วันเสาร์ ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
การที่เป็นหัวหน้าพรรคเล็กที่มีเสียง 18 เสียงในสภาแต่มีบารมีทางการเมืองมากจึงได้รับการสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรี สามารถรวบรวมพรรคการเมือง จำนวนมากถึง 12 พรรคเข้ามาร่วมสนับสนุนได้นั้น ไม่ได้สร้างความมั่นคงทางการเมืองให้เข้มแข็งแต่อย่างใด เพราะนอก สภาเอง ประชาชนยังมองว่าพรรคประชาธิปัตย์ที่ชนะคะแนนเสียงเป็นอันดับหนึ่งในการเลือกตั้งน่าจะมีความชอบธรรมในการที่จะเป็นแกนนำตั้งรัฐบาลมากกว่า
ปัญหาของรัฐบาลของม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช นั้น อยู่ที่เรื่องสองเรื่องสำคัญ เรื่องแรกคือภายในรัฐบาลเอง เมื่อมีพรรคการเมืองเข้าร่วมถึง 12 พรรค นักการเมืองทั้งหลายพรรคต่างก็เรียกร้องผลประโยชน์ให้พรรค เพราะเป็นครั้งแรกในรอบ 26 ปีที่เขาพ้นจากการควบคุมของทหารนักการเมืองเป็นผู้มีอำนาจทางการเมืองแท้จริงเอง เขาก็ต่างก็ต้องการให้พรรคของตนได้ประโยชน์ทางการเมืองเพื่อการเลือกตั้งในคราวหน้า ส่วนเรื่องที่สองเป็นเรื่องภายนอกรัฐบาล หลังเหตุการณ์ 14 ตุลาคม ประชาชนทั้งหลายต่างก็มีอิสรเสรีภาพเป็นอย่างมากและถือว่าที่มีการเมืองได้เสรีเป็นประชาธิปไตยนี้ก็เพราะการต่อสู้ของตนเองไม่ใช่ของนักการเมือง ดังนั้นการที่ประชาชนหรือกลุ่มผลประโยชน์ต่างๆในสังคมจะออกมาเรียกร้องต่อรัฐบาลจึงมีมาก และแสดงความต้องการมากด้วย ทั้งสองประการนี้เป็นปัญหาสำคัญยิ่งของรัฐบาลที่เผชิญอยู่
แต่ในช่วงระยะเวลาอันสั้นนี้ นายกรัฐมนตรี ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ก็ได้พยายามใช้ความรู้ความสามารถทางการเมืองที่มีอยู่มากในการดำเนินนโยบายและในการแก้ปัญหาต่างๆ นโยบายสำคัญที่เป็นที่จำกันได้ดีที่รัฐบาลคึกฤทธิ์ทำโดยมุ่งหวังจะหาเสียงกับประชาชนมากก็คือนโยบายเงินผันที่กระจายเงินออกไปต่างจังหวัดเพื่อจะให้ถึงมือประชาชนผู้ลำบากยากจนในต่างจังหวัดด้วย ซึ่งก็ได้รับการตอบรับที่ดี อีกนโยบายหนึ่งซึ่งมีความสำคัญสำหรับประเทศมากเป็นนโยบายต่างประเทศที่เด่นชัดและมีผลดีกับประเทศไทย คือการที่ประเทศไทยสามารถติดต่อและสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับสาธารณรัฐประชาชนจีนหรือที่เรียกกันในสมัยนั้นว่าจีนคอมมิวนิสต์ได้สำเร็จเป็นอันดี โดยสามารถสถาปนาความสัมพันธ์ได้ในวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2518 ภายในเวลาไม่ถึงสี่เดือนหลังจากหม่อมราชวงศ์ คึกฤทธิ์ ปราโมช เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี อันเป็นเรื่องที่น่าสนใจและแปลกใจสำหรับคนทั่วไปมาก เพราะนายกรัฐมนตรีท่านนี้เป็นนักการเมืองที่ต่อต้านคอมมิวนิสต์มาตลอดกาล แต่เมื่อมีความจำเป็นในฐานะนายกรัฐมนตรี ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ก็เป็นคนที่ยอมเดินทางไปเจรจา พบกับประธาน เหมา เจ๋อตุงของจีนที่นครปักกิ่ง ทำให้สามารถตอบโต้การกดดันพรรคคอมมิวนิสต์ในประเทศไทยลงเป็นอย่างมาก และที่สำคัญ ที่ทำให้สามารถยืนหยัดที่จะเผชิญกับภัยรุกรานของประเทศคอมมิวนิสต์ในแหลมอินโดจีนได้เป็นอย่างดี
กระนั้นก็ตาม การเมืองภายในประเทศการเรียกร้องต่างๆที่ทางรัฐบาลไม่สามารถจะสนองตอบได้ ทำให้เกิดปัญหาความมั่นคงและความแตกแยกภายในรัฐบาลจากพรรคร่วมรัฐบาลเองด้วย เมื่อถึงขั้นที่ตำรวจซึ่งจะเป็นเจ้าหน้าที่ในการที่จะรักษาความปลอดภัยภายในประเทศเองได้เป็นฝ่ายก่อตัวประท้วงและเดินขบวนไปบุกรุกเข้าบ้านนายกรัฐมนตรี ทำลายข้าวของภายในบ้านจนเสียหายในเดือนสิงหาคมปีเดียวกันนั้น ฟางเส้นสุดท้ายที่นักการเมืองระดับเซียนอย่างม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ทนไม่ได้คือเกมการเมืองของพรรคร่วมรัฐบาลที่ต้องการเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรี จึงนำไปสู่การที่นายกรัฐมนตรี ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ได้ดำเนินการปรับคณะรัฐมนตรีอย่างเงียบๆ และรวดเร็ว โดยนายกรัฐมนตรีไปควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยด้วยและเอาหัวหน้า พรรคธรรมสังคมออกจากรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร กับมีการโยกย้ายเอารัฐมนตรีออกและเข้าอีกบางตำแหน่ง หลังจากนั้นเพียงงสองสามวัน จึงดำเนินการขั้นเด็ดขาดในทางการเมืองตามรัฐธรรมนูญนั่นก็คือประกาศ
ยุบสภา ในวันที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2518 เพื่อมีการ
เลือกตั้ง ในวันที่ี่ 4 เมษายน พ.ศ. 2519 ทันที
นรนิติ เศรษฐบุตร

'เป็กกี้ ศรีธัญญา' เปิดใจความสุขกลับคืนมา 100% อโหสิกรรมให้รักเก่า ไม่โกรธ ไม่แค้นแล้ว
เช็กก่อนจะสาย! เจ็บแน่นหน้าอก แบบไหน...สัญญาณเตือน โรคหลอดเลือดหัวใจตีบเฉียบพลัน
ลิซ่า ลลิษา โผล่เซอร์ไพรส์งานฉลองวิวาห์ ณเดชน์-ญาญ่า สวยออร่าทัชใจคนทั้งงาน
อุทาหรณ์! นักธุรกิจหนุ่ม รักสุขภาพ กินคลีน-ออกกำลังกาย ช็อกตื่นมาเป็นอัมพาต หมอเผยปม
รัฐบาลทรัมป์เอาจริง ออกกฎเหล็กจำกัดเวลาวีซ่านักเรียน-ผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยน-สื่อมวลชน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี