วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ตอนที่นายกรัฐมนตรี สัญญา ธรรมศักดิ์ยื่นใบลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อสภานิติบัญญัติ เมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ.2517 นั้น เหตุหนึ่งที่นายกรัฐมนตรีได้อ้างด้วยนั้นคือ เรื่องความล่าช้าของการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญของสภานิติบัญญัติแห่งชาติในตอนนั้น เพราะท่านนายกรัฐมนตรีเคยให้คำมั่นสัญญากับประชาชนในวันที่จะเข้ารับตำแหน่งเป็นหัวหน้ารัฐบาลว่า จะดำเนินการร่างรัฐธรรมนูญให้เสร็จภายใน 6 เดือน เพื่อเดินหน้าสู่การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของประชาชน แต่ในความเป็นจริงกลายเป็นว่า คณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญได้ทำเสร็จเสนอนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 28 มกราคม พ.ศ.2517 นายกรัฐมนตรี ได้ให้จัดประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษในวันเสาร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ปีเดียวกัน และคณะรัฐมนตรีได้พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญเสร็จเรียบร้อยในวันเดียวกัน จากนั้นในวันจันทร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2517 รัฐบาลได้เสนอร่างรัฐธรรมนูญนี้ให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทางสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้เริ่มพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญนี้ตั้งแต่วันที่ 8 มีนาคมพ.ศ.2517 ในวันที่ 3 เมษายน สภาได้ให้ความเห็นชอบรับร่างรัฐธรรมนูญไว้พิจารณา โดยมีมติตั้งคณะกรรมาธิการ จำนวน 35 คนขึ้นพิจารณา คณะกรรมาธิการคณะนี้มี นายไพโรจน์ ชัยนาม ศาสตราจารย์ทางด้านกฎหมายรัฐธรรมนูญ เป็นประธาน และมี นายนิสสัย เวชชาชีวะ นักการทูตชื่อดังเป็นเลขานุการ ร่วมเวลากว่า 6 เดือน หลังนายสัญญา ธรรมศักดิ์ เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี รัฐธรรมนูญยังไม่เสร็จ ถ้าย้อนหลังไปประมาณ 40 ปี ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ประเทศสยามมีการร่างรัฐธรรมนูญนั้น คณะอนุกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ และสภาผู้แทนราษฎรสมัยนั้นพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญผ่านออกมาใช้ได้รวมเวลาแล้วไม่เกิน 6 เดือน โดยสภาผู้แทนราษฎรได้เปิดประชุมพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญครั้งนั้นในวันที่16 พฤศจิกายน พ.ศ.2475 และสามารถพิจารณาเสร็จเรียบร้อยได้ในวันที่ 3 ธันวาคม พ.ศ.2475 จึงประกาศใช้ได้ในวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ.2475 ได้ตามฤกษ์ที่ได้หามาก่อนแล้ว
รัฐธรรมนูญพ.ศ.2517 ได้ผ่านสภาแห่งชาติออกมาประกาศใช้ในวันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ.2517แต่ปรากฏว่าใช้ยังไม่ทันไรก็มีเสียงทักท้วงจากนายกรัฐมนตรีสัญญา ธรรมศักดิ์ ว่าการที่รัฐธรรมนูญไปกำหนดให้ประธานองคมนตรีเป็นผู้รับสนองบรมราชโองการแต่งตั้งสมาชิกวุฒิสภานั้นอาจจะไปกระทบกระเทือนพระมหากษัตริย์ซึ่งอยู่เหนือการเมืองได้ ดังความใน มาตรา 107
“มาตรา 107 วุฒิสภาประกอบด้วยสมาชิกจำนวนหนึ่งร้อยคน ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงเลือกและแต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งมีความรู้ความชำนาญในวิชาการหรือกิจการต่างๆ อันจะยังประโยชน์ให้เกิดแก่การปกครองแผ่นดินมีคุณสมบัติตามมาตรา 117 (1) และมีอายุไม่ต่ำกว่า 35 ปีบริบูรณ์ ทั้งไม่เป็นบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 116 และมาตรา 118ให้ประธานองคมนตรีเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งสมาชิกวุฒิสภา” ยังไม่ทันได้มีการแต่งตั้งสมาชิกวุฒิสภาขึ้นตามรัฐธรรมนูญ นายกรัฐมนตรีท่านไม่เห็นด้วยกับความในมาตรานี้ จนนำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่รวดเร็วจนเสร็จเรียบร้อยได้ออกมาประกาศใช้ในวันที่ 19 มกราคม พ.ศ.2518 โดยบัญญัติให้ยกเลิกความในมาตรา 107 ที่มีอยู่ในรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2517 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“มาตรา 107 วุฒิสภาประกอบด้วยสมาชิกจำนวนหนึ่งร้อยคน ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งมีความรู้ความชำนาญในวิชาการหรือกิจการต่างๆ อันจะยังประโยชน์ให้เกิดแก่การปกครองแผ่นดิน มีคุณสมบัติตามมาตรา 117 (1) และมีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบห้าปีบริบูรณ์ ทั้งไม่เป็นบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 116 และมาตรา 118 ให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งสมาชิกวุฒิสภา”
นับว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับแรกที่ประกาศใช้แล้วก็ดำเนินการแก้ไขทันที แต่ก็เป็นที่ยินดีกันที่จะเริ่มต้นพัฒนาการเมืองแบบประชาธิปไตยกันอีกครั้ง
นรนิติ เศรษฐบุตร

‘มท.2’ เล็งนัด ’รมว.พลังงาน’ หาทางออก ปมค่าไฟสาธารณะ ออกจากบิล ประชาชน
จีนช็อก เครื่องบินเล็กพุ่งชนตึกสูงที่สุดในกรุงปักกิ่ง เสียงดังสนั่นสะเทือน 108 ชั้น
ภรรยา ติ๊ก ชิโร่ วอนขอความเห็นใจ หลังโดนเรียกค่าเสียหาย 18 ล้าน ลั่นขอโอกาสให้ได้หายใจบ้าง
จูรี วอนพี่น้องชาวใต้ในกรุงเทพฯ รวมพลังกาเบอร์ 5 เลือก อนุชา เป็นผู้ว่าฯ กทม.
กทม.เป็นมากกว่านี้ได้! อภิสิทธิ์ ย้ำคนกรุง ให้เลือก อนุชา-ส.ก.ปชป. เพื่อรื้อโกง กทม.

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี