Logo วันเสาร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / กวนน้ำให้ใส
กวนน้ำให้ใส

กวนน้ำให้ใส

สารส้ม
วันพฤหัสบดี ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 02.00 น.
กู้ 4 แสนล้าน จำเป็นเร่งด่วน หรือไม่?

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

1. พรรคประชาธิปัตย์ ไม่เห็นด้วยกับการออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ชี้ว่าไม่เข้าเงื่อนไขออก พ.ร.ก. เตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญ

นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า โดยปกติรัฐบาลสามารถขาดดุลได้ตามกฎหมาย ปีนี้ก็ใช้เงินเกินกว่ารายได้ไปกว่า 700,000 ล้าน ปี 2570 ก็ตั้งใจจะขาดดุลอีกเกือบ 800,000 ล้าน รัฐธรรมนูญเปิดช่องให้รัฐบาลสามารถกู้เพิ่มจากเพดานเงินกู้งบประมาณเพียงในกรณีที่ต้องใช้เงินเร่งด่วน “เพื่อรักษาความมั่นคงในระบบเศรษฐกิจ” และเป็นกรณีที่ “จำเป็นเร่งด่วนอันมิอาจจะหลีกเลี่ยงได้” เท่านั้น


“...กรณีในอดีตที่มีการออก พ.ร.ก. คือ ต้มยำกุ้ง แฮมเบอร์เกอร์ และโควิด ซึ่งในทั้งสามกรณีนั่นเศรษฐกิจวิกฤตระดับ GDP ติดลบ หากไม่ออก พ.ร.ก.จะส่งผลต่อความมั่นคงโดยรวมวันนี้ไม่ใช่ ปัญหาพลังงาน เพิ่มภาระให้กับประชาชนจริง แต่การแก้ที่ถูกต้องไม่ได้แก้ด้วยการกู้เงินมาอัดฉีดในระบบ ส่วนโครงการโซลาร์ที่รัฐบาลจะใช้เงิน พ.ร.ก.ก็เป็นลักษณะโครงการที่ควรใช้เงินงบประมาณปกติได้

รัฐบาลควรเร่งออก พ.ร.บ.โอนงบประมาณ ซึ่งจะได้งบกลับคืนมาใช้ตามที่รัฐบาลเห็นว่าเหมาะสมอีก 50,000 ล้านบาท บวกกับรัฐบาลยังมีเพดานเงินกู้ในปีงบประมาณปัจจุบันอีก 17,000 ล้านบาท ที่สามารถใช้ได้ผ่านการออกงบกลางปี

และถ้ารัฐบาลจริงใจต่อการช่วยลดค่าใช้จ่ายให้ประชาชน รัฐบาลควรปรับลดภาษีสรรพสามิตนํ้ามัน 7 บาทต่อลิตร ซึ่งเป็นวิธีที่ประชาชนทุกคนจะได้ประโยชน์ ทั้งจากค่านํ้ามันที่ลดลง
และจากราคาสินค้าที่ไม่ต้องปรับสูงขึ้นจากต้นทุนการผลิตและต้นทุนการขนส่งที่เพิ่มขึ้น

อย่าเอาทุกเหตุผลที่ประชาชนเดือดร้อนมาอ้าง เพียงเพื่อให้รัฐบาลได้ตีเช็คเปล่าโดยไม่ด่วนจริงมาใช้มือเติบเลยครับ มีช่องทางในการใช้ทักษะบริหารราชการแผ่นดินแบบมีวินัยการคลังที่ยังสามารถทำได้อยู่.. ดังนั้น ไม่นับเป็นการเร่งด่วน “อันมิอาจหลีกเลี่ยงได้” แน่นอน”...” -กรณ์ จาติกวณิช

2. รัฐบาลในอดีต เคยเห็นชอบกฎหมายการกู้เงินเป็นพระราชกำหนด (พ.ร.ก. )

“1.พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลัง กู้เงินเพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟู และพัฒนาระบบสถาบันการเงิน วงเงินไม่เกิน 5 แสนล้านบาท ในปี 2541 หลังวิกฤตต้มยำกุ้งในสมัยรัฐบาลชวน

2.พ.ร.ก.กู้เงินเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของระบบสถาบันการเงิน วงเงิน 3 แสนล้านบาทโดยออกในปี 2541

3.พ.ร.ก.กู้เงินเพื่อฟื้นฟูระบบสถาบันการเงิน ระยะที่สอง วงเงิน 7.8 แสนล้านบาท โดยออกในปี 2545 สมัยรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร  

4.พ.ร.ก.กู้เงินเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจในประเทศ (ไทยเข้มแข็ง) วงเงิน 4 แสนล้านบาทในปี 2552 รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ภายหลังเกิดวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ในปี 2551

5.พ.ร.ก.กู้เงินเพื่อวางระบบบริหารจัดการน้ำ และวางรากฐานการพัฒนาประเทศ วงเงิน 3.5 แสนล้านบาท ออกในปี พ.ศ. 2555 รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แต่กู้ไม่ครบตามยอด

6.พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อเยียวยาผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโรคโควิด-19 วงเงิน 1 ล้านล้านบาท ออกในปี 2563สมัยรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

 7.พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อเยียวยาผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโรคโควิด-19 เพิ่มเติม วงเงิน 5 แสนล้านบาท ออกในปี 2564 สมัยพล.อ.ประยุทธ์ เพื่อรองรับการแพร่ระบาดระลอกใหม่ และฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ ก่อนที่จะมีการออก พ.ร.ก.ฉบับนี้ คณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังของรัฐที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานได้มีการขยายเพดานหนี้สาธารณะจากไม่เกิน 60% เป็น 70% เพื่อรองรับการกู้เงินเพิ่มเติมด้วย”

3. ครม.อนุทิน2 เห็นชอบ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากวิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ

คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 อนุมัติร่างพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. …. ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ 

ระบุว่า เป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วนอันมิอาจจะหลีกเลี่ยงได้ เพื่อประโยชน์ในอันที่จะรักษาความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยเป็นการตราพระราชกำหนดตามมาตรา 172 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และสอดคล้องกับมาตรา 53 แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561

ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แจกแจงรายละเอียด เหตุผล ความจำเป็น วัตถุประสงค์ และแนวทางว่ากู้ไปทำอะไร?

สรุป ดังนี้

ปัจจุบัน ประเทศไทยกำลังเผชิญ “วิกฤตปากท้อง” ที่ไม่ได้มาเพียงระลอกเดียว แต่กำลังมาเป็นคลื่นต่อเนื่อง

ระลอกแรก คือ ราคาพลังงานที่ปรับสูงขึ้น

ระลอกที่สอง คือ กำลังลุกลามไปสู่ต้นทุนอาหารและสินค้าต่างๆ ที่เพิ่มสูงขึ้น

ระลอกที่สาม คือ กำลังซื้อของประชาชนที่เริ่มลดลง ส่งผลกระทบในลักษณะแรงบีบสองด้าน (Double Squeeze) ต่อภาคธุรกิจและภาคประชาชนที่รายได้ลดลง แต่ต้นทุนกลับสูงขึ้นฉุดกำลังซื้อของประชาชน และเพิ่มความเสี่ยงที่เศรษฐกิจจะเข้าสู่ภาวะชะลอตัวภายใต้เงินเฟ้อสูงแต่เศรษฐกิจตกต่ำ (Stagflation) ในระยะถัดไป

แม้สงครามความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางอาจจะจบลง แต่ภัยต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจก็จะคงมีอยู่ เพราะประเทศไทยกำลังเข้าสู่ระเบียบโลกใหม่ที่ราคาน้ำมันจะไม่กลับไปเหมือนเดิม และความเสี่ยงด้านพลังงานและห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ยังคงสูงต่อเนื่อง ประเทศไทยพึ่งพาการนำเข้าพลังงานสูงที่สุดอันดับต้นๆ ในเอเชีย จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ประเทศไทยต้องลดการพึ่งพาการนำเข้าพลังงานอย่างเร่งด่วนเพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ

แม้รัฐบาลจะใช้มาตรการทางการคลังในกรอบงบประมาณที่ มีอยู่เพื่อแก้ไขสถานการณ์วิกฤต แต่จะไม่ทันการณ์ เนื่องจากไม่สามารถตอบโจทย์ได้อย่างครบถ้วน ทั้งในด้านขนาด (Scale) ความเร็ว (Speed) และความยืดหยุ่น (Flexibility) ที่ไม่เพียงพอ และหากจะดำเนินการผ่านกระบวนการตรากฎหมายปกติ จะไม่ทันต่อสถานการณ์ และอาจก่อให้เกิดความเสียหายที่ยากต่อการแก้ไขในภายหลัง

วิกฤตเศรษฐกิจครั้งนี้ จึงเป็นวิกฤตซ้อนหลายระลอก ต้องรับมืออย่างเร่งด่วนและเป็นปราการสำคัญในการรับมือวิกฤตระลอกถัดไป และจำกัดผลกระทบไม่ให้ขยายตัวในวงกว้างและยืดเยื้อ จึงมีความจำเป็นต้องตราพระราชกำหนดอันเนื่องจากความจำเป็นเร่งด่วนอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ เพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ

สรุป มีอำนาจกู้เงินไม่เกิน 400,000 ล้านบาท

วัตถุประสงค์ในการใช้จ่ายเงินกู้ เพื่อบรรเทาผลกระทบอย่างตรงจุดในการช่วยเหลือ ประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการ และปรับโครงสร้างพลังงาน ซึ่งเป็นประเด็นที่มีผลต่อวิกฤตโดยตรง โดยให้นำไปใช้จ่ายได้ตามที่กำหนดไว้ในบัญชีท้ายร่าง พ.ร.ก. กู้เงินฯ ประกอบด้วย 2 แผนงานหลัก

แผนงานที่ 1 : มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือภาคประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน วงเงิน 200,000 ล้านบาท

เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน และประคองกิจกรรมทางเศรษฐกิจไม่ให้หยุดชะงัก

มุ่งตรงไปยังกลุ่มเป้าหมายสำคัญ คือ ประชาชนผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง เกษตรกร ผู้ประกอบการ SME รวมทั้งลดต้นทุนให้กับภาคการเกษตร เพื่อให้เกษตรกรสามารถประกอบอาชีพต่อไปได้โดยไม่ถูกผลกระทบซ้ำจากต้นทุนที่สูงขึ้น และช่วยเหลือ ผู้ประกอบการให้สามารถประกอบอาชีพหรือดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง

แผนงานที่ 2 : มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการใช้พลังงานให้เกิดประสิทธิภาพ รองรับการเปลี่ยนผ่านการพึ่งพิงการใช้พลังงานฟอสซิลไปสู่การใช้เทคโนโลยีพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก และพัฒนาทักษะของประชาชนและนวัตกรรม วงเงิน 200,000 ล้านบาท

2.1 กิจกรรมที่มีวัตถุประสงค์เพื่อลดการใช้พลังงานฟอสซิล การใช้พลังงานให้มีประสิทธิภาพ ส่งเสริมการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสร้างรายได้จากคาร์บอนเครดิต

2.2 การใช้ยานพาหนะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดการใช้พลังงานฟอสซิล ทำให้การใช้พลังงานมีประสิทธิภาพ หรือส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนหรือพลังงานทางเลือก รวมทั้งสนับสนุนการติดตั้งสถานีบรรจุไฟฟ้า

2.3 การพัฒนาทักษะของประชาชนและนวัตกรรมสำหรับรองรับการปรับโครงสร้างพลังงาน และการสร้างเศรษฐกิจใหม่

กระทรวงการคลังยังได้กำหนดหลักการใช้จ่ายเงินกู้ ภายใต้หลักการ 5T ได้แก่

Target ตรงจุด ใช้เงินตรงเป้าหมาย

Transition เร่งรัดการเปลี่ยนผ่าน ลดความ เปราะบางทางพลังงาน

Transformation เปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างเน้นการลงทุนที่ช่วยให้เศรษฐกิจสามารถฟื้นตัว

Transparent โปร่งใส ตรวจสอบได้

Together ขับเคลื่อนร่วมกันทุกภาคส่วน เพื่อให้เงินทุกบาทที่ใช้สร้างคุณ ค่าสูงสุดแก่ประชาชนและประเทศ

ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ย้ำว่า “การตราร่าง พ.ร.ก. กู้เงินฯ จะช่วยประคับประคองเศรษฐกิจระยะสั้น และผลจากการปรับโครงสร้างทางพลังงานจะช่วยลดต้นทุนให้กับภาคธุรกิจและครัวเรือน เพิ่มความมั่นคงทางพลังงาน และสามารถดึงดูดการลงทุนสู่ระบบเศรษฐกิจได้อีกด้วย จึงถือเป็นการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างไปพร้อมกับการบรรเทาทุกข์ของประชาชน”

สำหรับผลกระทบต่อหนี้สาธารณะและความยั่งยืนทางการคลัง แม้จะมีการกู้เงินเพิ่มเติม แต่สถานะทางการคลังของไทยยังอยู่ในกรอบที่บริหารจัดการได้

หลังการกู้เงินตามร่าง พ.ร.ก. นี้ แม้สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP จะเพิ่มขึ้น แต่ก็ยังต่ำกว่าเพดานตามกฎหมายที่ร้อยละ 70 ซึ่งยังอยู่ภายใต้กรอบการบริหารหนี้สาธารณะ ตามพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 รวมทั้งอัตราดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ มีแผนการชำระหนี้ที่ชัดเจนและโปร่งใส และที่สำคัญคือการดำเนินการทุกประการยังอยู่ภายใต้กรอบความรับผิดชอบทางการคลัง

4. คุณกอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) เห็นด้วยกับแนวทางการกู้เงินของรัฐบาล เนื่องจากมองว่าเศรษฐกิจไทยในขณะนี้มีความจำเป็นที่จะต้องเร่งดูแลและเยียวยา แต่หัวใจสำคัญของการออกร่าง พ.ร.ก. กู้เงินครั้งนี้ คือ ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ให้เงินกู้นี้มาใช้เพื่อสร้างประโยชน์ให้มากที่สุด โดยเฉพาะการใช้เม็ดเงินเพื่อปรับปรุงโครงสร้างพลังงานของประเทศที่กำลังเป็นปัญหาอยู่ในขณะนี้

มองว่ามี 2 ทางเลือกที่จะสามารถทำได้ คือ 1. การใช้เม็ดเงินเพื่อตรึงราคาน้ำมันไว้ในอัตราที่ต่ำเพื่อช่วยเหลือประชาชน แต่ต้องยอมรับว่าทางเลือกนี้จะใช้เม็ดเงินจำนวนมหาศาล และ 2. ใช้เพื่อการปรับเปลี่ยนโครงสร้างพลังงานของประเทศไปสู่พลังงานทางเลือก เช่น โซลาร์เซลล์ ซึ่งจะเป็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพลังงานของประเทศในระยะยาว และยังเป็นการลงทุนมากกว่าการใช้เงินเพื่อช่วยเหลือด้านการบริโภคของประชาชนเพียงอย่างเดียว ในเม็ดเงินจำนวนเดียวกัน

“ส่วนตัวเห็นว่า เป้าหมายในการใช้เงินกู้ของรัฐบาล จำนวน 2 แสนล้านบาท เพื่อการเปลี่ยนผ่านการใช้พลังงานจากฟอสซิลไปสู่พลังงานทางเลือกถือเป็นระดับที่เหมาะสม เพราะเรื่องนี้ถือเป็นประเด็นสำคัญ เพราะยังไม่มีใครรู้ว่าสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะจบอย่างไร จะมีอันตรายมากกว่านี้หรือไม่ ดังนั้น มองว่าการที่ไทยพยายามจะลดการพึ่งพาพลังงานจากต่างประเทศให้ได้มากที่สุด จึงถือเป็นเรื่องสำคัญ ส่วนการใช้เม็ดเงินในด้านอื่น ๆ อาจจะต้องมานั่งคิดให้ดีๆ ว่าจะทำอย่างไรเพื่อให้การใช้เงินนำไปสู่การสร้างประโยชน์สำหรับประเทศให้ได้มากที่สุด” - นายกอบศักดิ์กล่าว

สารส้ม

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
21:56 น. เจ้าอาวาสเผย พระซุกสีกาคากุฏิ ขอมาอยู่ด้วย บอกเห็นในหมู่บ้านมีงานศพเยอะ-เงินดี
21:39 น. อารักชี ต่อสายตรงหารือ โอมาน ผนึกกำลังรับมือภัยคุกคาม หลังเจอ ทรัมป์ หมายหัวขู่บึ้ม
21:34 น. ราชกิจจาฯ เผยแพร่คำแนะนำประธานศาลฎีกา เกี่ยวกับการดำเนินคดีโดยไม่สุจริตในคดีอาญา
21:23 น. โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศตำรวจชั้นสัญญาบัตร จำนวน 1,684 ราย
21:21 น. ไปต่อไม่ไหว! 'บอล เชิญยิ้ม' โพสต์แยกทางภรรยา 'ยูริ' จบสัมพันธ์คู่ชีวิต
ดูทั้งหมด
เชิดชูเกียรติ! เจ้าจอม พลโทหญิง ท่านผู้หญิงอรอนงค์ รับรางวัล 'เพชรพลบดี' ศิษย์เก่าดีเด่น มกช.
กบ ปภัสรา งามสง่าทรงคุณค่าสวมใส่ ชุดไทยบรมพิมาน ออกงานขานรับ Soft Power ไทย
ปิดตำนานอีกสาขา บุฟเฟต์ร้านดัง ประกาศอำลา ทำชาวเน็ตแห่คอมเมนต์
5 อันดับ 'โรงเรียน' ที่ผลิตนายกรัฐมนตรีไทยมากที่สุด
มาแล้ว!!! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 28 พ.ค.-3 มิ.ย.69
ดูทั้งหมด
บุคคลแนวหน้า : 30 พฤษภาคม 2569
วันวิสาขบูชา : น้อมรำลึกถึงเจ้าชายสิทธัตถะ
แหวนพ่นพิษ นาฬิกาพ่นไฟ
มิใช่แค่‘รู้จักกูน้อยไป’แต่พวกเขาเป็นนักการเมืองขาใหญ่ตัวจริง
เลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. ต้องก้าวข้าม‘มายาภาพโซเชียล’
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เจ้าอาวาสเผย พระซุกสีกาคากุฏิ ขอมาอยู่ด้วย บอกเห็นในหมู่บ้านมีงานศพเยอะ-เงินดี

อารักชี ต่อสายตรงหารือ โอมาน ผนึกกำลังรับมือภัยคุกคาม หลังเจอ ทรัมป์ หมายหัวขู่บึ้ม

ไปต่อไม่ไหว! 'บอล เชิญยิ้ม' โพสต์แยกทางภรรยา 'ยูริ' จบสัมพันธ์คู่ชีวิต

ราชกิจจาฯ เผยแพร่คำแนะนำประธานศาลฎีกา เกี่ยวกับการดำเนินคดีโดยไม่สุจริตในคดีอาญา

ปิดฉาก 16 ปี จริงหรือ ? ชาวเน็ตแห่แชร์ภาพ ร้านราเมนดัง โบกมือลาไทย แฟนคลับลุ้นรอคำชี้แจง

ปธ.สภาอิหร่าน ร่าย 3 ข้อสุดเดือด รัฐบาลเตหะรานไม่เชื่อคำพูดจากสหรัฐฯ

  • Breaking News
  • เจ้าอาวาสเผย พระซุกสีกาคากุฏิ ขอมาอยู่ด้วย บอกเห็นในหมู่บ้านมีงานศพเยอะ-เงินดี เจ้าอาวาสเผย พระซุกสีกาคากุฏิ ขอมาอยู่ด้วย บอกเห็นในหมู่บ้านมีงานศพเยอะ-เงินดี
  • อารักชี ต่อสายตรงหารือ โอมาน ผนึกกำลังรับมือภัยคุกคาม หลังเจอ ทรัมป์ หมายหัวขู่บึ้ม อารักชี ต่อสายตรงหารือ โอมาน ผนึกกำลังรับมือภัยคุกคาม หลังเจอ ทรัมป์ หมายหัวขู่บึ้ม
  • ราชกิจจาฯ เผยแพร่คำแนะนำประธานศาลฎีกา เกี่ยวกับการดำเนินคดีโดยไม่สุจริตในคดีอาญา ราชกิจจาฯ เผยแพร่คำแนะนำประธานศาลฎีกา เกี่ยวกับการดำเนินคดีโดยไม่สุจริตในคดีอาญา
  • โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศตำรวจชั้นสัญญาบัตร จำนวน 1,684 ราย โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศตำรวจชั้นสัญญาบัตร จำนวน 1,684 ราย
  • ไปต่อไม่ไหว! \'บอล เชิญยิ้ม\' โพสต์แยกทางภรรยา \'ยูริ\' จบสัมพันธ์คู่ชีวิต ไปต่อไม่ไหว! 'บอล เชิญยิ้ม' โพสต์แยกทางภรรยา 'ยูริ' จบสัมพันธ์คู่ชีวิต
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

อดีตผู้ว่าชัชชาติ  โม้เสร็จ แต่ทำไม่สำเร็จ 9 เรื่อง

อดีตผู้ว่าชัชชาติ โม้เสร็จ แต่ทำไม่สำเร็จ 9 เรื่อง

29 พ.ค. 2569

คดีนาฬิกาบิ๊กป้อมพ่นพิษ  ปปช.คุก 3 ปี ปกปิดเอกสาร

คดีนาฬิกาบิ๊กป้อมพ่นพิษ ปปช.คุก 3 ปี ปกปิดเอกสาร

28 พ.ค. 2569

การตรวจสอบทุจริต กับความเป็นธรรม

การตรวจสอบทุจริต กับความเป็นธรรม

27 พ.ค. 2569

รักษากำลังซื้อในประเทศ  และเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน

รักษากำลังซื้อในประเทศ และเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน

26 พ.ค. 2569

การเมืองส้มสามานย์  ไม่สนใจแก้ปัญหาประชาชน มุ่งหาเรื่องสถาบัน ?

การเมืองส้มสามานย์ ไม่สนใจแก้ปัญหาประชาชน มุ่งหาเรื่องสถาบัน ?

25 พ.ค. 2569

การทบทวนมาตรการยกเว้นการตรวจลงตราฯ  รัฐจะมีรายได้เพิ่ม 18,850 ล้านบาท!!!

การทบทวนมาตรการยกเว้นการตรวจลงตราฯ รัฐจะมีรายได้เพิ่ม 18,850 ล้านบาท!!!

22 พ.ค. 2569

บอลโลกแพงไป  ไม่คุ้ม ไม่ซื้อ

บอลโลกแพงไป ไม่คุ้ม ไม่ซื้อ

21 พ.ค. 2569

วัวหาย ต้องล้อมคอก  คนตาย ต้องป้องกันไม่ให้ตายเพิ่มแบบเดิมๆ

วัวหาย ต้องล้อมคอก คนตาย ต้องป้องกันไม่ให้ตายเพิ่มแบบเดิมๆ

20 พ.ค. 2569

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved