วันพฤหัสบดี ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
ท่ามกลางกระแสการเมืองที่โหมกระพือเรื่องการ “รื้อ” รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันเพื่อร่างใหม่ทั้งฉบับ วาทกรรมที่ว่า “รัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยจะเนรมิตทุกอย่างให้ดีขึ้น” กำลังถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือหลักในการโน้มน้าวสังคม แต่หากเราลองถอยออกมามองด้วยสายตาที่ปราศจากอคติ และย้อนดูประวัติศาสตร์การเมืองไทยที่ผ่านมา คำถามสำคัญที่เกิดขึ้นคือ “รัฐธรรมนูญคือคำตอบสุดท้ายของปากท้องประชาชนจริงหรือ?”
ตลอดระยะเวลากว่า 9 ทศวรรษนับแต่ปี 2475 ประเทศไทยใช้รัฐธรรมนูญมาแล้วถึง 20 ฉบับ มีทั้งฉบับชั่วคราวและถาวร สลับสับเปลี่ยนไปตามวงจรการเมือง แต่ตัวเลขจำนวนฉบับที่ติดอันดับต้นๆ ของโลกนี้ กลับไม่ได้เป็นตัวบ่งชี้เลยว่าคุณภาพชีวิตของคนไทยดีขึ้นตามจำนวนกระดาษที่ร่างขึ้นมาใหม่ เราผ่านการร่างและฉีกรัฐธรรมนูญมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทว่าปัญหาพื้นฐานอย่างความเหลื่อมล้ำ ปัญหาปากท้อง และการทุจริตก็ยังคงเป็นเงาตามตัวที่ไม่เคยจางหายไป
หากจะยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดเจนที่สุดคงหนีไม่พ้น “รัฐธรรมนูญฉบับปี 2540” ที่หลายคนขนานนามว่าเป็น “ฉบับประชาชน” ที่หลายคนบอกว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุด และประชาชนมีส่วนร่วมมากที่สุด เท่าที่เคยมีมา แต่ในหน้าประวัติศาสตร์เดียวกัน รัฐธรรมนูญฉบับนี้เองที่เป็นใบเบิกทางให้เกิดระบอบการเมืองที่เบ็ดเสร็จ นำมาซึ่งยุคสมัยของนักการเมืองอย่างนายทักษิณ ชินวัตร ที่ทำให้คนไทยได้รู้จักกับคำศัพท์แสลงใจอย่าง “ผลประโยชน์ทับซ้อน”และ “การทุจริตเชิงนโยบาย” ซึ่งแยบยลและกัดเซาะงบประมาณแผ่นดินอย่างรุนแรงยิ่งกว่าการโกงกินแบบเดิมๆ สุดท้ายความสวยงามของตัวอักษรในรัฐธรรมนูญฉบับนั้นกลับกลายเป็นชนวนเหตุที่นำไปสู่ความแตกแยกของคนในชาติอย่างร้าวลึกมาจนถึงทุกวันนี้
ดังนั้น เมื่อฝ่ายรณรงค์พยายามปั่นวาทกรรมว่า“ทุกอย่างจะดีขึ้นถ้ามีรัฐธรรมนูญใหม่” จึงเกิดคำถามตามมาว่า “จริงหรือ?” เพราะความจริงที่เจ็บปวดคือ รัฐธรรมนูญไม่ใช่ “ยาวิเศษ” ที่กินแล้วจะรักษาโรคคอร์รัปชันหรือแก้ปัญหาความยากจนได้ในทันที หากผู้นำและนักการเมืองยังคงเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนมากกว่าส่วนรวม ต่อให้ร่างรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยจ๋าเพียงใด ผลลัพธ์ก็อาจจะจบลงแบบเดิม
จริงอยู่ว่า รัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน อาจมีบางมาตราที่ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันและควรได้รับการปรับปรุงแก้ไข แต่การจะ “รื้อทิ้งทั้งฉบับ” โดยอ้างว่าไม่ได้มาจากประชาชนดูจะเป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้นนัก เพราะอย่าลืมว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็ได้ผ่านกระบวนการลงประชามติจากประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศมาแล้วเช่นกัน การจะโละทิ้งเพื่อเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่จึงเป็นการปฏิเสธเจตนารมณ์ของประชาชนเสียงข้างมาก ที่ลงมติรับรองกว่า 16.8 ล้านเสียง ในขณะนั้นอย่างไร้เหตุผล
ที่สำคัญที่สุดคือ “ต้นทุนที่ต้องจ่าย” มีการคาดการณ์ว่ากระบวนการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ตั้งแต่การเลือกตั้ง ส.ส.ร. ไปจนถึงการทำประชามติหลายครั้ง อาจต้องใช้งบประมาณสูงถึง10,000 ล้านบาท คำถามที่แหลมคมคือ ในสภาวะเศรษฐกิจที่ประชาชนยังต้องดิ้นรนกับค่าครองชีพ หนี้ครัวเรือนพุ่งสูง และความผันผวนของโลกเราแน่ใจได้อย่างไรว่าเงินหมื่นล้านนี้จะคุ้มค่า?เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าเมื่อจ่ายไปแล้วจะได้ “สิ่งที่ดีกว่า”ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนเปลือกนอกเพื่อเปิดทางให้นักการเมืองเข้ามาแสวงหาอำนาจใหม่
นี่ยังไม่นับรวมความกังวลของสังคมในวงกว้าง เกี่ยวกับการเปิดช่องให้มีการแก้ไขในหมวด 1 และหมวด 2 ซึ่งเป็นเสาหลักที่เปราะบางและละเอียดอ่อนของชาติ การเดินหน้าสู่ความไม่แน่นอนภายใต้ข้ออ้างเรื่องความเป็นประชาธิปไตย อาจกลายเป็นการเปิดหีบแพนโดราที่สร้างความขัดแย้งรอบใหม่มากกว่าจะเป็นการหาทางออกให้ประเทศ
ถึงเวลาแล้วที่เราต้องเลิกเพ้อฝันกับวาทกรรมหรูๆ ว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่คือคำตอบของทุกอย่าง การเอาเงินหมื่นล้านบาทมาจัดสรรเพื่อแก้ปัญหาปากท้องโดยตรง การกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก หรือการลงทุนในระบบสาธารณสุขและการศึกษา น่าจะเป็นประโยชน์ที่จับต้องได้มากกว่า “อนาคตที่เลื่อนลอย” บนแผ่นกระดาษ รัฐธรรมนูญอาจต้องการการแก้ไขในบางจุดเพื่อให้เดินหน้าต่อได้ แต่การเผาบ้านทั้งหลังเพื่อหวังจะสร้างใหม่ด้วยเงินมหาศาล ท่ามกลางท้องที่หิวโหยของประชาชน อาจไม่ใช่คำตอบที่ชาญฉลาดในเวลานี้

ดูแลดุจญาติมิตร อบต.มะขามล้ม ได้ใจชาวบ้าน จัดรถรับส่งคนชรามาโรงพยาบาล ชมคลิป
สั่งเด้ง ผอ.รร.สันกำแพง ปม ครูสาว เสียชีวิต เปิดทางสืบสวนฯ นฤมล กำชับ ให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย
‘แสวง’ ขออภัย! ปัดท้าทายอำนาจประชาชน ปมพูด ไม่เชื่อมั่นกรรมการก็อย่าไปเลือกตั้ง
สิ้นสุดการหลบหนี รวบฆาตกรโหด หนีโทษกบดานไทยเกือบ 4 ทศวรรษ
ไอติม หวั่น 8 ก.พ. ปิดประตูแก้ รธน. ถ้าคนไม่เห็นชอบ ย้ำหากไม่แก้ต้องอยู่กับปัญหาเดิม

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี