กระทำ ดังคำพระที่ว่า“กัมมุนา วัตตะตี โลโก-สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม” อันหมายถึงทุกการกระทำ ไม่ว่าดีหรือชั่ว ย่อมส่งผลตามเหตุปัจจัยที่สร้างไว้ ไม่มีใครสามารถหลีกหนีผลแห่งการกระทำนั้นไปได้
เข้าตำรา “ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง” !
รุ่งเรือง ปรีชากุล

6 ตัวแทนเฝ้าหีบ แถลงโต้ กกต. ปมกล่าวหาปลอมเอกสารใบขีดคะแนน ชลบุรี เขต 1
ACSC เตือนภัย เช็กก่อนรับ! ระวังมิจฉาชีพตีเนียนส่งพัสดุเก็บเงินปลายทาง
ภราดร สวนหมัด จูรี ปมทวงเงินน้ำท่วม ยันพร้อมจ่าย รอ กกต.ไฟเขียว
หวานไม่แผ่ว นาเดีย ควงสามีดินเนอร์หวานก่อนวาเลนไทน์
ล้างบางแก๊งสแกมเมอร์! ปปง.สั่งยึดทรัพย์ 1.3 หมื่นล้าน ตกเป็นของแผ่นดิน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี