วันศุกร์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2569
ปัญหากองทุนประกันสังคม ได้กลับมาเป็นประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างร้อนแรงอีกครั้ง หลังจากก่อนหน้านี้ก็เคยถูกโจมตีมาต่อเนื่องตลอดทั้งปี เรียกว่า เป็นหน่วยงานราชการในลำดับต้นๆ ที่เป็นสายล่อฟ้า สามารถจุดติดสร้างความกังวลจากผู้ประกันตน ตามมาตรา 33, 39 และ 40 มีที่มีอยู่ประมาณ 24.8 ล้านราย ได้ไม่ยาก
สำหรับประเด็นวิจารณ์ ก็มาจากคำถามเดิมๆ คือ เรื่องความโปร่งใส ปัญหาโครงสร้างการบริหาร ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการกองทุน เรื่องสิทธิประโยชน์ที่ดูเหมือนจะไม่คุ้มค่า รวมทั้งข้อสงสัยเรื่องความเหลื่อมล้ำของสิทธิสำหรับผู้ป่วยบางอย่างระหว่างประกันสังคม ที่เข้าไม่ถึงการรักษาที่ดีเหมือนบัตรทอง
อย่างไรก็ตาม ในอีกมุมหนึ่งก็ต้องยอมรับว่า ปัญหาประกันสังคมที่ปะทุขึ้นมาในรอบนี้มันมีทั้งข้อเท็จจริง และมีสงครามการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เพื่อแย่งชิงมวลชนในช่วงโค้งสุดท้าย เนื่องจากในกองทุนนี้มีคนอยู่ในระบบเกือบ 25 ล้านคน มีเงินลงทุนสะสมกว่า 2.85 ล้านล้านบาท ทำให้ลูกจ้างพร้อมที่จะออกมาปกป้องหลักประกันความมั่นคงในชีวิตของตนเอง
เพราะฉะนั้นเมื่อถูกฝ่ายการเมืองหยิบประเด็นเรื่องความโปร่งใสของการใช้จ่ายเงินมาปลุกเร้าเพียงนิดเดียว ก็สามารถดึงจุดความโมโหของผู้ประกันตนเข้ามาเป็นแนวร่วมได้ทันที อย่างล่าสุดคือ เรื่องผลตอบแทนการลงทุน คุ้มค่าและเหมาะสมหรือไม่ โดยเฉพาะข้อเสนอนำประกันสังคมออกจากระบบราชการ กำลังเป็นหัวข้อถกเถียงกันดุเดือดอยู่ในเวลานี้
เรื่องการนำสำนักงานประกันสังคม ออกนอกระบบราชการนั้น เคยถูกพูดถึงกันมานานมากแต่ก็มีคำถามต่างๆตามมามากมายว่า ปัญหาจริงๆ ของกองทุนนั้นอยู่ตรงไหน มันแก้ปัญหาตรงจุดหรือไม่ สิทธิประโยชน์ต่างๆ และความมั่นคงระยะยาว จะเป็นอย่างไร และหากออกจากระบบราชการไปแล้ว หากเกิดความเสียหายขึ้นมา ใครจะรับผิดชอบ หรือเป็นความเสี่ยงใหม่
อย่าลืมว่า กองทุนประกันสังคมคือหัวใจหลักเพื่อรับประกันความเสี่ยงของชีวิตแรงงานไทยดูแลตั้งแต่การเจ็บป่วย รักษาพยาบาล สิทธิว่างงานหรือคลอดบุตร ไปจนถึงยามเกษียณของลูกจ้าง ที่ผ่านมาระบบนี้ก็ไม่ได้ย่ำแย่ถึงขนาดที่เรียกว่าล้มเหลว เพียงแต่ระบบและโครงสร้างการบริหารจัดการในปัจจุบันไม่สอดคล้องกับกับบริบทเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป
กรณีที่นายกรัฐมนตรี หรือแม้แต่บอร์ดประกันสังคม เห็นพ้องตรงกันว่า ประกันสังคมน่าจะถึงเวลาต้องยกเครื่องครั้งใหญ่ โดยให้ตั้งคณะทำงานศึกษาโครงสร้างปฏิรูปภายใน 60 วันซึ่งไม่รู้ว่าจะใช้โมเดล กบข.หรือแบบไหนก็ตาม จึงเป็นเรื่องที่ดี สอดคล้องกับสถานการณ์ แต่ต้องศึกษาให้รอบคอบ และสร้างระบบความมั่นคงและปลอดภัยพื้นฐานให้กับคนทำงานมากที่สุด
ที่สำคัญก็คือ ต้องไม่สร้างความเสี่ยงใหม่ให้เกิดขึ้นกับกองทุนนี้ ต้องยกระดับบริการขั้นพื้นฐานให้สมกับเงินที่ผู้ประกันตนต้องควักจ่ายกันทุกๆ เดือน สามารถรับมือกับสถานการณ์แรงงานที่เปลี่ยนไปในสังคมผู้สูงอายุมีความเป็นมืออาชีพ โปร่งใสตรวจสอบได้ และต้องปราศจากการแทรกแซงจากฝ่ายการเมือง เพราะนี่คือภารกิจการกู้ระเบิดเวลาจากปัญหากองทุนประกันสังคม

อย่าตื่นตระหนก! กรมการแพทย์ย้ำยังไม่พบติดเชื้อไวรัสนิปาห์ในไทย
อนุทินลั่น ภูมิใจไทยไม่มีซื้อเสียง หลังผู้ว่าฯแบงก์ชาติ ปูดมีถอนเงินสด 450 ล้าน
ส่งสัญญาณแรงถึงผู้ว่าฯ นายกฯชี้จังหวัดบกพร่อง เหตุเผากว่าหมื่นไร่นครนายก
เก๋งข้ามเลนชนจยย. กระเด็นตกไหล่เขา5เมตร กู้ภัยต้องปีนลงไปช่วย
ทะเลลุกเป็นไฟ! จีน่า เดอะเฟซ สาดความแซ่บในชุดบิกินีสีแดง

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี