วันอาทิตย์ ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
หนังสือพิมพ์แนวหน้า มั่นคง ตรงไป ตรงมา อัดแน่นไปด้วยเนื้อหาสาระเช่นเคย ท่ามกลางเสียงด่ากันขรม หลัง พรรคประชาชน กับ เท้ง-ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคส้ม ออกมาวิจารณ์บทบาทองคมนตรี ที่ลงมารับฟังเกี่ยวกับปัญหาภัยแล้ง และสถานการณ์เอลนีโญ
...nn พรรคส้มยังคงใช้มุกเดิมๆ คือ ใช้วาทกรรมดูดี ทำทีเป็นห่วงเป็นใย อ้างถึง สิ่งที่มิบังควร แต่คนเขาก็อ่านออกทั้งประเทศว่า แท้จริงนั้นกำลังคิดและทำอะไร??? ดังนั้นจึงไม่แปลกที่จะถูกถล่มแทบเสียคนว่า เป็นถึงผู้นำฝ่ายค้าน แต่ไร้ซึ่งวุฒิภาวะ-ภูมิปัญญา
...nn การเป็นนักการเมืองที่ดี ต้องรู้จักวิเคราะห์ และแยกแยะว่า การกระทำนั้นเป็นประโยชน์แก่ประชาชนคนไทยโดยส่วนรวม ไม่ใช่ตะบี้ตะบันค้านมันไปซะทุกเรื่อง กลายเป็นใช้อคติบังตา จนมองไม่เห็นชั่วดีถี่ห่างอะไร ยกเว้นหางของตัวเองกับพรรคพวก
...nn นักการเมืองที่คิดได้แค่นี้ อย่าว่าแต่จะเป็นนายกฯจริงๆ เลย แม้แต่ นายกฯเงา ยังไม่สมควรเสียด้วยซ้ำไป ก็ถูกแล้วที่โดนนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ออกมาดีดปากว่า ไม่รู้วิธีบริหารประเทศ ยังมีหน้ามาแค่นวิจารณ์รัฐบาล แต่ถ้าด่าเป็นภาษาชาวบ้านก็คือ ปากไวกว่าปัญญา???
...nn เพราะโดยข้อเท็จจริงนั้น รัฐมนตรีมหาดไทยร่วมประชุมปัญหาภัยแล้งกับองคมนตรีมาหลายรัฐบาล แม้แต่นายกฯเองก็บอกว่า เป็นสิ่งที่ดำเนินการมาเป็น 10 ปีแล้ว เป็นเรื่องปกติ ไม่ได้ประชุมแทรกแซงอะไร แต่เป็นการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีประสบการณ์อย่างล้นเหลือ
...nn ต้องจับตาดูให้ดีๆ มุมหนึ่ง การที่ พรรคส้ม ออกมาเปิดหน้าเล่นเกมนี้แม้จะถูกด่าสนั่นเมือง แต่ก็ถือว่าสร้างประเด็นการวิจารณ์ขึ้นในสังคมตามแนวถนัด แล้วบังเอิญว่า ช่วงนี้กำลังตีปี๊บจะแก้รัฐธรรมนูญซะด้วย ไม่รู้ว่าเป็นแผนโหมโรงแก้หมวดไหนหรือไม่???
...nn สิ้นสุดการรอคอยเสียทีในที่สุด คนละครึ่งในเวอร์ชั่น ไทยช่วยไทยพลัส ได้ฤกษ์ลงทะเบียนวันจันทร์ที่ 25 พ.ค. - 29 พ.ค. 2569 อย่าลืมเตรียมความพร้อม อัปเดตแอปเป๋าตัง ก่อนลงทะเบียน 6 โมงเช้า
...nn ไทยช่วยไทยพลัส รอบนี้ รัฐบาลออกให้ 60% และประชาชนจ่ายเอง 40% เดือนละ 1,000 บาท ต่อเนื่อง 4 เดือน รวมคนละ 4,000 บาทถ้วน ใช้จ่ายไม่เกิน 200 บาทต่อวัน และต้องใช้ให้หมดภายในเดือนนั้น เริ่มช้อปปิ้งกันได้ตั้งแต่ 1 มิ.ย-30 ก.ย.
...nn โครงการนี้ ถือว่า เป็นหน้าเป็นตาของรัฐบาล โดยใช้เงินจากพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านฉบับนั้น แต่แบ่งก้อนแรก 2 แสนล้านมาใช้กับ ไทยช่วยไทยพลัส วงเงิน 1.76 แสนล้าน ช่วยเหลือ 3 กลุ่มคือ กลุ่มคนทั่วไป 30 ล้านสิทธิ กลุ่มเปราะบาง 13.18 ล้านคน และกลุ่มร้านค้ารายเล็กๆ
...nn เป้าหมายรัฐบาลคือ ยิงกระสุนใส่กระเป๋าตรงๆ กระตุ้นแรงซื้อสินค้าอุปโภค-บริโภคอย่างแท้จริง รวมทั้งต่อลมหายใจร้านค้ารายเล็กรายน้อยที่จะได้รับผลกระทบจากวิกฤตต้นทุนที่สูงขึ้น ดังนั้น ร้านทำเล็บ ทำผม ร้านนวดสปา หรือร้านที่เป็นการบริการ จึงวืดด้วยประการฉะนี้
...nn คือถ้าฟังจากปากของ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและ รมว.คลัง ก็น่าห่วงเพราะจากนี้ไปวิกฤตไม่ใช่เพียงเรื่องตัวเลขเศรษฐกิจ แต่คือวิกฤตต้นทุนและค่าครองชีพ ซึ่งส่งผลต่อกำลังซื้อหดหาย และอาจนำไปสู่การปิดตัวของธุรกิจรายเล็ก จากนี้ไปอีก 4 เดือนรู้เรื่อง
...nn แต่ที่ต้องลุ้นเฉพาะหน้าก่อนตอนนี้คือ ชะตากรรมของ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน หลังจากศาลรัฐธรรมนูญ รับตีความไปแล้วว่า ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่??? ก็ต้องรอให้คณะรัฐมนตรี ทำคำชี้แจงไปก่อนว่า มีความจำเป็นเร่งด่วนอย่างไรที่ต้องออก พ.ร.ก.
...nn เหตุผลก็คงเป็นไปตามที่ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ว่าไว้คือ เรากำลังวิกฤตเรื่องค่าครองชีพ ประเด็นตรงนี้ ไม่น่ามีปัญหาแต่อีก 2 แสนล้านบาท ที่รัฐบาลบอกว่าจะเอามาใช้เปลี่ยนผ่านพลังงานนั่นแหละคือข้อน่ากังวลอยู่ลึกๆ ว่า เป็นเรื่องด่วนหรือไม่???
...nn ส่วนกรณีคณะรัฐมนตรีมีมติยกเลิกมาตรการฟรีวีซ่า 60 วัน จำนวน 93 ประเทศ แม้จะยังไม่มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการว่าเป็นเมื่อไร ต้องรอให้กระทรวงการต่างประเทศไปจัดการเรื่องรายละเอียด แต่ก็ถือว่า รัฐบาลทำถูกต้อง เพราะจะช่วยคัดกรองความมั่นคงได้มากทีเดียว
...nn แต่เสียดายทำช้าไปหน่อย เพราะ เงื่อนไขฟรีวีซ่า 60 วันกลายเป็นเปิดประตูสวรรค์ให้พวกฝรั่งต่างด้าวสีเทาเข้ามาก่ออาชญากรรม ชักชวนกันมาตั้งเครือข่ายมาเฟีย-กุ๊ย บนผืนแผ่นดินไทยไม่รู้กี่แก๊งต่อกี่แก๊งแล้ว แทนที่จะได้นักท่องเที่ยวคุณภาพ กลับเป็นแหล่งซ่องสุม
...nn จะว่าไป มติยกเลิกนั้นไม่ยาก แต่ยากตรงลงมือปฏิบัติ ทั้งการกวดจับขับไล่พวกต่างชาติสีเทาเหล่านี้ให้พ้นไปจากประเทศ ก็คงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ไม่รู้จะต้องเสียพลังคน พลังงาน พลังงบไปอีกเท่าไหร่กว่าจะกวาดล้างให้เบาบางลงได้บ้าง แต่ถ้าจะให้สิ้นซากเลย คงยาก
...nn ดูอย่างที่ ภูเก็ต หรือสุราษฎร์ธานีน่าขำตรงที่หน่วยงานรัฐ หรือแม้แต่รัฐบาล เพิ่งจะตาลีตาเหลือก ทำขึงขังจะล้างบางมาเฟีย-กุ๊ย พวกที่ยึดเกาะ-ยึดหาด หรือแย่งที่ทำกินคนไทย ทั้งที่เรื่องแบบนี้มันฝังรากลึกมานาน จนออกลูกออกหลานอยู่กันเต็มบ้านเต็มเมืองแต่ผู้อำนาจเพิ่งจะรู้สึก
...nn แต่ไหนๆ แล้ว ก็เอาเถอะ ดีกว่าไม่ทำอะไรซะเลย ล่าสุดก็เพิ่งมีคำสั่งเด้งฟ้าผ่า 5 เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองภูเก็ต โดนกราวรูดตั้งแต่ปลัดจังหวัด ยันนายอำเภอ แม้จะอ้างเรื่องการร้องเรียนของผับ-บาร์ แต่คนในพื้นที่เขาก็รู้กันจริงๆ มาจากเรื่องอะไร เพราะ นี่คือการเชือดไก่ให้ลิงดู
...nn แต่ดูเหมือน ไก่จะสู้มีด ทางปลัดจังหวัดภูเก็ต ออกมาโพสต์อย่างเดือดว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมถูกเด้งช่วยราชการฯ ทั้งๆ ที่ช่วยยึดหาดฟรีด้อม-บางเทา มูลค่าหลายพันล้านคืนให้รัฐ งานนี้ต้องจับตาดูว่า จะปิดเกมที่ ขรก.ตัวเล็กตัวน้อยเท่านี้ หรือจะมีที่ใหญ่กว่านั้น
...nn เพราะมีข่าวว่า ปฏิบัติการล้างบางนอมินีรอบสอง กำลังจะตามมา คราวนี้ใช้ทั้งกลไก ปปง. และตำรวจ ร่วมกันขยายผลข้าราชการอื่นๆ ในพื้นที่เพิ่มเติม คาดรู้ผลเร็วๆ นี้ ไม่รู้ว่าจะสะเทือนขนาดไหน ที่สำคัญกว่านั้น จะต่อเนื่องหรือไม่??? และจะเอาแผ่นดินไทยกลับได้จริงมั้ย???
...nn แต่ถ้าถามใจชาวบ้านชาวช่อง คงไม่อยากคาดหวังอะไรมาก เพราะก็รู้ๆ กันอยู่ว่า ปัญหาทำนองนี้ มันลูบหน้าปะจมูก รอให้ไฟไหม้ฟางมอดลง ทุกอย่างก็จะกลับไปสู่วังวนเดิมๆ คือ มาเฟีย-กุ๊ย ออกมาเดินเพ่นพ่านกันเต็มถนน เพราะรู้ว่า อำนาจการเมืองไม่คงที่ แต่อำนาจมืดนั้นคงทนกว่า...สวัสดี
สิบแปดสิงห์

ระทึก รถปูนติดแหง็กคารางรถไฟ ชาวบ้านช่วยกันโบก หยุดขบวนรถไฟเป็นการด่วน
อีกแล้ว! รวบหมอดูเขมร หลอกสาวใหญ่แก้กรรม ลวนลาม สูญเงินกว่า 1.7 ล้าน
ฝรั่งเศสฉะเดือดไม่ไว้หน้า แบน รมต.อิสราเอล สั่งห้ามเข้าประเทศ เซ่นปมคลิปฉาวสนั่นโลก
อนุทิน เตรียมร่วมนิทรรศการ ราชพัสตราสู่สากล กรุงปารีส เผยเตรียมหารือวงเล็ก กับปธน. ฝรั่งเศส
โพรไฟล์ไม่ธรรมดา 3 นักบินอวกาศจีนในภารกิจเสินโจว-23 เตรียมทะยานสู่อวกาศอาทิตย์นี้

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี