วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569
ปัญหากองทุนประกันสังคม ได้กลับมาเป็นประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างร้อนแรงอีกครั้ง หลังจากก่อนหน้านี้ก็เคยถูกโจมตีมาต่อเนื่องตลอดทั้งปี เรียกว่า เป็นหน่วยงานราชการในลำดับต้นๆ ที่เป็นสายล่อฟ้า สามารถจุดติดสร้างความกังวลจากผู้ประกันตน ตามมาตรา 33, 39 และ 40 มีที่มีอยู่ประมาณ 24.8 ล้านราย ได้ไม่ยาก
สำหรับประเด็นวิจารณ์ ก็มาจากคำถามเดิมๆ คือ เรื่องความโปร่งใส ปัญหาโครงสร้างการบริหาร ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการกองทุน เรื่องสิทธิประโยชน์ที่ดูเหมือนจะไม่คุ้มค่า รวมทั้งข้อสงสัยเรื่องความเหลื่อมล้ำของสิทธิสำหรับผู้ป่วยบางอย่างระหว่างประกันสังคม ที่เข้าไม่ถึงการรักษาที่ดีเหมือนบัตรทอง
อย่างไรก็ตาม ในอีกมุมหนึ่งก็ต้องยอมรับว่า ปัญหาประกันสังคมที่ปะทุขึ้นมาในรอบนี้มันมีทั้งข้อเท็จจริง และมีสงครามการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เพื่อแย่งชิงมวลชนในช่วงโค้งสุดท้าย เนื่องจากในกองทุนนี้มีคนอยู่ในระบบเกือบ 25 ล้านคน มีเงินลงทุนสะสมกว่า 2.85 ล้านล้านบาท ทำให้ลูกจ้างพร้อมที่จะออกมาปกป้องหลักประกันความมั่นคงในชีวิตของตนเอง
เพราะฉะนั้นเมื่อถูกฝ่ายการเมืองหยิบประเด็นเรื่องความโปร่งใสของการใช้จ่ายเงินมาปลุกเร้าเพียงนิดเดียว ก็สามารถดึงจุดความโมโหของผู้ประกันตนเข้ามาเป็นแนวร่วมได้ทันที อย่างล่าสุดคือ เรื่องผลตอบแทนการลงทุน คุ้มค่าและเหมาะสมหรือไม่ โดยเฉพาะข้อเสนอนำประกันสังคมออกจากระบบราชการ กำลังเป็นหัวข้อถกเถียงกันดุเดือดอยู่ในเวลานี้
เรื่องการนำสำนักงานประกันสังคม ออกนอกระบบราชการนั้น เคยถูกพูดถึงกันมานานมากแต่ก็มีคำถามต่างๆตามมามากมายว่า ปัญหาจริงๆ ของกองทุนนั้นอยู่ตรงไหน มันแก้ปัญหาตรงจุดหรือไม่ สิทธิประโยชน์ต่างๆ และความมั่นคงระยะยาว จะเป็นอย่างไร และหากออกจากระบบราชการไปแล้ว หากเกิดความเสียหายขึ้นมา ใครจะรับผิดชอบ หรือเป็นความเสี่ยงใหม่
อย่าลืมว่า กองทุนประกันสังคมคือหัวใจหลักเพื่อรับประกันความเสี่ยงของชีวิตแรงงานไทยดูแลตั้งแต่การเจ็บป่วย รักษาพยาบาล สิทธิว่างงานหรือคลอดบุตร ไปจนถึงยามเกษียณของลูกจ้าง ที่ผ่านมาระบบนี้ก็ไม่ได้ย่ำแย่ถึงขนาดที่เรียกว่าล้มเหลว เพียงแต่ระบบและโครงสร้างการบริหารจัดการในปัจจุบันไม่สอดคล้องกับกับบริบทเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป
กรณีที่นายกรัฐมนตรี หรือแม้แต่บอร์ดประกันสังคม เห็นพ้องตรงกันว่า ประกันสังคมน่าจะถึงเวลาต้องยกเครื่องครั้งใหญ่ โดยให้ตั้งคณะทำงานศึกษาโครงสร้างปฏิรูปภายใน 60 วันซึ่งไม่รู้ว่าจะใช้โมเดล กบข.หรือแบบไหนก็ตาม จึงเป็นเรื่องที่ดี สอดคล้องกับสถานการณ์ แต่ต้องศึกษาให้รอบคอบ และสร้างระบบความมั่นคงและปลอดภัยพื้นฐานให้กับคนทำงานมากที่สุด
ที่สำคัญก็คือ ต้องไม่สร้างความเสี่ยงใหม่ให้เกิดขึ้นกับกองทุนนี้ ต้องยกระดับบริการขั้นพื้นฐานให้สมกับเงินที่ผู้ประกันตนต้องควักจ่ายกันทุกๆ เดือน สามารถรับมือกับสถานการณ์แรงงานที่เปลี่ยนไปในสังคมผู้สูงอายุมีความเป็นมืออาชีพ โปร่งใสตรวจสอบได้ และต้องปราศจากการแทรกแซงจากฝ่ายการเมือง เพราะนี่คือภารกิจการกู้ระเบิดเวลาจากปัญหากองทุนประกันสังคม

ทำเนียบฯลงตัว! อนุทิน จ่อตั้ง อรรถพล-เพิ่มพูน นั่งที่ปรึกษานายกฯ
บางจากแจงชัด! ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องคลังน้ำมันสุราษฎร์ฯ ที่เป็นข่าว ยันการรับจ่ายน้ำมันเป็นไปตามมาตรฐาน
ช่องจอมร้อน ทหารกัมพูชาเริ่มยั่วยุ ทัพบกเร่งเสริมกำลัง
ครม.นัดพิเศษ อาจมีหารือเรื่องวิกฤตน้ำมัน เหตุเรื่องเร่งด่วน พร้อมถกเตรียมแถลงนโยบาย
ปัตตานีระทึก พบวัตถุต้องสงสัยซ่อนไว้ในแท่งแบริเออข้างถนน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี