วันพุธ ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
เต็มไปด้วยสาระและข้อเท็จจริงคือ หนังสือพิมพ์แนวหน้าwww.naewna.com ทุกบรรทัด ตรงไป ตรงมา
...■■ ครม.อนุทิน ชาญวีรกูล อนุมัติ โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส ฝ่าวิกฤตไปด้วยกัน” เป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่ออังคารที่ผ่านมา
...■■ เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบค่าครองชีพประชาชนและรักษาไม่ให้กำลังซื้อลดลงมากเกินไป โดยรัฐบาลจะช่วยเหลือประชาชนกว่า 43 ล้านคนเพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือนเป็นระยะเวลา 4 เดือน ตั้งแต่ 1 มิถุนายน-30 กันยายน 2569
...■■ ผ่านการใช้เงินจากพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 วงเงินรวมกว่า 1.7 แสนล้านบาท
...■■ สำหรับการช่วยเหลือแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่1.การช่วยเหลือกลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจำนวนประมาณ 13.2 ล้านคน ซึ่งรัฐจะให้เงินเพิ่มอีกเดือนละ 700 บาท จากเดิมได้ 300 บาท รวมเป็น 1,000 บาท เป็นเวลา 4 เดือน2.การช่วยเหลือคนชั้นกลางและมนุษย์เงินเดือนที่ประสบปัญหาค่าครองชีพสูงขึ้น โดยใช้หลักการรัฐช่วยจ่าย 60% และประชาชนจ่ายเอง 40% เพื่อบรรเทาค่าใช้จ่ายประจำวันในวงเงินคนละ 1,000 บาทต่อเดือน เป็นเวลา 4 เดือน และ 3.การช่วยต่อลมหายใจให้ร้านค้าและธุรกิจรายย่อยทั่วประเทศโดยเน้นการเติมสภาพคล่องและเติมสายป่านให้ผู้ขายรายเล็กสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้
...■■ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง พร้อมทั้งลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง และผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมกันแถลงละเอียดยิบ
...■■ สรุปคือ สถานการณ์ในปัจจุบันได้ก้าวเข้าสู่ระลอกที่สองคือวิกฤตต้นทุน ซึ่งก่อนหน้านี้รัฐบาลได้มีมาตรการช่วยเหลือกลุ่มเฉพาะอย่างเกษตรกรและผู้ขับรถขนส่งไปแล้วเมื่อวันที่ 11 เม.ย. ผ่านมา แต่ในขณะนี้กำลังก้าวเข้าสู่ระลอกที่สามคือวิกฤตของแพง โดยตัวเลขเงินเฟ้อล่าสุดอยู่ที่ 2.9% และมีโอกาสจะสูงขึ้นอีก หากไม่ดำเนินการแก้ไขจะนำไปสู่ระลอกต่อไป
...■■ นั่นคือวิกฤตกำลังซื้อ ซึ่งจะกระทบต่อผู้มีรายได้น้อยและธุรกิจขนาดเล็กที่ไม่มีเงินออมสะสม จนอาจนำไปสู่การปิดตัวของธุรกิจ การตกงาน และเศรษฐกิจซึมยาว
...■■ สำหรับกำหนดการของโครงการนั้น ประชาชนทั่วไปสามารถลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 25-29 พฤษภาคมนี้ ระหว่างเวลา06.00 น. ถึง 22.00 น. ซึ่ง “มือปราบ” เชื่อว่าประชาชนคงเตรียมข้อมูลไว้หมดแล้ว
...■■ มีผู้สงสัยว่า ถ้าลงทะเบียนแล้วรับเงินแล้วใช้จ่ายแล้ว หากศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่า โครงการดังกล่าวไม่เร่งด่วนเป็นไปตามที่ฝ่ายค้านยื่นเอาไว้ จะทำอย่างไร ประชาชนจะต้องคืนเงินมั้ย???
...■■ คำตอบ คงไม่ถึงขนาดนั้น ที่ “มือปราบ”เคยร่ำเรียนมาเมื่อ 40 ปีก่อน คำว่าพระราชกำหนดคือ กฎหมายที่ออกโดยฝ่ายบริหารมีผลทันที ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเงิน การคลังและความมั่นคงของชาติ
...■■ จำได้คร่าวๆที่อาจารย์ยุคนั้นท่านยกตัวอย่างว่า ครั้งหนึ่ง รัฐบาลต้นแบบประชาธิปไตยในยุโรปออก พ.ร.ก.ขึ้นภาษีเนย ถังละ (สมมุติ) จาก100 บาท เป็น 200 บาท รัฐบาลได้ภาษีเพิ่ม คนผลิตเนยก็โยนภาระภาษีไปให้ผู้บริโภค
...■■ เมื่อนำพ.ร.ก.ภาษีเนย เข้าสภาปรากฏว่าสภาไม่รับรองเห็นว่าประชาชนได้รับความเดือดร้อนเนยมีราคาสูงขึ้นจึงคว่ำไปถามว่าผลที่ตามมารัฐบาลต้องคืนภาษีที่เก็บเกินไว้หรือไม่??? คำตอบ คือไม่ต้องคืน เก็บแล้วเก็บเลย แต่เมื่อกฎหมายไม่ผ่านก็ต้องไปเก็บภาษีเนยที่ 100 บาทต่อถังตามเดิม
...■■ อันนี้น่าจะเหมือนกัน ถ้าฝ่ายค้านสมประสงค์ในการยื่นคำร้อง ก็คงไม่มีใครไปเรียกเก็บเงินที่ประชาชนรับไปแน่นอน ส่วนเงินที่เหลือที่รัฐบาลใช้ไม่ทันก็คงใช้ไม่ได้
...■■ ฉบับอังคารที่ผ่านมา “มือปราบ”เขียนว่า องค์การอนามัยโลก (WHO) ออกประกาศเมื่อ 17 พฤษภาคม ให้สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสอีโบลา ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกและยูกันดา เป็นภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขในระดับที่นานาชาติควรวิตกกังวล หลังจำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 80 ศพ และมีผู้ต้องสงสัยติดเชื้อเพิ่มอีก 300 คน
...■■ สำหรับไวรัสอีโบลา สายพันธุ์บุนดีบูเกียว ที่กำลังแพร่ระบาดในขณะนี้ถือว่าเป็นสายพันธุ์ที่ยังไม่มีวัคซีนและแนวทางรักษาผู้ป่วยอย่างชัดเจน
...■■ คองโก และยูกันดา อยู่ห่างไกลจากประเทศไทยมากนัก เชื้อร้ายคงมาไม่ถึง
...■■ ล่าสุด พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ย้ำว่า รัฐบาลกำชับกระทรวงสาธารณสุขติดตามสถานการณ์และเฝ้าระวังตามประกาศดังกล่าวอย่างใกล้ชิด
...■■ พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเตรียมความพร้อมด้านการดูแลรักษา ระบบห้องแยกโรค อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล และความพร้อมด้านห้องปฏิบัติการ เพื่อรองรับหากพบผู้ป่วยสงสัยในอนาคต
...■■ ครับก็อย่าเพิ่งป่วยในตอนนี้ ท่องคาถาไว้โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส ฝ่าวิกฤตไปด้วยกัน” รออยู่ข้างหน้า...■■ สวัสดีครับ
มือปราบ
เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี