เมื่อประกาศใช้รัฐธรรมนูญในวันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2517 แล้ว การเมืองไทยในวันนั้นจึงเริ่มเดินเครื่องไปสู่ความปกติของการสร้างระบอบประชาธิปไตย ด้วยการจัดการเลือกตั้งทั่วไปขึ้นในวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2518 นักการเมืองเตรียมเนื้อเตรียมตัวกันมาตั้งแต่วันที่นายสัญญา ธรรมศักดิ์ เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีเลยก็ว่าได้มีทั้งนักการเมืองหน้าเก่า ที่ต่างกลับมาสู่สนามเลือกตั้งด้วยความยินดี ที่น่าสนใจมากคือนักการเมืองหน้าใหม่ คนดีมีฝีมือได้รวมตัวกันตั้งพรรคการเมืองใหม่เพื่อเสนอทางเลือกต่อประชาชนผู้เลือกตั้งกันมากพอสมควร
พรรคการเมืองเก่าแก่อย่างพรรคประชาธิปัตย์ได้ฟื้นคืนชีพ และดูจะเป็นพรรคการเมืองเก่าที่ถูกมองว่าน่าจะได้รับความสนับสนุนจากประชาชนเป็นอย่างดีชื่อเสียงของการเป็นพรรคเก่าแก่และเป็นพรรคฝ่ายค้านรัฐบาลทหารมาเดิม และพรรคการเมืองใหม่ที่อาศัยนักการเมืองเก่าซึ่งไม่ได้ไปอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ได้รับการตั้งขึ้นโดยนักการเมืองรุ่นลายครามที่เป็นคนเก่าของพรรคประชาธิปัตย์ คือพรรคกิจสังคม ที่มีหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช น้องชายของหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คือหม่อมราชวงศ์เสนีย์ปราโมช เป็นหัวหน้าพรรค คนเก่าแก่ของพรรคประชาธิปัตย์อย่างนายบุญเท่ง ทองสวัสดิ์ มาเป็นรองหัวหน้าพรรค ทั้งยังมีนักการเมืองหน้าใหม่อย่างนายบุญชู โรจนเสถียร นายธนาคารใหญ่มาอยู่ด้วย พรรคการเมืองที่เป็นกลุ่มการเมืองที่เคยอยู่กับทหารและเคยอยู่ในพรรครัฐบาลอย่างเช่นในพรรคเสรีมนังคศิลา ทางสายบ้านราชครูของทายาทจอมพลผิน ชุณหะวัณ หัวหน้าคณะรัฐประหารปี 2490 ก็ได้รวมพวกกันตั้งพรรคชาติไทย ขึ้น มี พลตรีประมาณ อดิเรกสาร เป็นหัวหน้าพรรค ส่วนพรรคการเมืองใหม่ที่มีผู้กล่าวถึงมากคือพรรคพลังใหม่ที่นักวิชาการรุ่นใหม่ได้รวมเพื่อนรุ่นใกล้เคียงกันตั้งขึ้นมาเพื่อเสนอทางเลือกให้ประชาชน ที่มี นายแพทย์กระแส ชนะวงศ์ ผู้เคยได้รับรางวัลแมกไซไซ เป็นหัวหน้าพรรคนอกจากนี้ยังมีกลุ่มนักการเมืองฝ่ายซ้ายทั้งรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ตั้งพรรคการเมืองในชื่อเก่าและชื่อใหม่เตรียมส่งคนลงสู่สนามเลือกตั้งด้วย ที่น่าเสียใจเป็นอย่างยิ่งที่ว่าการมีความคิดเห็นทางการเมืองที่ขัดแย้งกันเป็นซ้ายเป็นขวาช่วงเวลาที่เปิดให้การเมืองเสรีคราวนี้ ทำให้มีการลอบฆ่านักการเมืองฝ่ายซ้ายคนสำคัญ คือดอกเตอร์ บุญสนอง บุณโยทยาน เลขาธิการพรรคสังคมนิยม โดยลอบยิงกันกลางพระนคร ที่ซอยวิภาวดี 20 หรือซอยทางเข้าโรงแรมอพอลโล ถนนวิภาวดีฯ
การเลือกตั้งครั้งนี้ว่าไปแล้วก็เป็นการเลือกตั้งที่เสรีมากที่สุดของไทย เพราะนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีเกือบทั้งหมดไม่ได้ตั้งพรรคและลงเลือกตั้งด้วย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยคือหลวงอรรถสิทธิ์สิทธิสุนทร ที่คนนับถือว่าเป็นคนตรงผู้มีหน้าที่ควบคุมดูแลการเลือกตั้งท่านก็เตรียมตัวออกจากการเมืองไปหลังมีรัฐบาลใหม่เรียบร้อยแล้ว การแข่งขันจึงทำกันได้เต็มที่ภายใต้กฎหมายที่ผู้รักษากฎหมายได้วางตัวเป็นกลางอย่างเห็นได้ชัด
ผลการเลือกตั้งในวันที่ 26 มกราคม 2518 ปรากฏว่ามีพรรคการเมืองที่ได้คะแนนสูงสุดเรียงกัน 5 พรรค ดังนี้ คือพรรคประชาธิปัตย์ ได้รับเลือกจำนวน 72 คนจากจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมด 296 คน พรรคธรรมสังคมซึ่งเป็นพรรคใหม่ที่เพิ่งตั้งขึ้นมี นายทวิช กลิ่นประทุม ได้ผู้แทนมา45 คน นับเป็นพรรคลำดับที่ 2 พรรคลำดับที่ 3คือพรรคชาติไทย ได้ผู้แทนราษฎรจำนวน 28 คนและพรรคอันดับที่ 4 คือพรรคเกษตรสังคมที่มี นายเศวต เปี่ยมพงศ์สานต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยองเป็นหัวหน้าพรรค ได้ผู้แทนราษฎรมา 19 คน และพรรคอันดับที่ 5 คือพรรคกิจสังคม ได้ผู้แทนราษฎรมา 18 คน ที่เหลือก็เป็นพรรคการเมืองที่ได้ที่นั่งในสภาฯมาต่ำกว่า 10 ที่นั่ง เรียกว่า“พรรคต่ำสิบ” หลังการประกาศผลเลือกตั้งพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งได้คะแนนมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งจึงได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐรัฐบาล แต่ที่แปลกก็คือพรรคประชาธิปัตย์ได้จัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยโดยรวมกับพรรคอันดับสี่คือพรรคเกษตรสังคมเพียงพรรคเดียว เสียงสนับสนุนรัฐบาลในสภาจึงมีเพียง91 เสียง จากทั้งหมด 296 เสียง
นรนิติ เศรษฐบุตร

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี