วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569
กรณีของ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ และผู้สมัคร สส. เขต 2 สงขลา พรรคประชาชน ที่ถูก อ.ก.พ. กระทรวงสาธารณสุข มีมติปลดออกจากราชการฐานผิดวินัยร้ายแรงจากการจัดซื้อชุดตรวจ ATK กำลังกลายเป็นประเด็นร้อนที่ถูกดึงเข้าสู่“กงล้อการเมือง” อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่แตกออกเป็นสองฝ่าย สิ่งที่ขาดหายไปไม่ใช่ “ความเห็น” แต่คือ “ความจริงเชิงประจักษ์” ที่จะมาหักล้างข้อกล่าวหาอย่างเป็นรูปธรรม
ฝ่ายสนับสนุน นพ.สุภัทร พยายามสร้างภาพจำว่านี่คือการกลั่นแกล้งทางการเมือง โดยใช้วาทกรรมที่กินใจมวลชน เช่น “ทำงานช่วยโควิดแต่กลับถูกสอบวินัย” หรือ “โดนปลดเพราะซื้อของได้ถูกกว่ารัฐบาล” อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาอย่างลึกซึ้ง วาทกรรมเหล่านี้กลับยังไม่มีเอกสารหรือหลักฐานเชิงประจักษ์มายันยืนให้สังคมเห็นอย่างชัดเจน
ในทางตรงกันข้าม ข้อมูลจากฝั่งตรวจสอบระบุถึงความผิดปกติที่มิอาจมองข้ามได้ โดยเฉพาะประเด็น “การแบ่งซื้อแบ่งจ้าง” เพื่อเลี่ยงระเบียบการประมูล รวมถึงข้อสงสัยเรื่องการทำสัญญากับเอกชนล่วงหน้าถึง 3 ครั้ง ก่อนที่จะมีการประกาศผลการประมูลอย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นจุดตายในระเบียบพัสดุของระบบราชการไทย
ยิ่งไปกว่านั้น ประเด็นเรื่อง “ราคา” ที่มักถูกยกมาอ้างว่าซื้อได้ถูกกว่ารัฐบาลนั้น ข้อมูลอีกด้านกลับระบุว่าในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน องค์การเภสัชกรรมสามารถจัดซื้อได้ในราคาเพียง 70 บาท ขณะที่โรงพยาบาลจะนะจัดซื้อในราคา 230 บาท ตัวเลขที่ขัดแย้งกันนี้คือสิ่งที่ นพ.สุภัทร และทีมงานจำเป็นต้องชี้แจงด้วย “ใบเสร็จ” และ “สัญญา” ไม่ใช่ด้วยการปราศรัย
หาก นพ.สุภัทร เชื่อมั่นในความบริสุทธิ์และมั่นใจว่าตนเองเป็นเหยื่อของการใช้อำนาจไม่เป็นธรรม สิ่งที่ควรทำในฐานะ “ว่าที่ สส.” และ“อดีตข้าราชการชั้นผู้ใหญ่” คือการนำข้อมูลดิบทั้งหมดออกมาตีแผ่ต่อสาธารณะแบบม้วนเดียวจบ
หากคุณมีหลักฐานว่าการจัดซื้อโปร่งใส และราคา 230 บาท นั้นสมเหตุสมผลที่สุดในเวลานั้น การเปิดเผยข้อมูลจะกลายเป็นอาวุธที่ทรงพลังที่สุด
การโต้แย้งให้สิ้นกระแสความจะส่งผลดีต่อตัวนพ.สุภัทร เอง แม้มันอาจไม่เปลี่ยนมติของกระทรวงได้ในทันที แต่มันจะโยน “ความไม่ชอบธรรม” กลับไปยังผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข และสร้างบรรทัดฐานใหม่ในการตรวจสอบภาคประชาชน
นอกจากนี้ สังคมไทยยังมี ศาลปกครอง เป็นที่พึ่งสุดท้ายสำหรับข้าราชการที่รู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม หากมั่นใจว่าหลักฐานแน่นหนา การเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมย่อมสง่างามกว่า
การเล่นกับกระแสความรู้สึก
สิ่งที่น่ากังวลที่สุดในขณะนี้คือ นพ.สุภัทร และพรรคประชาชน กำลังเลือกที่จะ “เลี้ยงกระแสความคลุมเครือ” ไว้หรือไม่? เพื่อใช้ภาพลักษณ์ของการเป็นเหยื่อ มาเป็นเครื่องมือในการหาเสียงเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง
การปล่อยให้สังคมจมอยู่กับวาทกรรมฝ่ายเดียวโดยไม่นำความจริงเชิงประจักษ์มาหักล้าง อาจทำให้ประชาชนสงสัยได้ว่า แท้จริงแล้วนี่คือการแสวงหาความยุติธรรม หรือเป็นการ “ฉวยโอกาส”ทางการเมืองกันแน่
บทบรรณาธิการฉบับนี้ขอเรียกร้องให้ นพ.สุภัทรและพรรคต้นสังกัด ยุติการใช้ความคลุมเครือเป็นเกราะกำบัง แล้วนำความจริงมาพิสูจน์กันอย่างตรงไปตรงมา เพราะในสนามการเมือง สิ่งที่ประชาชนต้องการไม่ใช่แค่ “คนดีที่ถูกรังแก” แต่คือ“ผู้นำที่โปร่งใสและตรวจสอบได้” ในทุกมิติ

ทำเนียบฯลงตัว! อนุทิน จ่อตั้ง อรรถพล-เพิ่มพูน นั่งที่ปรึกษานายกฯ
บางจากแจงชัด! ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องคลังน้ำมันสุราษฎร์ฯ ที่เป็นข่าว ยันการรับจ่ายน้ำมันเป็นไปตามมาตรฐาน
ช่องจอมร้อน ทหารกัมพูชาเริ่มยั่วยุ ทัพบกเร่งเสริมกำลัง
ครม.นัดพิเศษ อาจมีหารือเรื่องวิกฤตน้ำมัน เหตุเรื่องเร่งด่วน พร้อมถกเตรียมแถลงนโยบาย
ปัตตานีระทึก พบวัตถุต้องสงสัยซ่อนไว้ในแท่งแบริเออข้างถนน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี