วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569
ทำไมพรรคการเมืองขนาดใหญ่ของไทยจึงชอบหาเสียงด้วยการโฆษณาแบบชนิดที่ว่าดูไปแล้วเข้าข่ายโฆษณาชวนเชื่อ เพราะต่างก็อ้างว่าจะแจกสารพัดแจก แจกตั้งแต่เกิดยันตาย โกหกว่าจะแจกทั้งๆ ที่น่าจะรู้ว่าไม่มีปัญญาหาเงินไปแจกได้จริง แต่ก็ยังโกหกกันตลอดเวลา ถามว่าคนไทยที่มีสติปัญญารู้ไหมว่าพรรคการเมืองหลายพรรคโกหก ตอบว่ารู้ แต่ถ้าว่าแล้วทำไมคนไทยปล่อยให้นักการเมืองโกหกได้ทุกวัน เรื่องนี้ไม่สามารถตอบแทนคนไทยได้ แต่รู้เพียงว่าในการนำเสนอข่าวสารนั้น สื่อมวลชนที่ไม่ตกเป็นเครื่องมือของพรรคใดพรรคหนึ่งพยายามตีแผ่เรื่องนี้อย่างละเอียดแล้วแต่ผู้อ่าน ผู้ฟัง ผู้ชมจะเชื่อการรายงานข่าวของสื่อฯ หรือไม่ เรื่องนี้อยู่ที่ดุลพินิจของแต่ละคน
แต่คำถามที่ถูกถามมากเป็นอันดับต้นๆ คือ กกต. (คณะกรรมการการเลือกตั้ง) ไม่มีปัญญารู้หรือว่าหลายพรรคฯ โกหกผู้มีสิทธิเลือกตั้งโดยจงใจใช้โฆษณาชวนเชื่อ ถามย้ำว่า กกต. มีสติปัญญารู้เท่าทันคำโกหกของพรรคการเมืองต่างๆ หรือไม่ หาก กกต. ไม่มีสติปัญญา ก็ไม่จำเป็นต้องมี กกต. อีกต่อไป เพราะเปล่าประโยชน์ สิ้นเปลืองงบประมาณแผ่นดิน เงินร่วมลงทุนของรัฐและเอกชน
กกต. ประกาศว่าพรรคกล้าธรรม แจ้งยอดรวมวงเงินสำหรับนโยบายที่ใช้หาเสียงสูงที่สุดในบรรดาพรรคการเมืองทุกพรรคที่ลงแข่งขันในครั้งนี้ โดยใช้เงินสูงถึง 2,272,230 ล้านบาทต่อปี ตามมาด้วยพรรคประชาธิปัตย์จะใช้งบประมาณรวม 2,124,200 ล้านบาทต่อปี ส่วนพรรคประชาชน ใช้เงินดำเนินนโยบายรวม 741,835 ล้านบาทต่อปี และพรรคเพื่อไทยแจ้งยอดรวมการใช้เงินเพื่อนโยบายต่างๆ รวม 243,300 ล้านบาทต่อปี ด้านพรรคภูมิใจไทย ใช้เงินรวม 148,326 ล้านบาทต่อปี
ขอนำเสนองบประมาณสำหรับการทำนโยบายของพรรคกล้าธรรม ประชาธิปัตย์ ประชาชน เพื่อไทย และภูมิใจไทยเท่านั้น เพราะเห็นว่าเป็นพรรคใหญ่ที่ได้รับการคาดการณ์ว่าน่าจะมีโอกาสได้รับคะแนนจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งในลำดับที่มีนัยสำคัญ แต่ยกเว้นพรรคกล้าธรรมที่ถูกนำมาบอกเล่าเนื่องจากเป็นพรรคขนาดกลางแต่ทว่าทุ่มใช้เงินสำหรับทำนโยบายมากเป็นอันดับหนึ่งของทุกพรรค
คำถามที่เน้นเหมือนเดิมคือ การที่พรรคการเมืองต่างๆ ประกาศว่าจะใช้เงินจำนวนมหาศาลในแต่ละปีเพื่อทำให้นโยบายของพรรคตนเองบังเกิดเป็นความจริงนั้น พรรคเหล่านั้นจะหาเงินจากไหนมาเพื่อใช้จ่ายสำหรับสร้างนโยบาย แต่เท่าที่ดูก็พบว่าทุกพรรคระบุว่าเงินที่จะใช้ต้องมาจากงบประมาณแผ่นดิน แต่ก็มีการเสริมรายละเอียดเพิ่มเติมลงไปว่าจะหาเงินจากแหล่งอื่นๆ เข้ามาสมทบ
แต่เรื่องใหญ่ที่น่าสังเกตมากที่สุดคือ แต่ละพรรคไม่ได้ระบุให้ชัดว่าจะหาเงินเข้าคลังของประเทศอย่างเป็นรูปธรรมอย่างไร ไม่มีพรรคไหนระบุให้ชัดว่าในแต่ละปีจะหาเงินเข้าคลังให้ได้ปีละกี่แสนล้านบาท หรือกี่ล้านล้านบาท และไม่มีการระบุว่าจะหาเงินเข้าคลังของประเทศโดยกรรมวิธีใด จะขายสินค้าอะไร แล้วขายให้ใคร แต่ทุกพรรคก็จะอ้างเหมือนๆ กันว่าต้องใช้จ่ายเงินเพื่อสวัสดิการของประชาชน และเพื่อกระตุ้นวงจรเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นคำอ้างที่เลื่อนลอยจนดูเสมือนว่าเพ้อเจ้อ
ถามคำถามสุดท้ายว่า ทำไมไม่มีพรรคการเมืองไหนกล้าประกาศว่าจะสร้างรายได้เข้าประเทศในแต่ละปีเป็นวงเงินจำนวนเท่าใด แต่เห็นทุกพรรคประกาศว่าจะให้ จะแจก จะหว่านเงินกันอย่างสนุกสนาน ทั้งๆ ที่ไม่มีปัญญาหาเงินเข้าคลังหลวงของแผ่นดิน หากการเป็นรัฐบาลแล้วทำได้แค่เพียงกู้มาแจก โดยสร้างหนี้สินมหาศาลให้แผ่นดินและคนไทย คนไทยยืนยันว่าไม่จำเป็นต้องมีรัฐบาลที่สร้างหนี้สินให้ประเทศชาติและประชาชน และขอย้ำด้วยว่าไม่สนับสนุนพรรคการเมืองที่สร้างนโยบายตลกขบขันปัญญาอ่อนออกมาเพื่อประจานความไร้สติปัญญาของหัวหน้าพรรค และสมาชิกพรรค

ทำเนียบฯลงตัว! อนุทิน จ่อตั้ง อรรถพล-เพิ่มพูน นั่งที่ปรึกษานายกฯ
บางจากแจงชัด! ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องคลังน้ำมันสุราษฎร์ฯ ที่เป็นข่าว ยันการรับจ่ายน้ำมันเป็นไปตามมาตรฐาน
ช่องจอมร้อน ทหารกัมพูชาเริ่มยั่วยุ ทัพบกเร่งเสริมกำลัง
ครม.นัดพิเศษ อาจมีหารือเรื่องวิกฤตน้ำมัน เหตุเรื่องเร่งด่วน พร้อมถกเตรียมแถลงนโยบาย
ปัตตานีระทึก พบวัตถุต้องสงสัยซ่อนไว้ในแท่งแบริเออข้างถนน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี