วันพุธ ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / บทบรรณาธิการ
บทบรรณาธิการ

บทบรรณาธิการ

วันพฤหัสบดี ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 02.00 น.
รัฐธรรมนูญไม่ใช่ยาวิเศษ ที่ต้องแลกด้วยภาษีหมื่นล้าน

ดูทั้งหมด

  •  

ท่ามกลางกระแสการเมืองที่โหมกระพือเรื่องการ “รื้อ” รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันเพื่อร่างใหม่ทั้งฉบับ วาทกรรมที่ว่า “รัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยจะเนรมิตทุกอย่างให้ดีขึ้น” กำลังถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือหลักในการโน้มน้าวสังคม แต่หากเราลองถอยออกมามองด้วยสายตาที่ปราศจากอคติ และย้อนดูประวัติศาสตร์การเมืองไทยที่ผ่านมา คำถามสำคัญที่เกิดขึ้นคือ “รัฐธรรมนูญคือคำตอบสุดท้ายของปากท้องประชาชนจริงหรือ?”

ตลอดระยะเวลากว่า 9 ทศวรรษนับแต่ปี 2475 ประเทศไทยใช้รัฐธรรมนูญมาแล้วถึง 20 ฉบับ มีทั้งฉบับชั่วคราวและถาวร สลับสับเปลี่ยนไปตามวงจรการเมือง แต่ตัวเลขจำนวนฉบับที่ติดอันดับต้นๆ ของโลกนี้ กลับไม่ได้เป็นตัวบ่งชี้เลยว่าคุณภาพชีวิตของคนไทยดีขึ้นตามจำนวนกระดาษที่ร่างขึ้นมาใหม่ เราผ่านการร่างและฉีกรัฐธรรมนูญมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทว่าปัญหาพื้นฐานอย่างความเหลื่อมล้ำ ปัญหาปากท้อง และการทุจริตก็ยังคงเป็นเงาตามตัวที่ไม่เคยจางหายไป


หากจะยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดเจนที่สุดคงหนีไม่พ้น “รัฐธรรมนูญฉบับปี 2540” ที่หลายคนขนานนามว่าเป็น “ฉบับประชาชน” ที่หลายคนบอกว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุด และประชาชนมีส่วนร่วมมากที่สุด เท่าที่เคยมีมา แต่ในหน้าประวัติศาสตร์เดียวกัน รัฐธรรมนูญฉบับนี้เองที่เป็นใบเบิกทางให้เกิดระบอบการเมืองที่เบ็ดเสร็จ นำมาซึ่งยุคสมัยของนักการเมืองอย่างนายทักษิณ ชินวัตร ที่ทำให้คนไทยได้รู้จักกับคำศัพท์แสลงใจอย่าง “ผลประโยชน์ทับซ้อน”และ “การทุจริตเชิงนโยบาย” ซึ่งแยบยลและกัดเซาะงบประมาณแผ่นดินอย่างรุนแรงยิ่งกว่าการโกงกินแบบเดิมๆ สุดท้ายความสวยงามของตัวอักษรในรัฐธรรมนูญฉบับนั้นกลับกลายเป็นชนวนเหตุที่นำไปสู่ความแตกแยกของคนในชาติอย่างร้าวลึกมาจนถึงทุกวันนี้

ดังนั้น เมื่อฝ่ายรณรงค์พยายามปั่นวาทกรรมว่า“ทุกอย่างจะดีขึ้นถ้ามีรัฐธรรมนูญใหม่” จึงเกิดคำถามตามมาว่า “จริงหรือ?” เพราะความจริงที่เจ็บปวดคือ รัฐธรรมนูญไม่ใช่ “ยาวิเศษ” ที่กินแล้วจะรักษาโรคคอร์รัปชันหรือแก้ปัญหาความยากจนได้ในทันที หากผู้นำและนักการเมืองยังคงเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนมากกว่าส่วนรวม ต่อให้ร่างรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยจ๋าเพียงใด ผลลัพธ์ก็อาจจะจบลงแบบเดิม

จริงอยู่ว่า รัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน อาจมีบางมาตราที่ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันและควรได้รับการปรับปรุงแก้ไข แต่การจะ “รื้อทิ้งทั้งฉบับ” โดยอ้างว่าไม่ได้มาจากประชาชนดูจะเป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้นนัก เพราะอย่าลืมว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็ได้ผ่านกระบวนการลงประชามติจากประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศมาแล้วเช่นกัน การจะโละทิ้งเพื่อเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่จึงเป็นการปฏิเสธเจตนารมณ์ของประชาชนเสียงข้างมาก ที่ลงมติรับรองกว่า 16.8 ล้านเสียง ในขณะนั้นอย่างไร้เหตุผล

ที่สำคัญที่สุดคือ “ต้นทุนที่ต้องจ่าย” มีการคาดการณ์ว่ากระบวนการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ตั้งแต่การเลือกตั้ง ส.ส.ร. ไปจนถึงการทำประชามติหลายครั้ง อาจต้องใช้งบประมาณสูงถึง10,000 ล้านบาท คำถามที่แหลมคมคือ ในสภาวะเศรษฐกิจที่ประชาชนยังต้องดิ้นรนกับค่าครองชีพ หนี้ครัวเรือนพุ่งสูง และความผันผวนของโลกเราแน่ใจได้อย่างไรว่าเงินหมื่นล้านนี้จะคุ้มค่า?เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าเมื่อจ่ายไปแล้วจะได้ “สิ่งที่ดีกว่า”ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนเปลือกนอกเพื่อเปิดทางให้นักการเมืองเข้ามาแสวงหาอำนาจใหม่

นี่ยังไม่นับรวมความกังวลของสังคมในวงกว้าง เกี่ยวกับการเปิดช่องให้มีการแก้ไขในหมวด 1 และหมวด 2 ซึ่งเป็นเสาหลักที่เปราะบางและละเอียดอ่อนของชาติ การเดินหน้าสู่ความไม่แน่นอนภายใต้ข้ออ้างเรื่องความเป็นประชาธิปไตย อาจกลายเป็นการเปิดหีบแพนโดราที่สร้างความขัดแย้งรอบใหม่มากกว่าจะเป็นการหาทางออกให้ประเทศ

ถึงเวลาแล้วที่เราต้องเลิกเพ้อฝันกับวาทกรรมหรูๆ ว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่คือคำตอบของทุกอย่าง การเอาเงินหมื่นล้านบาทมาจัดสรรเพื่อแก้ปัญหาปากท้องโดยตรง การกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก หรือการลงทุนในระบบสาธารณสุขและการศึกษา น่าจะเป็นประโยชน์ที่จับต้องได้มากกว่า “อนาคตที่เลื่อนลอย” บนแผ่นกระดาษ รัฐธรรมนูญอาจต้องการการแก้ไขในบางจุดเพื่อให้เดินหน้าต่อได้ แต่การเผาบ้านทั้งหลังเพื่อหวังจะสร้างใหม่ด้วยเงินมหาศาล ท่ามกลางท้องที่หิวโหยของประชาชน อาจไม่ใช่คำตอบที่ชาญฉลาดในเวลานี้

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
19:56 น. สุดระทึก! สะเก็ดไฟเชื่อมเหล็กกระเด็นโดนหญ้า ทำไฟโหมไหม้ซากรถยนต์ เสียหายกว่า 50 คัน
19:42 น. กต.เร่งประสานช่วยเหลือลูกเรือไทยอีก 3 คน หลังถูกโจมตีใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ
19:36 น. ผบ.ตร. มอบ พล.ต.อ.ธัชชัย สั่งเข้มป้องกันลักลอบส่งออกน้ำมัน ทุกช่องทางทั่วประเทศ
19:17 น. ถอดรหัสสมรภูมิอิหร่าน เสธ.เบิร์ด เตือน!ระวังประวัติศาสตร์ซ้ำรอย
19:15 น. ญาญ่า ฟาดลุคสุดเท่ ร่วมแฟชั่นประกบคู่เหล่าคนดังระดับโลก
ดูทั้งหมด
ส่องประวัติ นนนี่ ณัฐชา นางเอกช่องดัง ภรรยา แอ็คมี่ นักธุรกิจหมื่นล้าน
‘อ็อด-ภิญโญ’หล่อเป๊ะในวัย81 ร่วมแสดงความยินดีหลานสาว ‘เซย่า’เรียนจบปริญญา
เปิดประวัติร้อน แอ็คมี่ วรวัฒน์ CEO หมื่นล้าน สามีนางเอกช่องดัง โปรไฟล์ไม่ธรรมดา
ขึ้นมือ1โลก!'วิว'ร้อนแรงลิ่วตัดเชือกออลอิงแลนด์
รัสเซีย จ่อเบนเข็มส่งก๊าซธรรมชาติจากยุโรปมาเอเชีย ไทยติดโผอันดับต้นๆ
ดูทั้งหมด
บุคคลแนวหน้า : 12 มีนาคม 2569
ชีวิตพัง เพราะมากเมีย
แพ้แล้วพาลกระทำการนอกกฎหมายไม่วายถูกดำเนินคดี
ตัดท่อน้ำเลี้ยงทุนเทามาเฟีย
ซื้อสิทธิ ขายเสียง สิ่งที่ต้องแก้ก่อนประชาธิปไตยไทยถดถอย
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

สุดระทึก! สะเก็ดไฟเชื่อมเหล็กกระเด็นโดนหญ้า ทำไฟโหมไหม้ซากรถยนต์ เสียหายกว่า 50 คัน

กต.เร่งประสานช่วยเหลือลูกเรือไทยอีก 3 คน หลังถูกโจมตีใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ

ผบ.ตร. มอบ พล.ต.อ.ธัชชัย สั่งเข้มป้องกันลักลอบส่งออกน้ำมัน ทุกช่องทางทั่วประเทศ

ญาญ่า ฟาดลุคสุดเท่ ร่วมแฟชั่นประกบคู่เหล่าคนดังระดับโลก

สายเหนือยังวิกฤต! น้ำมันเกลี้ยงปั๊มต้องติดป้าย หยุดให้บริการชั่วคราว

พิพัฒน์ คาด โอมานนำ 20 ลูกเรือไทยขึ้นแผ่นดินใหญ่พรุ่งนี้ก่อนส่งกลับ อีก 3 ราย ขอเวลาช่วยเหลือ

  • Breaking News
  • สุดระทึก! สะเก็ดไฟเชื่อมเหล็กกระเด็นโดนหญ้า ทำไฟโหมไหม้ซากรถยนต์ เสียหายกว่า 50 คัน สุดระทึก! สะเก็ดไฟเชื่อมเหล็กกระเด็นโดนหญ้า ทำไฟโหมไหม้ซากรถยนต์ เสียหายกว่า 50 คัน
  • กต.เร่งประสานช่วยเหลือลูกเรือไทยอีก 3 คน หลังถูกโจมตีใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ กต.เร่งประสานช่วยเหลือลูกเรือไทยอีก 3 คน หลังถูกโจมตีใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ
  • ผบ.ตร. มอบ พล.ต.อ.ธัชชัย สั่งเข้มป้องกันลักลอบส่งออกน้ำมัน ทุกช่องทางทั่วประเทศ ผบ.ตร. มอบ พล.ต.อ.ธัชชัย สั่งเข้มป้องกันลักลอบส่งออกน้ำมัน ทุกช่องทางทั่วประเทศ
  • ถอดรหัสสมรภูมิอิหร่าน เสธ.เบิร์ด เตือน!ระวังประวัติศาสตร์ซ้ำรอย ถอดรหัสสมรภูมิอิหร่าน เสธ.เบิร์ด เตือน!ระวังประวัติศาสตร์ซ้ำรอย
  • ญาญ่า ฟาดลุคสุดเท่ ร่วมแฟชั่นประกบคู่เหล่าคนดังระดับโลก ญาญ่า ฟาดลุคสุดเท่ ร่วมแฟชั่นประกบคู่เหล่าคนดังระดับโลก
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

ตัดท่อน้ำเลี้ยงทุนเทามาเฟีย

ตัดท่อน้ำเลี้ยงทุนเทามาเฟีย

11 มี.ค. 2569

‘ศบก.’อย่าเผลอเด็ดขาด

‘ศบก.’อย่าเผลอเด็ดขาด

10 มี.ค. 2569

4สัปดาห์ชี้ชะตาโลก

4สัปดาห์ชี้ชะตาโลก

9 มี.ค. 2569

จาก “วัคซีนโควิด”  ถึง “น้ำมันสำรอง” พิษของการ “ปั่นกระแส”ที่วนกลับมาอีกครั้ง

จาก “วัคซีนโควิด” ถึง “น้ำมันสำรอง” พิษของการ “ปั่นกระแส”ที่วนกลับมาอีกครั้ง

7 มี.ค. 2569

ช่องแคบบนแผลกว้าง

ช่องแคบบนแผลกว้าง

6 มี.ค. 2569

ฝ่ามรสุมสงครามโลกเดือด  ประเทศไทยต้องมีรัฐบาลโดยเร็ว

ฝ่ามรสุมสงครามโลกเดือด ประเทศไทยต้องมีรัฐบาลโดยเร็ว

5 มี.ค. 2569

อย่าปล่อยให้อำนาจหลุดมือ

อย่าปล่อยให้อำนาจหลุดมือ

4 มี.ค. 2569

ยึดทรัพย์ทุนเทาสกัดฟอกเงิน

ยึดทรัพย์ทุนเทาสกัดฟอกเงิน

3 มี.ค. 2569

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved