วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569
มีสารพัดโพลออกมาต่อเนื่องเกี่ยวกับการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ แต่ที่น่าสนใจ คือกรณี รศ.สุขุม นวลสกุล อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง ให้ความเห็นต่อสถานการณ์คะแนนนิยมของพรรคการเมืองในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ยังเป็นการแข่งขันของ 3 พรรคใหญ่ที่ขับเคี่ยวกันอย่างสูสี แม้ผลสำรวจความคิดเห็นจากหลายสำนักจะสะท้อนภาพการแข่งขันที่ใกล้เคียงกันมาก แต่ลำดับอันดับของแต่ละพรรคยังขึ้นอยู่กับการวิเคราะห์เชิงลึกและประสบการณ์ทางการเมือง
รศ.สุขุม ระบุว่า จากการประเมินข้อมูลและประสบการณ์ส่วนตัว เห็นว่า พรรคภูมิใจไทยมีแนวโน้มขยับขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ในช่วงโค้งสุดท้าย โดยคาดว่าจะได้ สส.ประมาณ 130–140 ที่นั่ง จากเดิมที่ประเมินว่าอยู่ในอันดับ 1 หรือ 2 แต่สถานการณ์ล่าสุดสะท้อนว่าพรรคสามารถขึ้นมาเป็นผู้นำได้แล้ว
ขณะที่พรรคประชาชน รศ.สุขุม เห็นว่าจะตามมาเป็นอันดับ 2 โดยมีจำนวน สส.น้อยกว่าพรรคภูมิใจไทยเพียงหลักหน่วยเท่านั้น ส่วนพรรคเพื่อไทย คาดว่าจะมาเป็นอันดับ 3 โดยได้จำนวน สส.แตะระดับ 100 ที่นั่งขึ้นไป
เมื่อถูกตั้งคำถามว่า เหตุใดจึงประเมินให้พรรคภูมิใจไทยมาเป็นอันดับ 1 ทั้งที่กระแสจากสื่อและนักวิเคราะห์จำนวนมากมองว่าพรรคประชาชนกำลังนำอยู่ รศ.สุขุม อธิบายว่า หากพรรคประชาชนจะขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ได้จริง กระแสต้องอยู่ในระดับเดียวกับการเลือกตั้งปี 2566 แต่สถานการณ์ในปัจจุบันยังไม่ถึงจุดนั้น
รศ.สุขุม ระบุว่า แม้พรรคประชาชนจะดึงนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ กลับมาช่วยหาเสียง และหยิบประเด็นกองทุนประกันสังคมมาเป็นแคมเปญหลัก แต่กระแสยังไม่สามารถขยายตัวได้ในระดับเดียวกับอดีต ขณะเดียวกัน แคมเปญเก่าบางส่วนยังไม่สามารถสร้างแรงดึงดูดได้มากนักเช่น สโลแกน “มีเราไม่มีเทา” รวมถึงการถูกโจมตีจากฝ่ายตรงข้ามในประเด็น “ทหารมีไว้ทำไม” และการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งเป็นประเด็นที่กลุ่มผู้มีจุดยืนไม่เห็นด้วยไม่เปิดรับอยู่แล้ว
เมื่อประเมินปัจจัยโดยรวม รศ.สุขุม เห็นว่าโอกาสที่พรรคประชาชนจะขยายฐานเสียงให้มากกว่าเดิมมีค่อนข้างจำกัด ขณะที่พรรคภูมิใจไทยยังสามารถสื่อสารและ “ขายผลงานรัฐบาล 3เดือน” ได้ในหลายมิติ ทั้งด้านความมั่นคง การต่างประเทศ และเศรษฐกิจโดยเฉพาะการรักษาฐานเสียงฝ่ายอนุรักษ์นิยมผ่านการสื่อสารเชิงเตือนว่า หากไม่เลือกพรรคนี้ อาจเปิดทางให้ฝ่ายตรงข้ามเข้ามามีอำนาจ
อย่างไรก็ตาม รศ.สุขุม เตือนว่า พรรคภูมิใจไทยไม่ควรประมาทพรรคประชาชน เนื่องจากยังมีเวลาอีกประมาณ 1 สัปดาห์ก่อนวันเลือกตั้ง ซึ่งเป็นช่วงที่แต่ละพรรคสามารถปล่อยแคมเปญ “ทางตรง” เพื่อเร่งกระแสได้ในช่วงสุดท้าย
รศ.สุขุม เห็นว่า พรรคภูมิใจไทยควรยึดประเด็นด้านความมั่นคงเป็นแกนหลักในการหาเสียงต่อไป ขณะเดียวกัน พรรคที่เน้นการทำงานเชิงพื้นที่จำเป็นต้องเร่งลงพื้นที่เคาะประตูบ้าน แสดงความตั้งใจและความใกล้ชิดกับประชาชน เพื่อเก็บคะแนนในระดับเขตเลือกตั้ง ไม่สามารถอยู่เฉยได้ในช่วงโค้งสุดท้าย
ความเห็นของ รศ.สุขุม คล้ายๆ กับว่าเชียร์พรรคภูมิใจไทย กระนั้นก็ตามก็มันสอดคล้องกับความรู้สึกของชาวบ้านว่า พรรคภูมิใจไทยไว้ใจได้มากที่สุด เมื่อเทียบกับพรรคการเมืองอื่น สถานการณ์เช่นนี้ อนุทิน ชาญวีรกูล จึงเหมาะจะเป็นนายกฯอีกสมัย จะได้สานงานต่อโดยเฉพาะโครงการคนละครึ่งพลัส จัดการกับเขมรอันธพาลให้อยู่หมัด

ทำเนียบฯลงตัว! อนุทิน จ่อตั้ง อรรถพล-เพิ่มพูน นั่งที่ปรึกษานายกฯ
บางจากแจงชัด! ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องคลังน้ำมันสุราษฎร์ฯ ที่เป็นข่าว ยันการรับจ่ายน้ำมันเป็นไปตามมาตรฐาน
ช่องจอมร้อน ทหารกัมพูชาเริ่มยั่วยุ ทัพบกเร่งเสริมกำลัง
ครม.นัดพิเศษ อาจมีหารือเรื่องวิกฤตน้ำมัน เหตุเรื่องเร่งด่วน พร้อมถกเตรียมแถลงนโยบาย
ปัตตานีระทึก พบวัตถุต้องสงสัยซ่อนไว้ในแท่งแบริเออข้างถนน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี