Logo วันพุธ ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / กวนน้ำให้ใส
กวนน้ำให้ใส

กวนน้ำให้ใส

สารส้ม
วันพุธ ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 02.00 น.
การตรวจสอบทุจริต กับความเป็นธรรม

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

การตรวจสอบกรณีต้องสงสัยว่าทุจริตประพฤติมิชอบ ย่อมสมควรรับการส่งเสริม สนับสนุน และคุ้มครอง

เพราะการปราบโกงส่วนใหญ่ เริ่มมาจากการแฉข้อมูลจากภาคสังคม ก่อนนำไปสู่การสืบสวน ไต่สวน รวบรวมหลักฐาน เอาผิดตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป


แต่การตรวจสอบการทุจริตนั้น จะต้องเป็นไปโดยสุจริต ไม่ใช่การใส่ร้ายด้วยความเท็จ หรือการสาดโคลนเพียงเพื่อดิสเครดิต โดยปราศจากหลักฐานอันควรสงสัยไม่เป็นธรรมกับผู้ถูกกล่าวหา

เหมือนดังที่คนบางกลุ่มมีพฤติกรรมปั่นกระแส บิดเบือน โจมตีผู้อื่นในโซเชียลโดยไม่มีหลักฐานอะไรเลย

เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง จึงสมควรรักษาสมดุลในเรื่องนี้ให้ดี

1. สกัดกั้นการฟ้องคดีปิดปาก (Anti-SLAPP)

การฟ้องคดีปิดปาก (Anti-SLAPP) คือ การที่ฝ่ายถูกตรวจสอบอาศัยกระบวนการกฎหมาย ดำเนินคดีกับคนที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ เพื่อกดดัน บังคับ มิให้ตนถูกแฉ หรือถูกตรวจสอบต่อไป

ล่าสุด นับเป็นการเปลี่ยนแปลงสำคัญจากสถาบันศาลยุติธรรม

เมื่อประธานศาลฎีกาออกคำแนะนำสกัดกั้นการฟ้องคดีปิดปาก (Anti-SLAPP) พร้อมเน้นย้ำว่า กระบวนการยุติธรรมต้องไม่ใช่เครื่องมือปิดปากประชาชน

เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกา ได้ลงนามในคำแนะนำของประธานศาลฎีกาเกี่ยวกับการดำเนินคดีโดยไม่สุจริตในคดีอาญา พ.ศ.2569

เพื่อใช้เป็นแนวทางในการตรวจสอบและกลั่นกรองการใช้สิทธิฟ้องคดีอาญาให้เป็นไปโดยสุจริต

และป้องกันมิให้กระบวนการทางศาลถูกนำไปบิดเบือน หรือใช้เป็นเครื่องมือในการกลั่นแกล้งหรือจำกัดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชน

คำแนะนำดังกล่าว มีสาระสำคัญในการวางแนวทางให้ศาลสามารถพิจารณาและตรวจสอบการใช้สิทธิฟ้องคดีอาญาที่อาจมีลักษณะเป็นการกลั่นแกล้ง เอาเปรียบ หรือมุ่งสร้างภาระแก่คู่ความโดยไม่สมควร และยืนยันหลักการสำคัญว่ากระบวนการยุติธรรมจะต้องไม่ถูกนำไปใช้ในลักษณะบิดเบือนจากวัตถุประสงค์ของกฎหมาย หรือใช้เป็นเครื่องมือในการคุกคามสิทธิและเสรีภาพของบุคคล

โดยให้แนวทางเกี่ยวกับลักษณะของการฟ้องคดีที่อาจเข้าข่ายเป็นการดำเนินคดีโดยไม่สุจริตไว้ เช่น

การฟ้องคดีที่มีลักษณะก่อกวน ข่มขู่ คุกคาม หรือสร้างความเดือดร้อนแก่จำเลยเกินสมควร

การใช้การดำเนินคดีเพื่อกดดันให้คู่ความกระทำการหรือละเว้นกระทำการเพื่อผลประโยชน์อันมิชอบ

ตลอดจนกรณีที่มีการกล่าวอ้างข้อเท็จจริงอันเป็นเท็จ บิดเบือนข้อเท็จจริง หรือปกปิดข้อเท็จจริงสำคัญต่อศาล

นอกจากนี้ คำแนะนำยังได้กำหนดพฤติการณ์ที่พึงถือเป็นเหตุอันควรสงสัยว่ามีการฟ้องคดีโดยไม่สุจริต เพื่อให้ศาลสามารถใช้ดุลพินิจในการตรวจสอบได้อย่างรอบคอบ เช่น

การยื่นฟ้องคดีในศาลที่อยู่ห่างไกลจากภูมิลำเนาหรือสถานที่ทำงานของจำเลยโดยไม่มีเหตุจำเป็นอันเกี่ยวข้องกับการพิจารณาคดี

การฟ้องคดีหลายคดีจากข้อเท็จจริงหรือเหตุการณ์เดียวกันเพื่อสร้างภาระในการต่อสู้คดี

รวมถึงการฟ้องบุคคลที่ใช้สิทธิตามกฎหมายหรือแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตเพื่อประโยชน์สาธารณะ เช่น การปกป้องสิทธิมนุษยชน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สิทธิผู้บริโภค สิทธิแรงงาน หรือการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการทุจริตและการกระทำที่มิชอบด้วยกฎหมาย

ในการดำเนินการตามคำแนะนำดังกล่าว ศาลสามารถใช้อำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 161/1 ในการตรวจสอบข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องหากปรากฏข้อเท็จจริงโดยชัดแจ้งว่าการฟ้องคดีเป็นไปโดยไม่สุจริต ศาลมีอำนาจยกฟ้องได้ตั้งแต่ในชั้นตรวจฟ้อง หรือดำเนินการไปพร้อมกับการไต่สวนมูลฟ้องเพื่อให้การพิจารณาเป็นไปอย่างรวดเร็วและเหมาะสม

อีกทั้ง ศาลยังอาจมอบหมายให้เจ้าพนักงานคดีหรือเจ้าพนักงานศาลช่วยตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อประกอบการไต่สวนและวินิจฉัย ซึ่งถือเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการแสวงหาข้อเท็จจริง ทำให้กระบวนการพิจารณามีความครบถ้วน รอบคอบ และสามารถตอบสนองต่อข้อเท็จจริงที่ซับซ้อนได้ดียิ่งขึ้น อันจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกระบวนการยุติธรรมโดยรวม

และยังคุ้มครองสิทธิของโจทก์ โดยหากศาลเห็นว่าจำเลยยกข้ออ้างดังกล่าวขึ้นโดยมีพฤติการณ์มุ่งถ่วงเวลาหรือก่อความรำคาญแก่กระบวนพิจารณา ศาลสามารถสั่งยุติการดำเนินการ
ในประเด็นดังกล่าวและดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปโดยไม่ชักช้า รวมทั้งอาจออกข้อกำหนดหรือคำสั่งเพื่อป้องกันการใช้กระบวนพิจารณาในทางที่ไม่เหมาะสมได้อีกด้วย

คำแนะนำดังกล่าว สะท้อนถึงการให้ความสำคัญกับการคุ้มครองการมีส่วนร่วมของประชาชนในสังคมประชาธิปไตย โดยเฉพาะในกรณีที่การดำเนินคดีอาจถูกใช้เป็นเครื่องมือในการจำกัดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นหรือสร้างแรงกดดันแก่ผู้ใช้สิทธิโดยสุจริตของศาลยุติธรรม โดยยังคงยึดหลักความสมดุลระหว่างการคุ้มครองสิทธิของผู้เสียหาย สิทธิของจำเลย และประโยชน์สาธารณะโดยรวม

การออกคำแนะนำของประธานศาลฎีกาในครั้งนี้ จึงนับเป็นอีกก้าวสำคัญของศาลยุติธรรมในการพัฒนากระบวนพิจารณาคดีอาญาให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสอดคล้องกับสถานการณ์ของสังคมในปัจจุบัน

โดยยืนยันหลักการสำคัญว่า การใช้สิทธิทางศาลจะต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของความสุจริต และไม่ถูกใช้เป็นเครื่องมือกลั่นแกล้งผู้อื่น

ทั้งนี้ สำนักงานศาลยุติธรรมจะได้นำคำแนะนำดังกล่าวไปประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อให้ประชาชนทราบโดยทั่วกันต่อไป

2. สังคมพึงระวัง ก่อนตราหน้าผู้อื่นอย่างไม่เป็นธรรม

อีกด้านหนึ่ง ปรากฏว่า มีกรณีศึกษา หน่วยงานรัฐถูกสังคมและสื่อบางส่วนรุมประณาม ทำนองว่าทุจริตที่สุด อ้างอิงจากการสำรวจของภาคเอกชน ซึ่งไม่ใช่การรวบรวมหลักฐานที่แน่นหนา

ลองเอาใจเขา ใส่ใจเรา

หากเราไม่ได้โกง แต่เป็นคนทำงานในหน่วยงานรัฐนั้น เมื่อถูกประณามก็ย่อมได้รับความเสียหาย อับอาย

ย่อมต้องการหลักฐานเพื่อเช็คบิล จัดการกับคนโกงในหน่วยงานของตนเอง

ย่อมต้องการขอข้อมูลที่อ้างว่าในหน่วยงานของตนมีการทุจริต เพื่อเป็นเบาะแสจัดการต่อไป

เรื่องแบบนี้ สมควรให้ความเป็นธรรมต่อหน่วยงานรัฐด้วยเช่นกัน

ล่าสุด เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ดร.สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ แถลงผลการพิจารณาเอกสารงานวิจัยการสำรวจความคิดเห็นภาคเอกชนของคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) กรณีระบุว่า กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เป็นหน่วยงานที่มีการเรียกรับสินบนสูงสุด โดยมีการเสนอ 102,160 บาทต่อครั้ง โดยมีประเด็นสงสัยเนื่องจากที่ผ่านมาเกือบ 30 ปี คพ.ไม่เคยได้รับการร้องเรียนเรื่องการทุจริต

ดร.สุรินทร์ แถลงว่า หลังจากที่ได้ทราบผลสำรวจ คพ. ได้เรียกประชุมผู้บริหาร คพ.ทั่วประเทศทันที และได้ทำหนังสือเปิดผนึกถึง กกร. เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 เพื่อขอให้ชี้แจงที่มาของข้อมูล วิธีการตรวจสอบ และส่งมอบหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ คพ. ตรวจสอบได้ว่ามีเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตจริงหรือไม่

โดย กกร. ได้จัดส่งหนังสือชี้แจงหลักการและระเบียบวิธีการสำรวจความคิดเห็นของภาคเอกชนเกี่ยวกับความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการของภาครัฐ ให้ คพ. เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2569

ดร.สุรินทร์ กล่าวว่า คพ. ไม่ปฏิเสธการตรวจสอบเกี่ยวกับการต่อต้านทุจริต ในทางตรงกันข้าม เรามีความยินดียิ่งที่จะถูกตรวจสอบ เนื่องจากปัญหาคอร์รัปชันเป็นปัญหาใหญ่ที่กระทบต่อเศรษฐกิจ การลงทุนและประชาชน พร้อมยืนยันว่าจะลงโทษทางวินัยอย่างเด็ดขาดโดยไม่มีข้อยกเว้น หากพบเจ้าหน้าที่กระทำความผิด

นอกจากนี้ คพ. ไม่ได้นิ่งนอนใจต่อกระแสข่าวที่เกิดขึ้น โดยได้แต่งตั้งคณะทำงานพิจารณาทบทวนมาตรการและแนวทางปฏิบัติราชการในทุกขั้นตอน เพื่อป้องกันการทุจริต พร้อมออกหนังสือแจ้งเวียนกำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกระดับปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและโปร่งใส และคพ.ได้เข้าร่วมประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมีปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ดร. รวีวรรณ ภูริเดช) เป็นประธาน เพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางขับเคลื่อนการป้องกันและปราบปรามการทุจริตอย่างเป็นระบบ

จากการที่ผู้บริหาร คพ. ได้ร่วมกันทบทวนภารกิจและโครงการต่างๆ พบว่า “กระบวนงานการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายกับแหล่งกำเนิดมลพิษ” เป็นจุดที่มีความเสี่ยงต่อการทุจริตด้านการใช้อำนาจและตำแหน่งหน้าที่

ทั้งนี้ ที่ผ่านมา คพ. ได้ร่วมมือกับสำนักงาน ป.ป.ท. นำระบบบริหารจัดการความเสี่ยงการทุจริต (CRMS) และมาตรการควบคุมมาปฏิบัติใช้อย่างเป็นรูปธรรม จนส่งผลให้ คพ. ได้รับผลการประเมินเชิงคุณภาพในระดับ “ดีเยี่ยม” (Excellent) ต่อเนื่องกันถึง 3 ปี และ คพ. ยังคงมุ่งมั่นยกระดับคู่มือปฏิบัติงาน (Work Manual) ไปสู่มาตรฐาน SOP (Standard
Operating Procedure) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ลดการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ และสร้างความโปร่งใสสูงสุดตามนโยบายของรัฐมนตรีและปลัดกระทรวง

ดร.สุรินทร์ กล่าวว่า เมื่อได้รับเอกสารจาก กกร. แล้ว คพ. มีข้อสังเกตว่า กระบวนการจัดทำวิจัยของ กกร. ถูกต้อง ชอบธรรม ตามหลักวิชาการ หรือไม่อย่างไร ยกตัวอย่างเช่น

การจำแนกหน่วยงานภาครัฐ ออกเป็น 5 กลุ่ม ได้แก่ (1) กลุ่มการจัดเก็บภาษีและรายได้ (2) กลุ่มการออกใบอนุญาต (3) กลุ่มศุลกากรและการค้าระหว่างประเทศ (4) กลุ่มสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐาน และ (5) กลุ่มการกระบวนการยุติธรรมและการบังคับใช้กฎหมาย โดยมีหน่วยงานระดับกรมของประเทศ 162 หน่วยงาน แต่มีการสำรวจอยู่เพียง 26 หน่วยงาน ซึ่งไม่ครอบคลุมภาพรวมของระบบราชการไทยทั้งประเทศ ในเชิงวิชาการไม่สามารถนำผลไปใช้ในการกำหนดนโยบายประเทศทั้งระบบได้

การออกแบบสอบถามยึดโยงจากแนวทางของธนาคารโลก (World Bank) ปี 2542 เป็นหลัก ซึ่งเป็นข้อมูลที่เก่า หลายหน่วยงานได้ถูกปรับบทบาทภารกิจไปแล้ว ตั้งแต่ปี 2545 อาจไม่สอดคล้องกับบริบทปัจจุบันของแต่ละหน่วยงาน ตัวอย่างเช่น กรมทรัพยากรธรณีไม่มีบทบาทใด อยู่ใน 5 กลุ่มหน่วยงานภาครัฐที่จำแนกเลย

การศึกษาครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่ภาคเอกชนเพียงบางกลุ่มที่มีขอบเขตค่อนข้างจำกัดไม่ได้การกระจายกลุ่มตัวอย่างไปยังภาคส่วนอื่นที่เกี่ยวข้องด้วย เช่น ภาคประชาชน ผู้รับบริการทั่วไป ภาควิชาการ หรือภาคประชาสังคม เพื่อให้เกิดมุมมองที่หลากหลาย และช่วยสร้างกลไก Check and Balance ต่อผลลัพธ์ของการศึกษา

การสำรวจใช้แบบสัมภาษณ์ 2 รูปแบบ คือ แบบออนไลน์ (Google Form) และแบบเผชิญหน้า (Face to Face) โดย กกร. แจ้งว่ามีแบบสอบถามออนไลน์เพื่อเป็นตัว Back upดูความสอดคล้อง แต่โครงสร้างแบบสอบถามทั้งสองมีความแตกต่างกันทั้งจำนวนส่วนและข้อคำถาม ซึ่งไม่สอดคล้องกันอย่างมีนัยสำคัญ

การสำรวจตัวอย่างผู้ตอบแบบสอบถาม 401 ราย ทั่วประเทศ ในช่วงระหว่าง วันที่ 26 มี.ค. – 10 เม.ย. 2569 ( จำนวน 16 วัน) เป็นระยะเวลาที่กระชั้นชิด มีความเสี่ยงในการควบคุมมาตรฐาน/คุณภาพในการสำรวจแบบสอบถาม แบบ Face to Face ที่ทีข้อคำถามมากถึง 70 ข้อ ซึ่งต้องสอบถามให้ได้ 25 ราย/วัน โดยตัวอย่างกระจายตัวอยู่ทั่วประเทศ ย่อมเสี่ยงต่อการการควบคุมมาตรฐาน/คุณภาพในการสำรวจแบบสอบถาม

ข้อมูลในระดับรายหน่วยงานจะเพียงพอสำหรับการสรุปหรือจัดอันดับการทุจริตซึ่งเป็นภาพรวมรายหน่วยงานและเป็นภาพลักษณ์ของประเทศหรือไม่ เนื่องจากพิจารณาจากผู้ที่มีประสบการณ์ตรงจริง ร้อยละ 45 หรือราว 184 คน เมื่อเชื่อมโยงกับ 26 หน่วยงาน อาจมีคนตอบเพียงแค่เฉลี่ย 7 คนหรือน้อยกว่านั้น ต่อหน่วยงาน เท่านั้น

แบบสอบถามมีคำถามที่ชี้นำในการตอบ เช่น “เป็นที่รู้กัน” หรือวัดความเชื่อ เช่น “เชื่อมั่นเพียงใด” และตั้งสมมุติฐานเชิงลบ เช่น “หากไม่จ่ายเงินเพิ่ม ท่านเชื่อว่ากระบวนการจะมีความล่าช้าเกินกำหนดหรือไม่”

ทั้งนี้ จากหนังสือชี้แจงของ กกร. ได้ยอมรับว่าระดับความเชื่อมั่นและค่าความคลาดเคลื่อนของกลุ่มตัวอย่างเป็นการอ้างอิงกรอบการกำหนดตัวอย่างในภาพรวมของการสำรวจ ไม่ควรตีความเป็นการรับรองความแม่นยำในระดับรายหน่วยงานหรือรายประเด็นย่อยด้วยระดับเดียวกันทั้งหมด เป็นต้น

ทำให้การที่ กกร. สรุปข้อมูลว่า คพ. เป็นหน่วยงานที่เสนอการรับสินบนต่อครั้งเป็นอันดับ 1 นั้น คพ. จึงเห็นว่าไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการ ตามหลักการวิจัย ผิดจรรยาบรรณการทำศึกษาวิจัยหรือไม่อย่างไร

ดร.สุรินทร์ กล่าวย้ำว่า คพ. เห็นด้วยกับการตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วยกระบวนการที่ถูกต้องเป็นธรรม แต่ไม่เห็นด้วยกับกระบวนการวิจัยของ กกร. ครั้งนี้

คพ. ไม่ปฏิเสธการตรวจสอบเกี่ยวกับการต่อต้านทุจริต ในทางตรงกันข้าม เรามีความยินดียิ่งที่จะถูกตรวจสอบ เนื่องจากปัญหาคอร์รัปชันเป็นปัญหาใหญ่ที่กระทบต่อเศรษฐกิจการลงทุนและประชาชน พร้อมยืนยันว่าจะลงโทษทางวินัยอย่างเด็ดขาดโดยไม่มีข้อยกเว้น หากพบเจ้าหน้าที่กระทำความผิด…

กรณีสะท้อนว่า การตรวจสอบทุจริต กับความเป็นธรรม ต้องเป็นไปควบคู่กัน

สารส้ม

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
02:00 น. คุณแหน:27 พฤษภาคม 2569
21:55 น. หมอเตือน ชายสูบบุหรี่ วันละ 5 มวน มีอาการไอเรื้อรัง มา 3 เดือน ซื้อยามากินเอง สุดท้ายตรวจเจอ มะเร็งปอด
21:42 น. หมอเดชา ฉะ อภิสิทธิ์ หรือจะเห็นคุณค่า​ความเป็น​ แมลงสาบ มากกว่า​ ความเป็น​ อนุรักษ์​นิยม
21:16 น. พังงาวิกฤต! ฝนตกต่อเนื่องน้ำท่วม 2 อำเภอ เสียหายพุ่ง 154 หลังคาเรือน
21:13 น. เกาหลีใต้ช็อก! เกิดเหตุสะพานข้ามแยกถล่มกลางกรุงโซล สั่งระงับการเดินรถไฟ
ดูทั้งหมด
เมื่อญี่ปุ่นขอเอาคืน! ไวรัลแพ็กเกจจิ้งญี่ปุ่นใช้ฟอนต์สไตล์ 'ตัวอักษรไทย'
ปิดตำนานอีกสาขา บุฟเฟต์ร้านดัง ประกาศอำลา ทำชาวเน็ตแห่คอมเมนต์
ยิปซี 12 นักษัตร : พยากรณ์ระหว่างวันที่ 24-30 มกราคม พ.ศ.2569
ในฐานะคนใต้! เอกชัย ฟาดแรง มะเดี่ยว 'อุบาทว์เป็นของคุณ อร่อยเป็นของพวกเรา'
ดีเจมะตูม ขอโทษ คิมซูฮยอน ยอมรับด่วนตัดสินจากกระแสสังคม
ดูทั้งหมด
‘สินบน’ ต้นทุนแฝงที่อาจทำให้ไทยแข่งขันกับใครไม่ได้
ตำนานกลองอัศจรรย์ (4)
การตรวจสอบทุจริต กับความเป็นธรรม
บุคคลแนวหน้า : 27 พฤษภาคม 2569
นับหนึ่ง กรอ. โฉมใหม่ : เมื่อรัฐฟัง ‘เจ้าสัว’ แต่ต้องไม่หลงลืม ‘รากหญ้า’
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

หมอเตือน ชายสูบบุหรี่ วันละ 5 มวน มีอาการไอเรื้อรัง มา 3 เดือน ซื้อยามากินเอง สุดท้ายตรวจเจอ มะเร็งปอด

หมอเดชา ฉะ อภิสิทธิ์ หรือจะเห็นคุณค่า​ความเป็น​ แมลงสาบ มากกว่า​ ความเป็น​ อนุรักษ์​นิยม

เกาหลีใต้ช็อก! เกิดเหตุสะพานข้ามแยกถล่มกลางกรุงโซล สั่งระงับการเดินรถไฟ

เคลื่อนไหวแล้ว นานา ไรบีนา เปิดใจปมหนี้สิน ยันทยอยจ่ายตามกำลัง

โศกนาฏกรรมครั้งใหญ่! รถไฟพุ่งชนรถมินิบัสเด็กพิเศษ สังเวยหลายชีวิตในเบลเยียม

เราจะไม่ทิ้งกัน! แม่ทัพภาค 4–ผบช.ภ.9 เยี่ยมดาบตำรวจ-ลูกน้อย เหยื่อเหตุยิงที่ปัตตานี

  • Breaking News
  • คุณแหน:27 พฤษภาคม 2569 คุณแหน:27 พฤษภาคม 2569
  • หมอเตือน ชายสูบบุหรี่ วันละ 5 มวน มีอาการไอเรื้อรัง มา 3 เดือน ซื้อยามากินเอง สุดท้ายตรวจเจอ มะเร็งปอด หมอเตือน ชายสูบบุหรี่ วันละ 5 มวน มีอาการไอเรื้อรัง มา 3 เดือน ซื้อยามากินเอง สุดท้ายตรวจเจอ มะเร็งปอด
  • หมอเดชา ฉะ อภิสิทธิ์ หรือจะเห็นคุณค่า​ความเป็น​ แมลงสาบ มากกว่า​ ความเป็น​ อนุรักษ์​นิยม หมอเดชา ฉะ อภิสิทธิ์ หรือจะเห็นคุณค่า​ความเป็น​ แมลงสาบ มากกว่า​ ความเป็น​ อนุรักษ์​นิยม
  • พังงาวิกฤต! ฝนตกต่อเนื่องน้ำท่วม 2 อำเภอ เสียหายพุ่ง 154 หลังคาเรือน พังงาวิกฤต! ฝนตกต่อเนื่องน้ำท่วม 2 อำเภอ เสียหายพุ่ง 154 หลังคาเรือน
  • เกาหลีใต้ช็อก! เกิดเหตุสะพานข้ามแยกถล่มกลางกรุงโซล สั่งระงับการเดินรถไฟ เกาหลีใต้ช็อก! เกิดเหตุสะพานข้ามแยกถล่มกลางกรุงโซล สั่งระงับการเดินรถไฟ
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

การตรวจสอบทุจริต กับความเป็นธรรม

การตรวจสอบทุจริต กับความเป็นธรรม

27 พ.ค. 2569

รักษากำลังซื้อในประเทศ  และเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน

รักษากำลังซื้อในประเทศ และเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน

26 พ.ค. 2569

การเมืองส้มสามานย์  ไม่สนใจแก้ปัญหาประชาชน มุ่งหาเรื่องสถาบัน ?

การเมืองส้มสามานย์ ไม่สนใจแก้ปัญหาประชาชน มุ่งหาเรื่องสถาบัน ?

25 พ.ค. 2569

การทบทวนมาตรการยกเว้นการตรวจลงตราฯ  รัฐจะมีรายได้เพิ่ม 18,850 ล้านบาท!!!

การทบทวนมาตรการยกเว้นการตรวจลงตราฯ รัฐจะมีรายได้เพิ่ม 18,850 ล้านบาท!!!

22 พ.ค. 2569

บอลโลกแพงไป  ไม่คุ้ม ไม่ซื้อ

บอลโลกแพงไป ไม่คุ้ม ไม่ซื้อ

21 พ.ค. 2569

วัวหาย ต้องล้อมคอก  คนตาย ต้องป้องกันไม่ให้ตายเพิ่มแบบเดิมๆ

วัวหาย ต้องล้อมคอก คนตาย ต้องป้องกันไม่ให้ตายเพิ่มแบบเดิมๆ

20 พ.ค. 2569

อย่าให้มีเหยื่อรายต่อไป

อย่าให้มีเหยื่อรายต่อไป

19 พ.ค. 2569

แซะรถพุ่มพวง  ตัวอย่างการหลับหูหลับตาโจมตีหวังผลการเมือง

แซะรถพุ่มพวง ตัวอย่างการหลับหูหลับตาโจมตีหวังผลการเมือง

18 พ.ค. 2569

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved